หมดกระปุกแล้วค่ะ สำหรับ KM ศูนย์อนามัยที่ 1 ก่อนอำลาจอไปยุ่งกับสูงอายุ ก็มาสะดุดความคิดที่จะคิดต่อเรื่องนี้ ความว่า

เช้าวันนี้ ... ที่สี่แยกปทุมวัน ขณะขับรถมาที่ทำงาน (หลังจากไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนละค่ะ) พบเหตุการณ์ที่ทำให้สะดุดความคิดขึ้นมา

ในเลนรถฝั่งตรงข้าม ... มีรถบนถนนตรง และรถบนถนนเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าเลนตรง ... เสียงที่ทำให้สะดุด คือ แตรรถ แป๊น แป๊น (เสียงเหมือนแตรไหมคะ) พร้อมกับท่าทางของรถ (ไม่สามารถบอกท่าทางของคนขับรถได้ แต่ว่าท่าทางรถ ก็สื่อถึงความรู้สึกของคนขับได้เหมือนกันนะคะ) ที่ค่อนข้างเร่ง อย่างมีน้ำโห (ที่จะถูกรถเลี้ยวซ้ายแทรกเข้ามาในเลน) และความตั้งใจที่จะขับรถตรงไปให้ได้ เรียกกันว่า ไม่ให้แซงฉันละ เมื่อป้องกันการแซงได้แล้วก็ชะงักรถนิดนึง คงพร้อมกับเหล่มองดูคนที่จะขับแซง ... "มาแซงได้ยังไง อยู่เลนเลี้ยวซ้าย ต้องให้ทางตรงไปก่อนสิ" เขาคงจะคิดทำนองเนี๊ยะนะคะ ... หารู้ไม่หรอกว่า ที่คุณชะลอรถนั้นน่ะ ทำให้รถคันหลังเขาช้าไปด้วยนะ สำหรับรถที่จะเลี้ยวนั้น ก็คิดได้หลายแง่ ... "อูย มองไม่เห็นเลยนะเนี่ยะ หรือ ขอไปหน่อยน่า หรือ ... ก็ฉันจะไปน่ะ" ... ไม่รู้เหมือนกันว่า เขาคิดอย่างไร ... แต่ทว่า หลังจากกรณีรถคู่นี้แล้ว รถคันหลังที่ตามเลนตรงมา ก็ ... โบกมือ เอ้า จะไปก็ไปก่อนเหอะ ... คือ ให้รถเลี้ยวซ้ายไปก่อน (???)

เหตุการณ์ทั้ง 3 นี้ คงจะประมาณได้กับความคิดของคนเราละค่ะ ... ประมาณว่า คนเรานั้นมีความคิดที่ไม่เหมือนกัน ความอะลุ้มอล่วยไม่เหมือนกัน การมองคน มองเพื่อนร่วมงานไม่เหมือนกัน ความเอื้อเฟื้อไม่เหมือนกัน การให้โอกาสไม่เหมือนกัน ฯลฯ มันเหมือนกับ KM ไหมนะ ดิฉันว่า KM นั้น หลักอยู่ที่การฟังผู้อื่น ความรู้สึกที่จะผนวกความคิดรวบยอดเข้าด้วยกัน คงเป็น หรม. ความคิดที่เราเชื่อ ... เขาเชื่อ ... สังคมเชื่อ และความคิดที่ร่วมกันได้นั้นอยู่ที่ไหน ... ทฤษฎีมีหรือไม่ หรือนั่นคือ สิ่งที่เรียกกันว่า วิถีชีวิต อาจจะสไตล์ไคร สไตล์มันในบางเรื่อง ... สไตล์ของสังคมในบางเรื่องล่ะ มีไหม ...

KM ไร้รูปแบบจริงหรือไม่ ... คงใช่ แต่ว่า เราคงต้องมีจุดยืน มี concept มีสติ มีจิตวิญญาณ มีความรู้รอบ รู้จักที่จะเรียนรู้ ใจกว้างที่คิดตาม และผนวกความคิดของเรา ในเชิงทฤษฎี เข้ากับความจริง ... นี่คือความคิดเชิง positive ต่อ KM นะคะ เพราะสุดท้าย ... นี้ก็คือ การสร้างโอกาสให้สังคมเกิดการเรียนรู้