... ด้วยความไม่เคยเห็นมาก่อนเลยว่า พลัง KM มันเป็นอย่างไร ไม่รู้จัก ไม่รู้พลัง KM ก็มา ลปรร. กัน ก็คือมาคุยกันนี่ละ และก็มาเล่าแลกเปลี่ยนกัน ตามที่ฟังอาจารย์มา อย่างนั้นเลย ...
เป็นตอนต่อจากบันทึกที่แล้วนะคะ ...
- พอมี KM ขึ้นมา เราก็เพิ่มคณะทำงาน KM การจัดการความรู้ และมี Cross Functional Team (CFT)
- เราตั้งทีมแรกเมื่อ กค.49 ตั้งขึ้นมาเป็น Pilot มีคุณประจวบเป็นหัวหน้าทีม ตอนนั้นพอเราตั้งขึ้น CFT ขึ้นมา เราก็เริ่มจัด Workshop KM ขึ้นมาครั้งแรก โดยที่เราไม่เคยทำมาก่อน ไม่เคยไปดูใครทำมาก่อน ไม่เคยไปดูที่ไหนมาก่อนเลย
- ... สืบเนื่องมาจากว่า ทางบางกรวย สำนักงานใหญ่จัดอบรม KM โดยอาจารย์ประพนธ์มาให้ความรู้ KM concept ครึ่งวัน ทางหัวหน้าแผนกทั้งหมดของกลุ่มผลิตฯ ไปอบรม 7 รุ่น อาจารย์ประพนธ์มาสอนให้ 3 รุ่น ที่เหลือท่าให้เราสอนกันเอง และ Workshop ก็สอนกันเอง
- ทางกรุงเทพก็สอนกันเอง ทำกันเองด้วย มีการเอาของครูมาให้ดูว่า มีการนั่งคุยกัน ล้อมวงคุยกัน มีของที่ต่างๆ นิดหน่อย ได้ดู 2-3 สไลด์ ที่ผ่านมามีหัวหน้าแผนกที่ไปรับการอบรมไปแล้ว 7 รุ่น แม่เมาะไปอบรมเกือบทุกแผนก
- พอกลับมา มีแม่เมาะ และบางที่ได้ทำต่อ ผมติดต่อ สคส. มาช่วยไม่ได้ และเราจะเริ่มจัดกันอยู่แล้ว ไปดูที่ไหนก็คงไม่ทัน และด้วยความมุมานะ ก็ทำเอง ...
- เราไปภูมิพลเลย เพราะว่าทุกอย่างเราทำไว้หมดแล้ว ก็ไปกัน โดยที่ไม่เคยทำมาก่อนเลย เราก็ไปเลยประมาณ 40 ท่าน ไปที่ภูมิพล
- ... ด้วยความไม่เคยเห็นมาก่อนเลยว่า พลัง KM มันเป็นอย่างไร ไม่รู้จัก ไม่รู้พลัง KM ก็มา ลปรร. กัน ก็คือมาคุยกันนี่ละ และก็มาเล่าแลกเปลี่ยนกัน ตามที่ฟังอาจารย์มา อย่างนั้นเลย ...
- พอเริ่มต้นเราก็แบ่งกลุ่ม มีการฝึกทำ Team building มีพูดจาอะไรกันนิดหน่อย และก็เรียน KM Concept ตามสไตล์อาจารย์ประพนธ์ ให้รู้ว่า tacit เป็นยังไง explicit เป็นยังไง และก็มีการ ลปรร. กัน โดยยังไม่ได้สอนเทคนิคการ ลปรร. และทักษะการ ลปรร. ก็ยังไม่ได้สอน เพียงแต่บอกให้เอามาคุยกัน
- เย็นนั้น เราก็มี Karaoke ร้องเพลงกัน ทำให้ความสนิทสนมมีกันมากขึ้น
... ที่โรงไฟฟ้า แผนกระบบควบคุมมี 5 แผนก แต่อยู่คนละกองกัน ส่วนใหญู่รู้จักกันอยู่แล้ว รู้จักหน้า แต่ไม่ค่อยได้คุยกัน เวลาประจำปีมีงานแข่งกีฬา แต่ไม่ได้คุยเรื่องงาน
... ก็มักจะมีการแซวกันเรื่อยว่า เวลาไปกินเลี้ยง หรือเวลาไปสังสรรค์ ถ้าใครคุยเรื่องงาน จะถูกแซวมากเลย ว่า กลับไปต้องไปเขียนล่วงเวลากันด้วยนะ ไปเบิกล่วงเวลา เพราะว่านี่มาพักผ่อนแล้วมาคุยเรื่องงานอีก ก็เป็นที่รู้กันว่า ห้ามคุยเรื่องงาน เวลานอกเวลาห้ามคุยเรื่องงาน
... เพราะฉะนั้นปัญหาของเรานี่ เกิดที่นี่แล้วก็ไปเกิดที่อื่นอีก เกิดโรงนี้แล้วเดี๋ยวก็ไปเกิดโรงโน้น เพราะว่าเขาไม่ได้คุยกัน เรื่องที่เราไปทำผิดพลาดที่ไหนมาแล้ว ก็จะเกิดซ้ำซากอยู่อย่างนี้
... ก็เป็นที่ฮือฮาของผู้บริหารทั้งหลาย ที่เคยเกิดโรง 4 แล้วก็ไปเกิดโรง 5 และเกิดโรง 7 เกิดไปเรื่อยๆ
... พอ KM เข้ามา หลังจากที่เรา Karaoke กันเวลากลางคืน ก็ได้พักผ่อน เช้าขึ้นมาอีกวันที่ 2 ก็ ลปรร. กัน- ครั้งแรกที่เราทำ ทุกคนก็เล่า
... บางคนผมถามว่า เตรียมเรื่องเล่ากันมาไหม
... บางคนก็ไม่ได้เตรียมมา แต่พอเวลามาฟังเพื่อนเขาคุยกัน เอ๊ น้องๆ มันยังเล่าได้นะ เขาก็อยากเล่าบ้าง
... อันนี้เป็นตัวกระตุ้นกันเองโดยธรรมชาติ
... และวันนั้นเราก็ได้สังเกตเห็น พลังของเรื่องเล่า พลังของกิจกรรมกลุ่ม KM ว่ามันมีพลังแฝงอยู่ในนั้นมากเลย
... มันทำให้เพื่อนผมอยู่คนหนึ่งที่ได้เจอกัน เมื่อก่อนผมทำงาน Instrument ก็รู้จักเพื่อนบางคน ถามคำตอบคำ ไม่พูดเลยคนนี้ ผมถามว่า เตรียมเรื่องเล่ามามั๊ย เขาบอกว่า ไม่ได้เตรียมมาหรอก เขาไม่กะจะเล่าเลยในวันนี้ วันนี้เตรียมมาฟังอย่างเดียว
... แต่สุดท้ายเขาเล่า ผมยังทึ่งมากเลย ว่า พลังของกลุ่มตรงนี้ มีส่วนช่วยให้เขาอดรนทนไม่ไหว
... น้องๆ ยังเล่าได้ ไอ้เราอยู่มา 20 กว่าปีแล้ว ค่อนข้างจะเป็นคนแก่แล้ว
... คนทำงานมานาน ประสบการณ์ 20 ปีเกือบทั้งนั้นเลย 10 ปีหลังเรารับคนน้อยมาก เพราะฉะนั้นคนใหม่ๆ มีน้อยมาก ก็เลยมีประสบการณ์เยอะ และบางคนก็เล่าหลายเรื่อง 2-3 เรื่อง- แต่ทั้งนี้ การจดบันทึก หรืออะไรต่างๆ เรายังทำได้ไม่ดีนัก
- ... เราพบว่า เราได้เจอปัญหาเลยว่า ก่อนหน้านั้นเราทำเวปไว้แล้ว เวปภูมิปัญญา ทำตั้งแต่ปี 48 แต่ว่าเวปมันว่าง โหวงเหวง เพราะฉะนั้น การเริ่มต้นด้วย IT เราเริ่มเห็นว่า มันไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น ไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ดี เพราะว่าเวปมันว่าง ไม่มีใครไปเล่น มันเหมือนมีแล้วเหมือนไม่มี เวปภูมิปัญญานี้เราพัฒนาขึ้นมาเอง ตั้งชื่อเสียสวยหรู
![]()
เกิดจุดเปลี่ยนที่ตรงนี้กระมังคะ KM ของแม่เมาะ