เพราะท่านๆที่มาปรึกษาว่าลูกไม่กินนั้น ตัวใหญ่กว่าลูกผมทุกคน (ขำไม่ออกเลยแฮะ)

วันที่ 25 กันยายน 2550

วันนี้เป็นวันอังคารของสัปดาห์ที่ 21 นับถอยหลังไปก็เหลือเพียง 50 วันแล้ว พรุ่งนี้ขึ้นต้นด้วยเลข 4 ผมเพิ่งกลับมาจากที่บ้านครับ ไปชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม ลูกสาวคนเล็ก พัฒนาการก้าวไปไกล พูดเก่ง เป็นประโยคยาวๆ ถามตอบคล่องแคล่ว ชอบร้องเพลง กินข้าวเอง ยอมให้แปรงฟันโดยดี ลูกสาวคนโต ฟันหน้าหลุดไปอีกซี่ เลยเป็นหลอลี่เต็มตัว ยิ้มทีไรเห็นเกือบถึงลิ้นไก่ คนนี้เรียนเก่ง เธอบอกว่าประกาศผลสอบบางวิชา วิชาสังคมได้ที่ 1 วันนี้ได้มาอีกวิชา รู้สึกว่าจะเป็นการงาน ได้คะแนนสูงลิ่ว ผมก็ได้แต่พยายามเตือนว่า อย่าหลงใหลกับคะแนนมากนัก พ่อไม่อยากให้ลูกคร่ำเคร่งกับการสอบมากเกินไป เรียนให้สนุกก็พอ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมยังต้องไป round ตอนเช้าตามปกติ แต่ round กับคุณหมอลุปน่าแทน เนื่องจากอาร์เธออยู่เวร เขาเลยขอ round วันอาทิตย์ เขาเปิดฉากการอยู่เวรด้วยการโทรศัพท์ด่าหมอเวรเมื่อคืนวันศุกร์เสียนาน ด่าสียงดังลั่นวอร์ดเชียว เริ่มต้นได้ดีจริงๆ ลุปน่ากระซิบบอกผมด้วยว่า คนที่จะถูกด่าคนต่อไปก็คือเธอเอง เพราะเมื่อคืนเป็นเวรของเธอ ผมเลยบอกว่า งั้นผมไปก่อนนะ ขี้เกียจอยู่ดูคนถูกด่า ว่าแล้วก็ออกไปซื้อผลไม้แล้วก็กลับบ้านในทันใด <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ผมถึงบ้านตรงเวลาเป๊ะ ลูกสาวทั้ง 2 ก็มารับพร้อมกับแม่ของเธอเช่นเคย พี่แป้งทักทายพ่อด้วยการกอดและจูบ ส่วนคุณจ้าถูกรัดอยู่ใน car seat เลยไปกอดและจูบก่อนที่พ่อจะเป็นคนขับรถกลับบ้านเอง วันนั้นตอนเย็นพี่แป้งเสนอว่าอยากกินสเต๊กที่ร้านเบซิล ร้านนี้เป็นที่ชอบของลูกสาวคนโต เนื่องจากพี่เปิ้ล (อ.กรัณฑรัตน์) ได้เคยพาไปกิน แล้วเธอติดใจชี๊สทอดและสเต๊กแซลมอนขึ้นมา ส่วนคุณจ้าไม่มีการเลือก ใครไปที่ไหนหนูไปที่นั่น ใครจะกินอะไรหนูกินได้หมด คนเล็กนี่สงสัยจะติดนิสัยการกินเหมือนพ่อ ปัญหาตอนนี้ก็คือ เธอไม่ยอมกินนมอีกเลยหลังจากที่อาเจียนและท้องเสียเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนนู้น แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของผม เพราะผมไม่เคยสนใจเรื่องนี้อยู่แล้ว คนที่ร้อนใจเห็นจะเป็น แม่ ย่า และยายเท่านั้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เช้าวันอาทิตย์เราตื่นเช้าเพื่อไปกินเกาเหลาเลือดหมูเจ้าประจำที่หน้ากิมหยง คนขายทักทาย บอกว่าผมหายไปนาน ท่านนี้เป็นคนขายที่น่ารักมาก ดูแลลูกค้าอย่างดี ถ้ามีเด็กมาจะจัดเก้าอี้ซ้อนกันให้เด็กนั่งสูงๆแทน น่ารักจริงๆ พี่แป้งกินข้าวหมดไปเลย 1 ถ้วย ส่วนคุณจ้าหมดไปครึ่งถ้วย น่าประทับใจพ่อมาก ส่วนมื้อเที่ยงไปกินกันที่ฟูจิ ที่ลีการ์เด้น ที่ไปที่นี่ก็เพราะว่าอยากจะพาลูกไปหาหมอฟันเด็ก พี่แป้งรบเร้าอยากจะไป (เพราะได้ของขวัญจากหมอฟันทุกครั้ง) ส่วนคุณจ้า ซึ่งรู้ตัวว่าตัวเองฟันผุ เลยบ่ายเบี่ยง พูดตลอดว่า ไม่หาหมอฟัน ดูเธอสิครับ รู้เรื่องแค่ไหน นี่อายุ 1 ปีกับ 11 เดือนเต็มครับ แต่ทว่าไม่มีคิว เลยบอกจิ๋มว่า ให้นัดในช่วงที่ผมกลับมาแล้วก็ได้ จริงๆแล้วผมอยากไปหาในโรงพยาบาลทันตกรรมในม.อ.มากกว่า แต่เนื่องจากเรายุ่งทั้งคู่ เลยหาเวลาในช่วงเวลาราชการได้ยากมาก แต่จะลองดูสักครั้งเมื่อได้กลับบ้านถาวรไปแล้ว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ตอนแรกเราตกลงกันว่าจะไปกินไอศกรีมกันต่อ แต่เนื่องจากฟูจิทำเอาเราแน่นพุง เลยตัดสินใจกลับบ้านกันก่อน คงเหลือแต่คุณจ้าที่บ่นตลอดทางว่า จะกินไอติมและก็หลับคารถไป ตื่นมาอีกทีตอนเย็นพ่อก็พาขึ้นรถจักรยานปั่นรอบอ่างน้ำเพื่อระลึกความหลังกัน พี่แป้งถีบเองเป็นแล้ว เมื่อก่อนนั่งกับพ่อหมด จ้าอยู่เก้าอี้ด้านหน้า พี่แป้งอยู่ตะกร้าด้านหลัง ตุเลงตุเลงกันไปตลกดี ตอนนี้ก็กลายเป็น 2 คัน ส่วนแม่ล้างจานครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                มื้อเย็นวันอาทิตย์ เราออกไปกินข้าวต้มร้านนายยาว ลูกสาวทั้ง 2 ได้ลองกินผัดหอยลาย ดูลูกกินแล้วชื่นใจครับ เธอติดใจหอยลายผัดกันทั้งคู่ เอ๊ะ ทำไมผมจึงต้องพูดว่าลองกินน่ะหรือครับ เรื่องมันเป็นอย่างนี้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                พี่แป้งเป็นเด็กกินยากมากตั้งแต่เด็กๆ อะไรที่เธอไม่เคยกิน ก็แทบจะไม่แตะลิ้น โดยเฉพาะอาหารทะเล หลังๆนี้เริ่มติดใจหอยชักตีน สืบเนื่องมาจากการได้ไปกินที่กระบี่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ปูและกุ้งไม่ต้องพูดถึง ไม่กินเด็ดขาด จนกระทั่งเมื่อได้ไปที่สิงคโปร์เมื่อเดือนก่อน ได้ลองกินปูผัดพริกไทยดำ แล้วถูกโฉลก กอปรกับเราตื่นเต้นว่าเธอกินเผ็ดๆได้ เธอเลยได้ใจ วันต่อมาก็กินสลัดกุ้งแล้วพบว่ามันอร่อย จากนั้นมาเธอเลยเริ่มกินได้ดีขึ้นและดีมาก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ส่วนคุณจ้า ในช่วงที่เธอดูดแต่นมทั้งวันจนฟันผุนั้น เราตัดสินใจให้เธอเลิกนมแบบละมุนละม่อม โดยการบอกเธอว่า พ่อกับแม่จะทิ้งขวดนมแล้วนะจ๊ะ นานราว 2 สัปดาห์ เธอก็บ่นทุกวันว่าจะเอานมขวดเป็นการหยั่งเชิง จนถึงวันนั้นจริงๆ ไม่มีนมขวดเลย (ผมอยู่ที่สิงคโปร์ครับ เลยไม่ทรมานใจมากเท่าแม่เขา) เธอร้องไห้อยู่คืนเดียว วันต่อมาจึงดูดนมกล่องได้เลย เล่นเอาทุกคนตะลึงตึงตึง แต่ดูดไปแค่ 1 สัปดาห์ ก็ท้องเสีย จากนั้นมาก็ไม่ดูดนมอีกเลยเช่นกัน ย้อนหลังไปขณะที่เธอดูดนมทั้งวันนั้น ว่าไปแล้วก็ราวๆ 3 ขวด (6-7 ออนซ์ต่อขวด) ตอนกลางวัน และ 4 ออนซ์ตอนกลางคืนเท่านั้นเอง แต่เนื่องจากดูดแบบจิบทั้งวัน จึงเกิดผลเสีย 2 อย่าง ก็คือ ฟันผุอย่างรวดเร็ว และไม่กินข้าว บางมื้อได้แค่ 3 คำเท่านั้น แต่ตอนนี้ไม่มีนม เธอจึงกินทุกอย่างที่ขวางหน้า กินเก่งกว่าพี่แป้งในอายุเท่าๆกันมากเลย ถึงตอนนี้ก็เลยเบาใจ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เรื่องกินของลูกนี่ต้องถามผม เพราะว่ามีประสบการณ์โชคโชนครับ ผมคิดเสมอว่า ผมยังโตได้เลย นมก็ไม่เคยกินมากมายเหมือนเด็กสมัยนี้ ลูกผมก็ต้องโตได้ ไม่กินนมก็ช่างหัวเธอ เราเป็นลูกคนไม่ใช่ลูกวัวครับ คนที่มาปรึกษาผมเรื่องลูกไม่กินเลยผิดหวังกลับไปทุกราย เพราะท่านๆที่มาปรึกษาว่าลูกไม่กินนั้น ตัวใหญ่กว่าลูกผมทุกคน (ขำไม่ออกเลยแฮะ) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เราปิดท้ายมื้อกลางคืนที่ไอศกรีม Swenzen ที่คาร์ฟู พี่แป้งลองกินช๊อกโกแล็ตแล้วติดใจ ส่วนจ้าก็ตักไอศกรีมกินเอง สะใจพ่อมันครับ ตื้นตันตื้นตัน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                วันจันทร์ผมไปส่งพี่แป้งที่โรงเรียน พาคุณจ้าไปด้วย แล้วเลยไปส่งแม่เขาที่โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี แล้วกลับมานอนเล่นกับจ้าที่บ้าน ตอนเที่ยงก็บอกเธอว่า พ่อจะไปกินข้าวนอกบ้านกับแม่นะ ให้ลูกอยู่บ้านกับป้าเขียด เธอก็ไม่ว่าอะไร ไม่ตาม (น่ารักจริงๆ) ผมไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านเฮียปิง ร้านนี้เรามากินกันบ่อยเพราะอร่อยถึงใจ (ต้องลอง) โดยเฉพาะกลุ่มอาจารย์สูติฯที่นำโดยผม เจ๊จิน พี่หลิง พี่เปิ้ล อ.สุธรรมและเกี๊ยง ซึ่งเราจะออกมากินกันทุกวันพุธ เมื่อวันก่อนอ.สุธรรม (พวกผมเรียกท่านว่าป๋า) mail มาหาบอกว่าทุกคนคิดถึงผม ทุกวันพุธเดี๋ยวนี้ไม่มีการกินเที่ยงด้วยกันแล้ว เขาบอกว่า รอน้องแป๊ะก่อน<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                พูดเรื่องรอผมนี่ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ภาควิชารอผมอยู่ ก็คือการจัดกิจกรรมจริยธรรมสัญจร ซึ่งเป็นกิจกรรมเด่นของภาควิชาสูติเราที่พาอาจารย์ แพทย์ใช้ทุนและแพทย์ประจำบ้านออกไปเที่ยวต่างจังหวัด โดยจัดกิจกรรมสอดแทรกจริยธรรมเข้าไปด้วย ครั้งแรกเราจัดที่อ.สิชล ตอนนั้นเราจัดเรื่อง เทคนิคการบอกข่าวร้าย ครั้งต่อมาจัดที่จ.ตรัง เราจัดเรื่อง การทำงานเป็นทีม เราเคยนำเสนอกิจกรรมนี้ในงานนำเสนอ QA ของคณะด้วย ทราบมาว่าหลังๆนี้ หลายภาควิชาได้จัดกิจกรรมนี้กันหลายภาควิชาแล้ว ดีจริงๆครับ นี่กลับไปคงต้องจัดให้อีก ซึ่งผมมีโปรเจ็คในหัวแล้วครับ นั่นคือจัดเรื่อง “palliative care” และเรื่อง กิจกรรม 5ส. เรื่องหลังนี้เป็นยาขมของพวกผมจริงๆ จะลองดูว่าจัดแล้ว จะทำให้เรารู้สึกดีกับมันขึ้นบ้างไหม และผมวางแผนไว้ว่า จะส่งหนังสือเชิญแพทย์ประจำบ้านของสถาบันอื่นให้มาร่วมด้วย จะได้รู้จักกันและเชื่อมความสัมพันธ์ด้วยกัน คิดไปไกลเลยครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เย็นวันจันทร์นี้เรากินข้าวที่บ้านกันครับ หลังจากที่ออกนอกบ้านทุกมื้อตั้งแต่พ่อกลับบ้านมา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ตื่นเช้าขึ้นมาวันนี้ (วันอังคาร) ผมก็บอกลูกสาวคนเล็กว่า พ่อจะไปสิงคโปร์อีกแล้วนะ คราวนี้ไป 12 วัน แล้วจะกลับบ้านติดกัน 2 สัปดาห์เลย เธอยิ้ม แต่ไม่รู้ว่าเข้าใจที่ผมบอกหรือไม่ ผมเลยพาไปดูที่ปฏิทิน แล้ววงให้ดูว่าจะกลับวันไหนบ้าง เดือนหน้าพ่อกลับบ้าน 3 ครั้ง (จนไปเลยครับ) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ตอนเช้าไปส่งพี่แป้งที่โรงเรียน แล้วพาคุณจ้าไปกินแต่เตี้ยมร้านอารี เธอลองกินแปะก๊วยแล้วติดใจ กินไส้กรอกและขนมจีบ แล้วไปส่งแม่ที่ที่ทำงาน ระหว่างทางกลับก็หลับคารถ เพราะว่าเมื่อคืนนอนดึก ที่ดึกเพราะว่ากลัวพ่อหาย เมื่อวานเป็นคืนแรกที่เธอยอมให้พ่อลงไปนอนกอดเธอในที่นอนจนนอนหลับ เมื่อก่อนต้องแม่เท่านั้น เล่นเอาผมชื่นใจอยู่นาน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                พ่อตามาถึงที่บ้านราว 10 โมง คราวนี้เป็นเวรท่านที่ต้องมาเฝ้าหลาน นี่ผมช่างมีบุญจริงๆครับ มาเรียนที่นี่เป็นเดือนที่ 5 แล้ว พ่อตา แม่ยาย และแม่ตัวเองต่างก็ผลัดกันมาอยู่เป็นเพื่อนที่บ้าน ช่วยให้ผมคลายความกังวลได้อย่างมาก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                คุณจ้าตื่นขึ้นมาราว 11 โมง ผมเลยพาออกไปซื้อของที่หน้าม.อ. ผมให้เธอเลือกซื้อฝาครอบส้วมด้วยตัวเอง เพราะว่าจะฝึกให้ลูกขับถ่ายโดยไม่ใส่ผ้าอ้อมอีกต่อไป เธอสามารถบอกความต้องการได้แล้วด้วย และนี่ก็เป็นพัฒนาการอีกขั้นที่ลูกทำได้ จากนั้นก็มาส่งให้เธอกินข้าว และบอกลาลูก เพราะว่าพ่อจะไปไหนคะ ผมถาม เธอก็กระซิบแบบทะเล้นว่า สิงคาโปเรื่องทะเล้นนี่เป็นที่ยอมรับกันว่าได้มาจากผมเต็มๆ จากกันครั้งนี้ชื่นมื่น เพราะว่าไม่ร้องไห้ บ๊ายบายส่งพ่ออย่างดี แล้วผมก็ไปรับจิ๋มเพื่อไปกินข้าวเที่ยง เราอยากกินข้าวขาหมูอาเก๊า แต่ไม่ขาย เลยเวียนไปที่ก๋วยเตี๋ยวเรือถนนแสงจันทร์ ก็ปิด เอ๊ะ ยังไงกัน เลยไปที่ร้านข้าวมันไก่คลองเตยแทน ก็ได้กินสมใจ ก่อนกลับได้สวัสดีอ.อุทัย ท่านบอกว่า เดือนก่อนมีคนที่กรุงเทพติดต่อท่านมา เพื่อให้ผมไปเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องเพศศึกษาที่กทม. ก็เลยงงเล็กน้อยว่าเขารู้จักผมได้อย่างไร <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ไปรับพี่แป้งที่โรงเรียนตอนบ่ายโมง เพื่อจะได้ไปส่งพ่อที่สนามบิน ผมได้คุยกับครูไก่ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนเล็กน้อย บอกเธอว่า ลูกสาวเปิดเทอมหน้าคงต้องลาหลายหน ครูไก่บอกว่าจำได้ ว่าครอบครัวเราจะลาทุกเดือนพฤศจิกายน เพราะแม่เขามีประชุมราชวิทยาลัยจักษุแพทย์ประจำปี เราเที่ยวกันทุกปี ปีที่แล้วไปปากช่อง เราบอกครูไก่ว่า ปลายเดือนเราจะไปเที่ยวฉลองการเรียนจบของพ่อ (และแม่ประชุม) จิ๋มวางแผนจะให้เรานั่งรถไฟไปนอนที่หัวหิน 2 คืน แล้วพักที่กรุงเทพอีก 3 คืน ซึ่งพี่แป้งต้องลาหยุด กลางเดือนธันวาคมก็ต้องลาอีก 1 สัปดาห์ เพราะว่าพ่อไปประชุมเรื่องแท้งที่เชียงรายในวันที่ 11-13 และเป็นวิทยากรที่กรุงเทพต่อในวันที่ 14 ลูกก็เลยติดสอยห้อยตาม(ไม่ใช่ติดส้อยหอยตามนะครับ) ไปด้วย เรื่องการตามไปเป็นพรวนนี้เป็นที่รู้กัน พี่แป้งตามผมไปเกือบทุกที่จนเป็นที่รู้จักในหมู่อาจารย์ผู้ใหญ่ที่ร่วมงานด้วย ต่อไปนี้ก็เพิ่มคุณจ้าเข้าไปอีก 1 คน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เรื่องเที่ยวกับเรียนนี่ ผมเคยคุยกับครูไก่ว่า เรื่องเที่ยวมีความสำคัญกับชีวิตลูกผมมากครับ เพราะว่าครูคงสอนเรื่องนี้ได้ไม่ดีเท่าพ่อ การเที่ยวเป็นการเรียนที่ดีและสนุกกว่าในห้องเรียน และผมก็ปฏิบัติอย่างนี้เสมอมาตั้งแต่ลูกเข้าโรงเรียน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ผมถึงสิงคโปร์ราว 5 โมงครึ่งตรงตามเวลาเป๊ะ มากินข้าวเย็นราคาถูกที่ Rochor center แล้วกลับบ้าน จบลงไปอีกวัน สิงคโปร์