การยอมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ...ทำให้ "ความตระหนักรู้" ของเรากว้างไกลยึ่งขึ้น
วันนี้ผมดำเนินการเป็นผู้ประสานงานระหว่างคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญของคณะฯ กับนักกิจกรรมบำบัด ผู้ผ่านงานคลินิกกิจกรรมบำบัดมหิดลมาอย่างน้อยสามเดือน
ผมได้ลองคิดระบบการประเมินคุณภาพของการทำงานของน้องๆ ทั้งสามท่าน โดยตั้งเกณฑ์ขั้นต่ำไว้ที่ 60% เน้นพิจารณาความสามารถในการให้เหตุผลทางคลินิกจากการนำเสนอหนึ่งกรณีศึกษา (สังเกตว่าน้องๆ มีความตั้งใจและคิดเป็นระบบดีมาก ดูเหมือนจะดีมากกว่าการปฏิบัติงานในคลินิกเสียอีก)
ประเด็นที่น่าสนใจในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่
- ระยะเวลาสามเดือน อาจจะไม่เพียงพอต่อการพัฒนาตนเอง ด้านการฝึกคิดและปฏิบัติงานทางคลินิก เนื่องจากนักกิจกรรมบำบัดมือใหม่น่าจะค่อยๆ สร้างความเชื่อมั่น วิถีการปรับตัวต่อระบบคลินิก และพัฒนาการจัดการความเครียดผ่านการทำงานที่มีการประเมินคุณภาพอย่างเข้มข้น ที่สำคัญ "การประเมิน การตั้งเป้าหมาย และการใช้สื่อการรักษาทางกิจกรรมบำบัด ค่อนข้างยากในเชิงระบบการให้เหตุผลและการประเมินความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรมชัดเจน เพราะกิจกรรมการดำเนินชีวิตครอบคลุมระบบการทำงานของร่างกาย จิตใจ สังคม และบริบทอื่นๆ ที่เปลี่ยนแปลงตามความบกพร่องของแต่ละกรณีผู้ป่วยและผู้เกี่ยวข้องในระยะยาว"
- บางครั้งผู้เชี่ยวชาญต้องสร้างโอกาสให้นักกิจกรรมบำบัดมือใหม่ได้พัฒนาตนเองมากขึ้น โดยศึกษาและพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้ การควบคุมดูแลแบบพี่เลี้ยง การใช้จิตวิทยาในการให้กำลังใจร่วมกับการชี้แนะข้อบกพร่องที่มีวิธีการแก้ไขอย่างชัดเจน
- การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์แตกต่างกัน ทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ และวิชาชีพเฉพาะที่ทำงานร่วมกัน เช่น นักกายภาพบำบัด นักฝึกพูด นักกิจกรรมบำบัด เป็นโอกาสที่สำคัญที่นักกิจกรรมบำบัดมือใหม่สามารถเรียนรู้และจดจำแนวทางการประเมินผู้ป่วยในระดับสูง ภายให้การให้เหตุผลทางคลินิกที่ชัดเจนและเหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด
ในฐานะหัวหน้างาน ผมประทับใจในข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญที่น่าจะสะท้อนพัฒนาการเรียนรู้ของนักกิจกรรมบำบัดมือใหม่ในการประเมินอีกสามเดือนข้างหน้า และขอส่งกำลังใจให้นักกิจกรรมบำบัดมือใหม่เหล่านี้พัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ครับ
ผมก็เห็นด้วยกับข้อเสนอะแนะนี้ครับ
แวะมาเยี่ยมเยียนครับ
ขอบคุณอาจารย์จารุวัจน์ ที่เข้ามาเยี่ยมและให้คำข้อเสนอแนะครับ
รู้สึกว่าความคิดถูกเปลี่ยน ก่อนนี้ผมมองในแง่ลบ แต่เมื่ออ่านกระทู้นี้รู้สึกว่า เด็กที่จบใหม่ ก็ต้องการการฝึกฝนในชีวิตจริงเช่นเดียวกัน เพียงแต่รอโอกาส ซึ่งน้องเหล่านี้ได้รับเต็มที่ ณ สถานที่นี้ แต่ไม่รู้ว่า ณ สถานที่อื่นจะให้โอกาสเด็กใหม่นี้ได้มากแค่ไหน
ขอบคุณครับผู้เยี่ยมชม
ผมหวังว่าเราคงต้องปลูกฝังน้องใหม่ในเรื่อง "การฝึกฝนตนเอง" อยู่เสมอ หากว่าสถานที่ทำงานไม่มอบโอกาส น้องใหม่เหล่านี้คงต้องประกาศให้หัวหน้างานหรือผู้เกี่ยวข้องรับทราบ "การพัฒนาคนภายในองค์กร" เพิ่มเติมด้วยครับ