ความจริงเกือบตัดสินใจหยุดเขียนบันทึกสักระยะเสียแล้ว เพราะรู้สึกว่า เวลาช่างไม่ค่อยพอกับเรื่องที่รอให้ทำ แต่แล้วก็กลับความคิด เพราะแม้จะไม่อาจเขียนสาระอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เช่นเกร็ดความรู้-ความคิดจากการไปเวียดนามเป็นต้น ก็ยังใช้บันทึกเพื่อทบทวนเรื่องจิปาถะที่ทำๆอยู่ในแต่ละวันได้ เช่นบันทึกนี้เป็นต้น
วันนี้ไม่มีสอนแต่มีเรื่องการตรวจงานนศ.ป.โทเอกการบริหารการศึกษา จำนวน 60 กว่าคน เพื่อสรุปผล ในส่วนที่รับผิดชอบส่งให้ประธานหลักสูตรโดยด่วน แต่แล้วก็มีเรื่องแทรกคือการประชุมที่สำคัญเกี่ยวกับปัญหาการส่งนักศึกษาออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ซึ่งตามหลักสูตรใหม่จะต้องออกไปโรงเรียนถึง 4-5 ครั้ง ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ และปัญหาอยู่หลายประการ
แม้ไม่มีชื่อในฐานะผู้สอน Practicum-3 แต่เหตุที่เคยปรารภกับท่านคณบดีเรื่องปัญหาที่ได้ยินได้ฟังมาจากอาจารย์พี่เลี้ยง ท่านจึงขอให้เข้าประชุมด้วย ก็ได้อภิปรายช่วยๆกันหาแนวทางแก้ปัญหาไปได้ตามสมควร
สิ่งหนึ่งซึ่งคิดว่าถึงเวลาจะได้ทบทวน แก้ไขโดยด่วนก็คือการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาอันเป็นทักษะวิชาชีพ ให้ตอบสนอง หรือสอดคล้องกับการออกฝึกประสบการณ์จริงๆให้มาก .. เพื่อเสียงบ่นที่ว่านักศึกษาฝึกสอนทำอะไรไม่ค่อยได้ จะได้ค่อยๆหมดไป .. การแยกเรียนอะไรเป็นเสี้ยวเป็นส่วน ก็น่าจะหาทางบูรณาการให้เกิดประโยชน์ให้มากยิ่งขึ้น การจัดให้มีการสอนเป็นทีมก็น่าจะต้องทำให้ได้ ในรายวิชาที่สมควรทำ เช่น นวัตกรรมการศึกษา เป็นต้น เรื่องของสื่อหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ควรมาทีหลัง เอาให้ชัดเสียก่อนว่า เขาจะจัดการเรียนการสอนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ใด จะเลือกวิธีสอนแบบใหน บทบาทผู้เรียน ผู้สอนเป็นอย่างไรในแต่ละขั้นตอน .. แล้วจึงโยงเข้ามาหาเรื่องสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสม .. ทำทุกอย่างให้สัมพันธ์กัน และเป็นไปตามลำดับ ขั้นตอน อะไรๆก็คงดีขึ้นได้ .. ที่ว่ายึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ยังทำอะไรให้เป็นรูปธรรมได้อีกมากมาย .. ปัญหานักศึกษาเรียนแล้วสอบได้ แต่เอาไปใช้ไม่เป็นก็คงมีน้อยลง .. ถ้าจะตั้งใจทำกันจริงๆ
ขณะประชุมก็มีโทรมาจากฝรั่งคนหนึ่ง ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งอาจารย์ก็เกิดอาการตระหนกพอสมควร .. เรื่องนี้คิดว่าเป็นกันอยู่ทั่วไป .. ก็ได้ออกไปช่วยแก้ปัญหา ปรากฏว่าเขาจะสมัครเข้ารับการอบรมตามหลักสูตร 20 ชั่วโมงเกี่ยวกับภาษา-วัฒนธรรมไทย และมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพครู .. อันเป็นเงื่อนไขหนึ่งของคุรุสภา ในการที่ครูต่างชาติจะขอใบประกอบวิชาชีพ .. ผมเองก็มีชื่อเป็นวิทยากรร่วมกับ อ.วิลาวัณย์ จารุอริยานนท์ ในหัวข้อ มาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพครู การอบรมจะจัด 3 วันต่อเนื่องกันคือ 1-2-3 ตุลาคม 2550 วิชาของเรา กระจายไปวันละ 2 ชั่วโมงทั้ง 3 วัน .. ฝรั่งคนดังกล่าวต้องการใบสมัคร แต่ปรากฏว่าที่ทำกันไว้มีแต่ที่เป็นภาษาไทย เพราะส่งไปยังโรงเรียน ให้ทางโรงเรียนรวบรวมรายชื่อครูต่างชาติที่สนใจอบรมส่งมา แต่รายนี้เขาบอกว่าจะส่งเองและอยากได้ Application Form ที่เป็นภาษาอังกฤษ ก็เลยได้ทำหน้าที่สร้างแบบฟอร์มดังกล่าวให้เขาพิมพ์และ Fax. ไปให้แล้ว
ว่ามาถึงตรงนี้ทำให้คิดได้ว่าเมื่อทำโครงการเกี่ยวเนื่องกับคนต่างชาติ เช่นการอบรม น่าจะต้องหาเจ้าหน้าที่ ที่สื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้ดี คอยทำหน้าที่รับเรื่องไว้ด้วย ไม่งั้นพอผู้รับบริการโทรเข้ามาทีก็สะดุ้งกันที และต้องวิ่งหาผู้ช่วยกันให้วุ่น .. ทำให้นึกถึง Spec. เพิ่มเติม ในการรับสมัครเจ้าหน้าที่รอบต่อๆไป ว่าอาจต้องสนใจเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษได้ รวมอยู่ด้วยกระมัง
พรุ่งนี้บ่ายสองโมงมีประชุมเรื่องการเตรียมการฝึกอบรม ก็คงได้นำเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมได้อีกเรื่องหนึ่ง
เย็นถึงค่ำทำคะแนน 60 กว่าคนเสร็จ เมื่อประมาณ 2 ทุ่ม ค่อยรู้สึกผ่อนคลายไปบ้าง .. ขณะเขียนบันทึกนี้ก็ยังอยู่ที่ทำงานครับ .. คืนนี้น่าจะกลับได้ก่อน 4 ทุ่ม
วันนี้ยังมีการโต้ตอบ Mail กับทางเวียดนามด้วย โดยเขาเตือนย้ำเรื่องบทความสัก 2-3 หน้าที่จะส่งไปให้ในโอกาสที่เขาจะจัดสัมมนาครู ผู้บริหาร และนักการศึกษาของเวียดนาม ประมาณ 70-80 คนจากทั่วประเทศ และจะเชิญผมไปนำเสนอความคิดต่อที่ประชุมด้วย แต่งานนี้เขาไม่ได้ตั้งงบไว้เพื่อการดังกล่าว .. เพิ่งมาปิ๊งเอาตอนเราไปเยี่ยม .. งานนี้หากมหาวิทยาลัยของผมสนับสนุนค่าใช้จ่ายได้ก็คงได้ไปเวียดนามอีกรอบ หัวข้อน่าสนใจครับ เขาตั้งไว้ว่า ...
Application of ICT into Teaching & Training in Primary Education
แนวทางที่ผมเสนอแนะไว้ก็คือข้อควรระวังที่จะไม่ให้ความง่าย และ ความรวดเร็ว ที่แฝงมากับ ICT มาทำลายโอกาสแห่งการเรียนรู้ของเยาวชน รวมทั้งทำลายโอกาสที่เด็กจะได้พัฒนาตนด้านต่างๆ เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ผมบอกว่า ICT แม้จะใช้อย่างสร้างสรรค์ แต่ถ้าคิดไม่รอบคอบ ก็จะมีการทำลายแฝงอยู่ด้วย .. ถ้าตระหนักก็มีทางกันทางแก้ได้ .. เขาเลยขอตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ก็ได้ว่าให้ฟังไปเล็กน้อย ก่อนที่จะตั้งหลักถามเขาบ้างในประเด็นที่เราทำการบ้าน เตรียมกันไว้ .. เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร คงได้นำมาบันทึกให้สืบเนื่องต่อไป .. ตามจังหวะที่เหมาะๆครับ
บันทึกนี้มีสาระแบบเรื่องเล่าที่เมื่ออ่านอย่างละเอียด คิดตามไปด้วย ได้ทั้งแนวปฏิบัติและวิธีการทำงาน วิธีการคิด แนวคิด นะคะพี่ Handy
ขอบคุณสมองส่วนที่บอกว่าให้มา "บันทึกเพื่อทบทวนเรื่องจิปาถะที่ทำๆอยู่ในแต่ละวัน" แทนที่จะหยุดเขียนบันทึก (ตามแบบผู้บริหารอีกค่อนประเทศ) เพราะงานมากมาย นะคะ เป็นการ"ให้"ที่ยิ่งใหญ่ต่อพวกเราชาว GotoKnow นะคะ คือให้"เวลา" ให้ "ใจ" ให้"ความคิด" ขอบคุณพี่ Handy มากๆค่ะ มาชื่นชมและเอาใจช่วยกับภารกิจมากมายที่ดูเหมือนยิ่งทำก็จะยิ่งมีความสุขกับผลที่จะเกิดต่อๆไปนะคะ ดีใจไปด้วยมากๆค่ะ
ขอขอบพระคุณอาจารย์ Handy...
บันทึกแต่ละบันทึกที่เขีนยมาในแต่ละครั้งนี้ก็เต็มไปด้วยสาระมากมายที่ได้ถ่ายทอดออกไปให้ทุกคนได้รับรู้ หรือจะเป็นการเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ได้รู้กันว่าไปทำอะไร ที่ไหนมาบ้าง เราก็สามารถเขียนได้ทุกวันไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แทนที่จะหยุดเขียนบันทึกไปเฉอย ๆ
( น้ำผึ้ง คล้ายจินดา กลุ่ม 101 )
สวัสดีค่ะ พี่Handy
......ด้วยความรักและคิดถึงพี่เสมอค่ะ......
ต๊กกะใจหมกเลยนึกว่าสหาย(จะหาย)ไปซะแล้วดีใจที่กลับมาครับอิอิ…… <p> </p>
สวัสดีค่ะ อาจารย์
อย่าเก็บความรู้ไว้คนเดียวนะค่ะ ต้องออกมาเผยแพร่ความรู้ เพื่อประโยชน์ของสังคมไทยจะได้ก้าวหน้า โดยเฉพาะงานด้านการศึกษา เพราะเมื่ออ่านครั้งใดก็ได้ความรู้ และได้กำลังใจในการเป็นครู ซึ่งอาจารย์เป็นครูที่เป็นชีวิต ซึ่งมากกว่าหน้าที่ที่สังคมกำหนด
เหนื่อยนักก็พักบ้างนะค่ะ เพื่อจะได้ลุกขึ้นสู้ เพื่องานที่ยิ่งใหญ่ เพื่อเด็กไทยของเราค่ะ
สวัสดีครับ
ขอขอบคุณต่อทุกความเห็น ขอบคุณที่แวะเวียนมาทักทาย และให้ความห่วงใยครับ .. แม้ไม่ได้ไล่เรียงเป็นรายบุคคล ก็เอ่ยชื่ออยู่ในใจทุกท่านครับ