Happiness you can grow

The happiness you can grow จาก  Bangkok Post ,Outlook 26/8/2007


True happiness cannot be bought. It is something we have to cultivate ourselves.

ความสุขหาซื้อไม่ได้ แน่เสียยิ่งกว่าแน่
มันเป็นสิ่งที่คุณต้องควานหาด้วยตัวคุณเอง
 


ในภาษิตจีนพูดไว้ว่า ถ้าอยากพานพบความสุขแบบตื่นเต้น3 ชั่วโมง..ให้ไปลองเล่นการพนัน  (ต้องชนะด้วยนะ)
ถ้าอยากสุขแบบrapture 3 สัปห์ดา..ให้ท่องเทื่ยว
ถ้าสุขแบบ bliss (แบบคล้ายมีดอกไม้บานในใจ) 3 เดือน...ให้แต่งงาน
สุขแบบ3 ปีดั่งอยู่ในสวรรค์...ให้สร้างบ้าน

แต่พระไพศาล วิสาโล


ผู้บอกเล่าบทความนี้ท่านบอกว่า
ถ้าอยากพบสุขแบบจริงแท้และนิรันดร์

ให้ปลูกต้นไม้และมีชีวิตอยู่กับมัน(ต้นไม้)
ไม่เพียงแต่ต้นไม้ในป่า,ในสวน หรืออุทยานไหน ๆ นะคะ

ท่านชี้แนะไปถึงว่า  เราต้องปลูกต้นไม้ไว้ในใจเราด้วย

Growing tree makes us happy .
We can feel happy from the moment we put the seeds
into the soil, pour water and ...take care of the land.

ความสุขที่เราจะได้จากการปลูกต้นไม้
ไม่ใช่ว่าเราจะได้เฉพาะตอนที่เราอาศัยร่มเงา
หรือชื่นชมใบเขียวแสนสวย
หรือหลังจากมันผลิดอกออกผลให้เรา


ความสุขมีมาตั้งแต่แรกโปรยเมล็ด,ขุดดิน
โกย,ควัก,กอบดินเพื่อปลูก
สุขมีมายามเพ่ง คอยและลุ้น หน่ออ่อน
กระทั่งทำการย้ายกล้า
มาลงบ้านถาวรของมัน


ขณะที่เราทำอย่างนั้นกับต้นไม้ที่เราปลูก
ในใจของเราก็จะมีต้นไม้เติบโตเช่นเดียวกัน

นั่นคือเรากำลัง"ปลูก" ความสุขให้กับตัวเองด้วยสองมือของเรา

เห็นด้วยเลยค่ะ
เพราะเป็นคนหนึ่งที่ชมชอบการปลูกต้นไม้ด้วยเมล็ด
หรือเก็บต้นไม้เล็ก ๆ ที่กำลังผลิออกมาตามรายรอบทางเดิน
นำมาเห่กล่อมด้วยสองอุ้งมือ
แล้วกอบดิน ทำบ้านให้ต้นไม้

ให้น้ำและ..ลุ้นค่ะ ว่างาม หรือไม่งาม
ดิฉันเก็บมานักต่อนักกับเรื่องต้นไม้ข้างถนนนี่


มั่นใจว่ารอดทุกรายทุกต้น


ลูก(ต้นไม้) ของเราในสายตาเรา เราว่าดีหมด
(ไม่เว้นกระทั่งเจ้าดอกกระดุม ก็เป็นลูกเรา)

But we have to invest in all this.....by heart.
And we have to invest in all this by
growing naturing both the trees in nature and the tree in our mind.

ปลูกต้นไม้(ภายนอก) แล้วต้องดูและ.. ดูแล...ปลูกต้นไม้ในใจเราด้วย

People are not happy because their minds are always in the future-in "wishes"
And most of us suffer because we carry things that have already passed.


ต้นไม้ไม่ว่าต้นที่เรากำลังปลูก
หรือต้นที่กำลังงอกขึ้นเองในใจของเราขณะที่เราได้ปลูกต้นไม้
หรือทำสิ่งดี ๆ อย่างอื่น เช่น ให้โอกาสผู้อื่น
ชี้แนวทางที่ถูกที่ควรแก่ผู้รู้น้อยกว่า...ธรรมทาน
แรก ๆ ที่เราปลูก ทั้งสองต้นนี้
เราต้องทะนุถนอม หยอดน้ำ พรวนดิน
เฝ้าดูแลไม่ให้ศัตรูพืช หรือศัตรูใจ มาริดรอน
ชืวิตที่กำลังแตกหน่ออ่อน
ส่วนยอดพุ่งสวนทิศแกนกลางโลก สู่ท้องฟ้า
ส่วนรากก็ค่อย ๆ ชอนไชไปตามใต้ผืนดิน
เพื่อเสาะหาแหล่งน้ำหล่อเลี้ยง
จนกว่า"ต้นไม้" ทั้งสองนี้แข็งแรง
ยืนหยัดคู่โลกได้โดยลำพัง นั่นแหละ
ผู้ปลูกเช่น เราๆ ท่าน ๆ จึงจะพอได้พัก


แต่


ต้นไม้..ในใจและที่เราปลูกก็ยังต้องอาศัยการดูแล
เฝ้าระวังเป็นระยะ...เช่นยามเมื่อมีมรสุม(พายุ,ปัญหาชีวิต)

แต่ท่าน..พระไพศาล
ได้ให้แนวคิดไว้ว่า การปลูก หรือการดูแล
ต้นไม้จริงและต้นไม้ใจนี้ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยเพียงแต่


ต้นจริง..เอาตัวเราอยู่กับมัน
ต้นใจ...ก็เอาใจเราอยู่กับมันเช่นกัน


both suffering and happiness is up to us

สังเกตมั้ยคะ เวลาไปเที่ยวที่ไหน ๆ
เช่นเที่ยวปีนเขา หรือขึ้นดอยสูง ๆ
ขาขึ้นเราหลาย ๆคน จะไม่ได้เห็นหรือซึมซับกับความสวยงามของวิว ทิวทัศน์มากนัก เพราะอาจจะพะวงอยู่กับ ทางขึ้นที่สูงชัน
ทางรกคดเคี้ยว ต้นไม้ระเกะระกะ...อีกไกลมั้ยนะ
ความคิดปรุงแต่งอย่างนี้แหละที่เป็นตัวริดรอน
บดบังทำให้เราไม่เห็นความสวยงามของป่า ของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่

ขากลับหรือขาลง จึงได้แต่พึมพำกันว่า
โอ้โฮ วิวตรงนั้น ตรงนี้ สวยจังเลย
เพราะนี่คือขากลับ เราตัดความกังวลออกไปแล้ว
เราลดความคิดปรุงแต่ง
เราจึงมีจิตใจจดจ่อกับ"ปัจจุบัน"
หรือความงามงด ยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้

เทียบกับการดำเนินชีวิต
หลายคนมัวกังวลถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
หลายคนติด"กับ" หรือ "บ่วง" ความทุกข์..ในอดีต
ทั้งที่มันผ่านไปนานแล้ว

เราลืม"ปัจจุบัน" ที่อยู่ตรงนี้


เวลานี้ ตรงหน้าเรา ขณะนี้ ขณะที่เรากำลังหายใจเข้า-ออก อยู่นี่เอง
both suffering and happiness is up to us


เมื่อกลับไปดูต้นไม้ใหม่
มันไม่กลัวแสงอาทิตย์อันร้อนแรง
ซ้ำแปรเปลี่ยนแสงร้อนให้กลายเป็นร่มเงา
รากของมันไม่รังเกียจผืนดิน สิ่งปฏิกูล หรือไส้เดือน
มันแปรเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้เป็นอาหารหล่อเลี้ยง
และตอบแทนโลกด้วย สีเขียวแห่งใบไม้ ดอกไม้แสนสวย ผลผลิตหอมหวานของผลไม้

มองลึกลงไปที่ต้นไม้ใจ
มองด้วยความชาญฉลาด
สติ ปัญญา คิดและตรองให้ถึง ก้นบึ้ง


อย่าให้ความทุกข์ในอดีต มากัดกร่อนหัวใจ
อย่าปล่อยให้ภาพการสูญเสีย อาการป่วยเจ็บไข้
แม้กระทั่งการกลัวถึงความตาย ที่ยังมาไม่ถึง
มาปิดกั้น


ความสุขที่เราควรสัมผัสได้ใน"ปัจจุบัน"

ให้เหมือนต้นไม้ใจ
ที่เราปลูก ดูแล ด้วยใจ และสองมือ..ของเราเอง


(แล้ว..สัมผัสความสุขให้ได้...The happiness you can grow)