สามคำถามในอภิปรัชญา ๓

การพิสูจน์ความมีอยู่ของพระเจ้า เป็นประเด็นหนึ่งซึ่งนักเทววิทยาหรือศาสนาเทวนิยมจะต้องอธิบาย... เฉพาะในประเทศไทยก็มีผู้วิจัยและสำเร็จเป็นวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่หลายเล่ม ซึ่งผู้สนใจสามารถค้นหาอ่านได้ไม่ยาก ดังนั้น ผู้เขียนจะเล่าแนวคิดเพียงบางประเด็นเท่านั้น...

ประเด็นแรกก็คือ ความเป็นระเบียบแห่งชีวิต โลก และจักรวาฬ ... เช่น ฤดูกาลจะหมุนเวียนเปลี่ยนไป มีกลางวันกลางคืน หรือมีดาวฤกษ์ดาวเคราะห์และกาแลกซี่ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีความเป็นระเบียบ ระบบ และความสมดุลในตัวของมันเอง...

สิ่งมีชีวิตอาจจำแนกออกได้เป็นพืชและสัตว์ ซึ่งแต่ละชนิดก็มีแบบแผนของมันเอง เช่น ช่วงวัยชีวิตของพืชและสัตว์แต่ละอย่างก็ค่อนข้างแน่นอน... ผักบุ้งก็คือผักบุ้ง มะขามก็คือมะขาม ผักบุ้งไม่สามารถจะกลายเป็นพืชยืนต้นอย่างเช่นมะขามได้ฉันใด มะขามก็มิอาจกลายเป็นพืชไม้เลื้อยชอบน้ำแบบผักบุ้งได้ฉันนั้น ... ตัวอย่างนี้ บ่งชี้ว่าจะต้องมีผู้สร้างและกำหนดระเบียบไว้....

ช่วงชีวิตของคนมักจะไม่เกินร้อยปี  ขณะที่สุนัขก็ประมาณ ๑๐-๑๕ ปี ส่วนแมลงหวี่บางชนิดก็อยู่ได้เพียงวันเดียวเท่านั้น... จิ้งจกออกจากไข่ก็สามารถเป็นอยู่ได้ตามลำพังของมันเอง ขณะที่สัตว์อื่นๆ  ก็อาจเป็นอยู่ได้ตามลำพังหรืออาจถูกเลี้ยงดูจากพ่อแม่มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป....

ความเป็นระเบียบแบบแผนทำนองนี้ บ่งชี้ว่าจะต้องมีผู้มีปัญญาสูงสุดเป็นผู้สร้างขึ้นมา นั่นก็คือ พระเจ้า ดังนั้น พระเจ้าจึงมีอยู่ ... ประมาณนี้

.............

ความเป็นที่สุด เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องการจะเล่าในเรื่องการพิสูจน์ความมีอยู่ของพระเจ้า... คนนั่นฉลาด คนนี้ก็ฉลาด ส่วนคนโน้นฉลาดกว่าสองคนนี้ นั่นคือ ความฉลาดนั้นมีดีกรีมากน้อยลดลั่นกันไป เมื่อถามว่า ใครฉลาดที่สุด ตอบว่า พระเจ้า

คนทุกคนมีกำลัง และเมื่อเปรียบเทียบกันด้วยกำลัง ก็อาจรู้ได้ว่า ใครมีกำลังมากกว่า่่ ส่วนผู้มีกำลังมากที่สุดซึ่งไม่มีใครสามารถเปรียบได้ก็คือ พระเจ้า

ในโลกนี้มีคนดีมากมาย แต่ละคนก็อาจมีความดีแตกต่างกันไป ส่วนผู้ที่มีความดีเพรียบพร้อม และมีความดีทุกอย่างก็คือ พระเจ้า เช่นเดียวกัน

โดยการพิสูจน์ทำนองนี้ จะบ่งชี้ถึงความเป็นที่สุดในประเด็นนั้นๆ โดยยกให้พระเจ้า ดังนั้น พระเจ้าจึงเป็นที่สุดของคุณสมบัติทุกอย่าง....

บางคนอาจโต้แย้งว่า คนเลวก็มีมากหลายและแตกต่างกันไป เมื่อถือเอาตามนัยนี้ คนเลวที่สุดก็น่าจะเป็นพระเจ้า ... หรือคนโง่ก็มีมากมายในโลกนี้ ถ้าเน้นที่่สุดว่าเป็นพระเจ้าแล้ว คนโง่ที่สุดก็น่าจะเป็นพระเจ้า .... ทำนองนี้

ประเด็นโต้แย้งทำนองนี้ นับว่าเป็นปัญหาที่นักเทววิทยาจะต้องตอบให้ได้ ซึ่งมีคำอธิบายเรื่องเหล่านี้เช่นเดียวกัน... เช่นการอ้างถึงความสมบูรณ์กับความบกพร่อง... กล่าวคือ ความดีหรือความฉลาดนั้นเป็นความสมบูรณ์ ส่วนความเลวหรือความโง่นี้เป็นเพียงความบกพร่อง... พระเจ้าเป็นสิ่งสมบูรณ์ไม่มีความบกพร่อง ดังนั้น ความบกพร่องเหล่านั้นจึงมิใช่คุณสมบัติของพระเจ้า... ประมาณนี้

.............

การพิสูจน์ความมีอยู่ของพระเจ้าและข้อโต้แย้งมีมากมายในเทววิทยา ซึ่งผู้เขียนก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก เพียงแต่เคยผ่านมาบ้าง จึงนำมาเล่าเพียงแต่พอจะนึกได้เท่านั้น เพื่อชี้ให้เห็นว่า เมื่อตอบคำถามว่า ชีวิต โลก และทุกสิ่งทุกอย่างมาจากพระเจ้าแล้ว ก็จะมีปัญหาตามมาเกี่ยวกับความมีอยู่ของพระเจ้า...

แม้จะมีคำถามคำตอบทำนองนี้ก็ตาม แต่นักคิดตั้งแต่สมัยโบราณก็ยังตั้งข้อสงสัยที่ต่างประเด็นออกไป ดังเช่น ธาเลส (Thales) บิดาแห่งปรัชญากรีกโบราณ (มีชีวิตอยู่ก่อนพระพุทธศาสนาประมาณ๑๐๐-๒๐๐ปี) ตั้งข้อสงสัยว่า

  • ถ้าเราไม่ตอบว่าเทพเจ้าเป็นผู้สร้างสรรพสิ่งแล้ว เราจะอธิบายอย่างไร ?    

 ธาเลสก็คิดว่า เราจะต้องหาสิ่งแรกของทุกสิ่งทุกอย่างก่อน และน้ำดีที่สุด ... นั่นคือ ธาเลสคิดว่าสรรพสิ่งเกิดมาจากน้ำก่อนที่จะแปรสภาพเป็นสิ่งอื่นๆ...

จากประเด็นนี้อาจอธิบายว่าทุกสิ่งทุกอย่างก็คือน้ำนั่นเอง และนั่นคือ คำตอบของคำถามที่สองในอภิปรัชญาว่า

  • ตัวเราเอง โลกและชีวิต หรือทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอะไร ?
สำหรับธาเลสอาจตอบว่าเป็นน้ำ ส่วนสำนักอื่นๆ จะตอบคำถามข้อนี้ได้อย่างไร ผู้เขียนจะนำมาเล่าในตอนต่อไป.....