การจัดให้มีห้องพระ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่โรงพยาบาลของเราเลือกใช้ เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยทางด้านจิตใจ พระพุทธรูปจะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจแก่คนไข้และญาติชาวพุทธได้บ้าง
การดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม หลักการบอกไว้ว่า เป็นการดูแลผู้ป่วยทั้งกาย จิต วิญญาน สังคม ครอบครัว 
แต่เมื่อปรับมาใช้ในชีวิตการปฏิบัติดูจะลำบากไม่น้อย เพราะคนไข้ที่มารับบริการจากเรามีปริมาณค่อนข้างเยอะ เวลาที่เรามีให้คนไข้แต่ละคนจึงน้อยเกินไป ไม่เพียงพอที่จะประเมินคนไข้ได้ครอบคลุม จึงต้องเลือกเอาความเร่งด่วนของการเจ็บไข้มาดูแลก่อน
การจัดให้มีห้องพระ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่โรงพยาบาลของเราเลือกใช้ เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยทางด้านจิตใจ พระพุทธรูปจะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจแก่คนไข้และญาติชาวพุทธได้บ้าง แม้แต่เราๆๆเอง ก็ยังเรียกหาหลวงพ่อให้มาช่วย เพื่อเกิดปัญหายุ่งยากซับซ้อน ทำให้เกิดพลังและกำลังใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา มีการประชุมหารือกันเพื่อปรับโครงสร้างอาคารสถานที่ให้เหมาะสมกับการรองรับผู้มารับบริการที่มากขึ้นๆทุกวัน ยิ่งผ่านการรับรองเป็นโรงพยาบาลคุณภาพ คนไข้ก็ยิ่งมาที่นี่มากขึ้น อาจารย์เคยบอกว่า ทำ HA สำเร็จ งานจะน้อยลง คนไข้จะลดลง นี่เราคงทำ HA ไม่สำเร็จ
มาวันนี้ห้องพระเลยต้องถูกย้ายที่ เพราะต้องทำห้องน้ำคนไข้เพิ่มแล้วมาลงตัวที่ข้างห้องพระ หลายคนจึงเห็นว่าไม่เหมาะสม จึงต้องย้ายไกลออกไปจากผู้ป่วยเล็กน้อย แต่ต้องรอการดำเนินการก่อสร้างไปก่อน
จึงได้เสนอไปว่า เราได้นำเสนอจังหวัดไปว่าเราดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมด้วยการจัดให้มีห้องพระไว้สวดมนต์ หากห้องพระถูกรื้อและยังไม่ก่อสร้างใหม่ จะเหมือนเป็นการ มีแค่แผนรึป่าว
ระหว่างนั้น มีเสียงแทรกขึ้นมาว่า ความจริงเราก็ไม่มีองค์รวมหรอก เรามีแต่องค์จุ่ง ซึ่งมักแซวกันเสมอ เมื่อพูดถึงองค์รวม
องค์จุ่ง เป็นช่างไม้คนญวนที่เป็นคนตกแต่งภายในให้แก่โรงพยาบาลมาช้านานแล้ว
นี่แค่เป็นตัวอย่าง ของการมีอารมณ์ขันในการทำงาน การพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล หากไม่มีอารมณ์ขัน ก็ไม่สนุก หากทำ HA ไม่สนุก ก็คงไม่ใช่ HA  เพราะฉะนั้น จึงต้องทำ HA ให้สนุกเป็นงานประจำจำเป็นที่ไม่ใช่ภาระ คิดแง่บวกเข้าไว้ จิตใจจะได้สบาย