รู้สึกว่าผมฟังนิทานเรื่องนี้ตอนเข้าป่าไปเก็บเห็ด...หรือไปเก็บผักหวานกับน้าทิดผม...อะไรประมาณนี้แหละครับ...ความสุขเมื่อยังเด็กจะมีอะไรมาเปรียบได้กับการได้ฟังนิทาน...จริงมั้ยครับท่าน...(ผมยังเด็กดูเห็ดไม่เป็นหรอกครับ...ถือตะกร้าให้เขา) ลองมาฟังอีกหนึ่งเวอร์ชั่น...สไตล์กระเทยเฒ่า...เจ้าแม่กวนอิม..ฮิ ๆ
ในส่วนหนึ่งของภาคอีสาน ตรงไหนไม่รู้ (จำไม่ได้...หรืออาจจะแถว ๆ มหาสารคามบ้านอาจารย์ผมท่านหนึ่งก็เป็นได้...เพราะแถวนั้นมีแต่คนดีทั้ง น้.... า.....น ) มีครอบครัวที่ยากจนครอบครัวหนึ่งมีอยู่ด้วยกันสามคน พ่อ แม่ และลูก
ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่ยากจน ไม่มีสมบัติที่มีค่าอะไรนอกจากขวานเก่าๆ เล่มหนึ่งเท่านั้น
ทุกเช้า สองสามีภรรยาจะเข้าไปตัดฟืนในป่าเพื่อเอาไปขาย และจะกลับบ้านเมื่อถึงเวลาเย็น หากินเลี้ยงชีวิตอยู่เช่นนี้ทุกวัน
วันหนึ่ง เมื่อตัดฟืนได้พอแก่ความต้องการแล้ว ทั้งสองก็วางขวานไว้ใกล้ๆ กับกองฟืน แล้วเข้าไปหาเถาวัลย์ในป่าลึก เพื่อเอาเถาวัลย์เหล่านั้นมามัดฟืน
สองสามีภรรยาเดินลับหายไปได้ไม่นานเท่าใดนัก เจ้าเมืองพร้อมด้วยคนติดตามอีกสองคนก็เดินทางมาทางนั้น
คนที่เดินมากับเจ้าเมืองนั้น คนหนึ่งถือขวานทองอีกคนหนึ่งถือขวานเงิน
เมื่อเจ้าเมืองแลเห็นขวานคร่ำคร่าของสองสามีภรรยานั่นเข้า ก็สั่งให้เก็บเอากลับไปด้วย
เมื่อสองสามีภรรยากลับมาไม่เห็นขวานก็ใจหาย ทั้งสองพากันนั่งร้องไห้ เพราะถ้าขาดขวานเสียแล้ว เขาก็ไม่มีเครื่องมือที่จะใช้ทำมาหากินได้ เท่ากับตัดอาชีพของเขาทีเดียว
ขณะที่ทั้งสองกำลังคร่ำครวญอยู่นั้นเอง เจ้าเมืองและบริวารก็พากันเดินกลับมาทางนั้นอีก
"เจ้าทั้งสองมีความยุ่งยากใจอะไรหรือ ถึงได้พากันร้องไห้เช่นนี้" เจ้าเมืองถาม
ทั้งสองจึงตอบว่า "ข้าแต่ท่านเจ้าเมือง เรามีขวานอยู่เพียงเล่มเดียวและมันได้หายไปแล้ว เราไม่มีอะไรจะทำมาหากินต่อไปอีกแล้ว"
เจ้าเมืองจึงพูดว่า "ฉันพบขวานของเจ้า นี่ใช่ไหมล่ะ"
พูดแล้วเจ้าเมืองก็สั่งให้คนติดตามที่ถือขวานเงิน เอาขวานเงินส่งให้คนตัดฟืน
"ขวานเล่มนี้ไม่ใช่ของเรา" คนตัดฟืนปฏิเสธ "ไม่ใช่เล่มนี้"
เจ้าเมืองจึงสั่งให้เอาขวานทองมาให้
สองสามีภรรยากลับร้องไห้มากขึ้น พลางพูดว่า
"ขวานทองเล่มนี้ก็ไม่ใช่ของเรา ของเราเป็นขวานเก่า เป็นขวานเหล็กด้ามไม้ เรามีเพียงเล่มเดียวเท่านั้น
เมื่อเจ้าเมืองเห็นความซื่อสัตย์ของคนทั้งสองเช่นนั้น ก็สั่งให้คืนขวานเหล็กแก่คนตัดฟืนไป และมอบขวานทองขวานเงินให้อีกด้วย
เพื่อเป็นรางวัลแห่งความซื่อสัตย์ เจ้าเมืองได้ให้ทองซึ่งมีราคาหลายพันบาทแก่คนตัดฟืนด้วย....
เรื่องนี้คล้ายๆกับเทพารักษ์กับคนตัดฟืนเลยน่ะ