กลบท คือ ลักษณะพิเศษที่บังคับเพิ่มจากกลอนปกติ
กลอนกลบท : ชั้นเชิงกลอนของกวีชั้นครู
หากจะวัดฝีมือเชิงกลอนของบรรดากวีในยุคแห่งกาพย์กลอนในอดีต ต้องวัดฝีมือในเชิงกลบท
เพราะ กลบท คือลักษณะพิเศษที่บังคับเพิ่มจากกลอนปกติ แต่งยากขึ้น และนี่ก็เป็นภูมิปัญญาทางภาษาและวรรณกรรมที่เป็นมรดกของไทยอีกอย่างหนึ่งครับ
กลบท ปรากฏหลักฐานครั้งแรกในหนังสือ จินดามณี ของพระโหราธิบดี ปราชญ์ชั้นครูในยุคสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่เป็น โคงกลบท ครับ ต่อมาในสมัยของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ (อยุธยาตอนปลาย) หลวงศรีปรีชา (เซ่ง) ได้แต่งเป็นกลอนกลบท ในวรรณคดีเรื่อง กลบทศิริวิบุลย์กิตติ มีกลอนกลบทถึง ๘๖ ชนิด และในสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ได้ระดมกวีให้แต่งเพลงยาวกลบทจารึกไว้ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) หรือมหาวิทยาลัยแห่งประชาชน หลายชนิด หากใครไปกรุงเทพฯ ก็ควรแวะไปดูที่วัดโพธิ์ ได้ครับ
ปัจจุบัน กลอนกลบท ไม่ค่อยปรากฏว่ามีใครแต่งเผยแพร่ให้เป็นมรดกแห่งแผ่นดินกรุงรัตนโกสินทร์เลย ผมเคยอ่านกลบทที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ น่าจะเป็นคุณคมทวน คันธนู ที่แต่งไว้ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ (ถ้าจำผิดต้องขออภัย) ด้วยเหตุที่กลอนกลบทค่อนข้างต้องใช้ความสามารถเชิงกลอนมากครับ และต่อไปก็คงสูญหายไปในที่สุด ผจึงขอนำตัวอย่างกลอนกลบทบางชนิดมาบันทึกไว้ให้เป็นความรู้ของคนรุ่นหลัง
กลอนกลบทกลเต้นต่อยหอย
บังคับสัมผัสอักษรคำที่ ๑ - ๓ / ๒-๔ / ๓-๖ ทุกวรรค และสัมผัสสระระหว่างกลุ่ม ๓ คำด้วย
ยอหัตถ์น้อม ยอมหัตถ์นั่งขึ้นตั้งเศียร
น้ำใจตรึก นึกจิตตรองต่างทองเทียน
แจ่มจำนอง จองจำเนียรบังคมคัล
กลอนกลบทนาคบริพันธ์
บังคับสัมผัสระหว่างวรรค คือ ๓ คำท้ายวรรคหน้า กับ ๓ คำแรกของวรรคหลัง
กรุงกษัตริย์ชัดคำโหรทำนาย โหรทำนูลทูลหมายอาลัยสูญ
อาลัยเสียวเหลียวหลังให้ดั่งคูน ให้คั่งแค้นแน่นหนูนด้วยดวงจันทร์
กลอนกลบทจตุรงคนายก
บังคับซ้ำคำเดียว ๔ หน ในแต่ละวรรค
จักกรีดจักกรายจักย้ายจักย่อง ไม่เมินไม่มองไม่หมองไม่หมาง
งามเนื้องามนิ่มงามยิ้มงามย่าง ดูคิ้วดูคางดูปรางดูปรุง
กลบทระลอกแก้วกระทบฝั่ง
บังคับสัมผัสอักษร ๓ คำต้นวรรคทุกวรรค
โอ้แสนรัก โอ้ศักดิ์เรา ไม่เท่าถึง
แสวงมาด สวาทหมาย ไม่วายคะนึง
ลงนอนอิง แล้วนิ่งอึ้ง รำพึงเพียร
นอกจากนี้ยังมี กลอนกลบทอีกมากมาย เช่น
ฉัตรสามชั้น ธงนำริ้ว ช้างชูงวง
นาคเกี้ยวกระหวัด เสือซ่อนเล็บ มังกรคาบแก้ว
รักร้อย กินนรเก็บบัว ช้างประสานงา
ก้านต่อดอก กลมกลืนกลอน คมในฝัก
พยัคฆ์ข้ามห้วย อักษรสังวาส มยุราฟ้อนหาง
กบเต้นสามตอนตอน งูกินหาง ถอยหลังเข้าคลอง
ม้าลำพอง
การแต่งกลอนกลบท ถือเป็นความสามารถพิเศษที่ใครก็สามารถแต่งได้ แต่ถ้าจะแต่งให้ไพเราะและมีความหมาย ก็ต้องฝึกฝนให้มากและต้องใช้เวลา แน่นอนครับ ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ก็ไม่ยากเกินไป ลองดูครับ
เอิ้ว มายื่นใบลาพักร้อนค่า อย่างนี้นี่ยิ่งกว่าถึงตาย 555 ขอลาไปศึกษาต่อยังกรุงศรี ตะเลงเต่งตุม เดี๋ยวได้เรื่องเมื่อไหร่จะได้กลับมาต่อโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ให้เป็นที่เรื่องลือ
โอ้ ยากขึ้นเรื่อยๆ จริงด้วย หนูว่าแล้ว หลวมตัวติดใจบล็อกนี้หันหลังกลับโกยหนีมิทันซะแล้ว ^ ^ ถ้าว่างเดี๋ยวจะลองหัดดูสักยก หึ หึ ไม่ตายงานนี้ก็ไม่รู้ตายงานไหนแล้วเจ้าค่ะ - - “
อุ๊บส์ ขออภัยเขียน เลื่องลือ ผิดเจ้าค่ะ รีบมาแก้ไข กลัวโดนดุ ^ ^
คุณ
ครับ
มาเรียนสม่ำเสมอนะครับ อาจารย์เหงาถ้าไม่มีนักเรียนมาเรียน
คุณ
อ๊ะ อ๊ะ ลาจริงหรือว่าลาเล่น
กำลังจะเป็น กวีหญิง จริงๆ หนา
ฝึกเรื่อยๆ ไม่ต้องเร่ง เก่งกาจมา
รับรองว่า จะติดใจ ในบทกลอน
เรื่องพิมพ์ผิด เขียนผิดเป็นเรื่องปกติครับ แก้ไขแล้วก็ให้อภัยจ้ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ กรเพชร
สวัสดีครับ
คือว่า ลาเล่น เพียงชั่วคราว
เพราะรู้สึก ว่าหนาว กับสิ่งใหม่
ขอเพียง พักร้อน ผ่อนกายใจ
ถ้าแต่งได้ เมื่อไร จะกลับมา (I’ll be back)
คุณ
สวัสดีครับ ลองพยายามแต่งดูนะครับ กลบทบางชนิดไม่ยากนักครับ เช่น จตุรงคนายก
จะหลับจะนอนจะป้อนจะวี
ด้วยรักด้วยมีด้วยใจด้วยหวง
นอนเถิดนอนหลับนอนกับนอนดวง
ใจพี่ใจห่วงใจห้วงใจรัก
คุณ
สวัสดีครับครูอ้อย ผมจะรอนะครับ ระหว่างรอลองอานกลอนกลบท นาคบริพันธ์ นะครับ
อันผู้นำน้อมนำฟังคำสอน
ฟังคำสั่งขั้นตอนมันเหลือแสน
จะสั่งใครสั่งให้ชัดอย่าคัดแค้น
อย่าคัดขุ่นเพราะแม่นใช่พวกตน
คุณ
บางที การทำอะไรยากๆ ก็ท้าทายดีนะครับ คงไม่ถึงขั้นงมเข็มในมหาสมุทรหรอกครับ ถ้าพยายาม ผมให้กำลังใจครับ
คุณ
ได้ครับ รอก็รอ บางทีตอนกลับมาจะได้อะไรมาอ่านได้สนุกขึ้น ทั้งๆ ที่ ตอนนี้ก็สนุกอยู่ แต่เอาเป็นว่า มีอะไรใหม่ๆ มาให้อ่านก็แล้วกันครับ
ไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะ แต่แอบแฝงตัวมาอ่านแค่นั้นเอง เพราะมันเริ่มยาก ชักจะแต่งไม่ได้ค่ะ ^ ^
คุณ
อย่าแอบแฝงพวงมะม่วง เอ๊ย! แอบแฝงตัวมาอ่านอย่างเดียวนะครับ เล่าเรื่องมันๆ มาให้อ่านด้วยครับ
เรียนอาจารย์ครับ ตอนนี้ก็ยังแต่งกันอยู่นะครับ เพียงแต่ขาดสนามประลองเท่านั้นเอง
สมาชิกไทยไรเตอร์หลายคนที่เป็นนักกลอนกลบทก็ออกมาโต้ตอบกันอย่างสนุกสนาน ที่ www.thaiwriter.info ที่ห้องกวีครับ
ว่างๆ ขอเชิญอาจารย์แวะเวียนไปชมได้นะครับ
การเอาบทกลอนมาลงเวบบอร์ด สมัยนี้อันตรายมากเพราะเสี่ยงที่จะถูกก๊อปปี้ โดยไม่ให้เกียรติต่อผู้ประพันธ์ ก็เลยไม่ค่อยเห็นแพร่หลายครับ
ถ้าอาจารย์ว่างๆ น่าจะทำโครงการประกวดกลบท หรือกิจกรรมอะไรก็ได้เกี่ยวกับกลบท น่าจะดีนะครับ เพราะระดับมหาวิทยาลัยมันน่าเชื่อถือกว่าในโลกไซเบอร์ เพื่อนๆในเวบหลายคนโดยละเมิดไปแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่รู้จะไปจับมือใครดม
ทุกวันนี้ผมโพสต์กลอนในบล็อก ก็หวั่นๆว่าจะโดนก๊อปวันใดวันหนึ่งก็ไม่รู้แน่
หลายปีมาแล้วได้เขียนกลอนบรรยายภาพในสวน ในภาพมีบุคคล ๓ คน พ่อกำลังพรวนดิน แม่กำลังรดน้ำต้นไม้ ลูกกำลังกวาดเศษใบไม้ ได้เขียนกลอนประกอบภาพดังนี้
ร่วมเริงร่า รื่นรมย์ ร่มรื่นรักษ์
พร้อมเพียงพักตร์ เพลินพลาง พร่างพรรณพฤกษ์
ต่างตราตรึง ตนไตร ไตร่ตรองตรึก
น่าน้อมนึก โน้มน้าว ในเนาแนว
สกุลกานต์
ไม่ทราบว่ากลอนที่เขียนบรรยายภาพอยู่ในกลบทชื่อว่า กลบทอะไร ขอเป็นความรู้ด้วย
ขอโทษด้วยพิมพ์ผิด ในวรรครับ ขอแก้เป็นดังนี้
พร้อมเพียงพักตร์ เพลินพลาง พร่างพันธุ์พฤกษ์
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
อาจารย์ขาขอรบกวนถามหน่อยนะคะ
กลอนกลบทที่ พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส (น.ม.ส.)แต่งชื่อเรื่องอะไรคะ