กรมอนามัย กับการไฟฟ้าแม่เมาะ มีเรื่องที่ตรงกันอยู่ 1 อย่างโดยมิได้นัดหมาย คือ ที่แม่เมาะมีเวปภูมิปัญญา และที่กรมอนามัย ก็มีแฟ้มภูมิปัญญา ... ใจตรงกันเป๊ะเ

 

กรมอนามัย กับการไฟฟ้าแม่เมาะ มีเรื่องที่ตรงกันอยู่ 1 อย่างโดยมิได้นัดหมาย คือ ที่แม่เมาะมีเวปภูมิปัญญา และที่กรมอนามัย ก็มีแฟ้มภูมิปัญญา ... ใจตรงกันเป๊ะเลยละค่ะ 

  • แรกๆ เวปภูมิปัญญานี้มีแต่วิชาการ วิชาการที่ค้นคว้าหามา มีเรื่องการศึกษาความเป็นไปได้ เรื่องงานวิจัย เป็นเรื่องใหญ่ๆ ที่สำคัญ หรือเป็นบทความที่ไปค้นพบเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเก็บไว้ในเวป
  • ช่วงแรกๆ ก็จะมีแบ่งหมวดแบ่งหมู่ เราทำเอง เราอยากจะออกแบบยังไงก็ได้ คุณสุนทรเป็นคนพัฒนาขึ้นมา ก็ทำให้มีหมวดทุกหมวด เราก็ทำได้ทุกอย่าง ที่แบ่งเป็นกี่หมวดเราก็ทำได้ และใช้งานผ่านเวป
  • ก็มีคนเข้าไปใช้งานกันพอสมควร สมัยนั้น กฟผ. ตั้งศูนย์เชี่ยวชาญมาตั้งแต่ปี 45 มีคุณชรินทร์เป็นหัวหน้าศูนย์ฯ มีเป้าหมายให้มาจัดการความรู้ และทำงานด้าน engineering
  • ศูนย์เชี่ยวชาญมีหลายแห่ง ศูนย์เชี่ยวชาญทำเหมืองอยู่ที่เหมือง ศูนย์เชี่ยวชาญโรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่ที่แม่เมาะ ศูนย์เชี่ยวชาญเชื้อเพลิงเหลวอยู่ที่บางปะกง ศูนย์เชี่ยวชาญพลังน้ำอยู่ที่เขื่อนภูมิพล และมีศูนย์เชี่ยวชาญระบบส่งอีกที่หนึ่ง
  • ตอนนั้นก็ให้มาทำ KM ภารกิจคือ KM เราก็เรียนรู้กันมาเรื่อย กว่าจะมาถึงที่ภูมิพล นี่ก็ปี 49 แล้ว
  • เราเรียนมาตั้งแต่ปี 45 เริ่มเรียนรู้ ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่า KM คืออะไร หาไปทั่วเลย
  • เมื่อก่อนนั้นเราก็ไปเรียนแนวของ อ.นพกิจ จาก มช. อาจารย์ก็สนิทสนมกัน เพราะว่าเคยเป็นศิษย์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ และลาออกไป ไปเรียนจนจบ ดร. ทางด้าน KM
    ... แต่เป็น KM ทางด้านของการ Capture knowledge ซึ่งก็เป็นอีกแนว ซึ่งแตกต่างจากทาง สคส. ค่อนข้างมาก
    ... เราเริ่มจาก KM Capture ตั้งแต่ ปี 46 47 และคุณชรินทร์ได้ให้เราเก็บ Knowledge เราได้ทำ Knowledge 2-3 เรื่อง ในช่วงเริ่มต้น
    ... หลักการ Capture ก็คือ สอบถามจาก expert ไปสัมภาษณ์ expert เขาทำงานอย่างไร เราก็อยากจะทำตาม expert เพื่อให้สำเร็จแบบ expert เขาใช้ข้อมูลอะไรในการแก้ปัญหา เราจะเลียนแบบเขาเลย นี่คือวิธีการของ Capture
    ... ตอนนั้นเรามีปัญหาเรื่อง โม่เราเดินไม่ได้เต็ม capacity เราก็เริ่มจากการทำงานตรงนี้
    ... หลังจากที่เรามาทดลองทำ Capture knowledge ก็คือไปสัมภาษณ์ผู้รู้ ทางด้าน Instrument ทางด้านการเชื่อม เข้ามาเก็บไว้ในเวป ทำไป 2-3 เรื่อง
    ... และเรามาปิ๊งกันตอนที่คุณชรินทร์บอกว่า ลองให้นำเสนอกันสิ มันเป็นยังไง เรื่อง Knowledge ที่ได้มา
    ... ปรากฏว่า จากการทดลองดูกันเอง ให้คุณจิระชัยนำเสนอว่า มันเป็นยังไง ก็พบว่า การ Capture knowledge
    ... เราใช้โปรแกรม IQUE โปรแกรมนี้มันกลับยากกว่าที่คิด คือ แทนที่จะเรียนรู้เรื่องโม่ ก็ต้องไปเรียนรู้โปรแกรม IQUE ก่อน เพราะว่า Flowchart ที่เขาใช้ มีสัญลักษณ์แปลกๆ ต่างๆ Link ไป Link มา จะอ่าน IQUE ให้เข้าใจ ก็ต้องเรียนรู้สัญลักษณ์ต่างๆ ที่เขียนขึ้นมาใหม่เลย IQUE เป็นโปรแกรมจาก Scotland ภาษาอังกฤษ ... ใช้ยาก ไม่ค่อยมีคนใช้ คุณชรินทร์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเอง นั่งฟังยังงงๆ เลย ว่ามันทำกันยังไง แล้วเขาจะใช้กันได้หรือ
    ... ถึงได้เปลี่ยนแนว เพราะรู้ว่า ผ่านเวปดีกว่า เราพัฒนาเองดีกว่า ในส่วนของคลังความรู้นะครับที่ไม่ได้ใช้ IQUE ใช้แบบทำเอง
  • พอเริ่มจากตรงนั้น เราเริ่มเห็นแล้วว่า แนวทางที่ทำโดย Capture นั้นมันเป็นเรื่องของการที่เราคิดว่า ผู้ที่รู้เรื่องนี้มีแค่คนสองคน แต่จริงๆ คนรู้เรื่องโม่มีเป็น 100 คน แต่เราไปถามคนแค่ 3 คน
  • และคนอื่นก็คลางแคลงใจว่า พวกนี้รู้จริงหรือเปล่า รู้จริงทำไมปัญหายังมีอยู่ ทำไมยังแก้ไม่ได้ ปัญหาที่โรงไฟฟ้ายังเกิดอยู่ ที่ไปถามมา ถูกตัวหรือเปล่า และวิธีการของเขาเป็น expert จริงมั๊ย
  • อันนี้เป็นอุปสรรคตัวที่หนึ่งครับว่า เรื่องที่รู้กันหลายๆ คน ไม่ควรใช้วิธีนี้ ผมก็เห็นว่า Capture ก็เป็นแนวทางหนึ่ง ถ้ากรณีซึ่งในโรงไฟฟ้ามีคนรู้เรื่องนี้แค่สองคน ซึ่งจะเกษียณแล้ว ถ้ามี capture เรื่องนี้ก็เหมาะที่จะทำ
  • เราได้มาปรับโมเดลใหม่ โดยคุณชรินทร์ได้ออกแบบโมเดลใหม่ ตามเอกสารที่ให้ไปแล้ว จะมีการเก็บความรู้ที่จำเป็นกับหน่วยงานเรา ความรู้ก็จะถูกหายไปแล้ว จะทำยังไง เราก็มีวิธีการที่ปรับมาจากการ Capture knowledge
  • หลังจากนั้นมา ความจริงเรื่องทั้งหมดนี้ได้ถูกถ่ายทอดโดยคุณจิระชัย ที่เขียนไว้ในถักทอเล่ม 26 เพิ่งได้ลงฉบับเดียวกับของกรมอนามัย พร้อมๆ กันครับ เราอยู่ที่หน้า 22 ครับ

ลองไปอ่านดูสิคะ ที่นี่ค่ะ ...  ...