ภายหลังจึงใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม และแยกออกเป็นชุดระบำเบ็ดเตล็ด ที่นิยมใช้ในการอวยพรในงานมงคลต่างๆ เพลงที่ใช้ประกอบคือเพลงรัวดึกดำบรรพ์ ครวญหา จีนถอนและจีนรัว เนื้อเพลงกล่าวยอพระเกียรติสมเด็จพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระราชกฤดาภินิหารอันยิ่งใหญ่ของไทย

ระบำกฤดาภินิหาร

 

การแสดงวันนี้ ยังคงต่อเนื่องมาจาก ฟ้อนอวยพร และรำอวยพร ในบันทึกที่ผ่านมาครับ  ด้วยความหมาย การรำทั้ง ๒ ชุด มีจุดมุ่งหมายในการอวยพร ระบำกฤษดาภินิหาร ก็เป็นระบำที่มีความหมายในการอวยพรเช่นเดียวกัน

ระบำกฤดาภินิหาร ได้ประดิษฐ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๖ เพื่อใช้ประกอบการแสดงละครเรื่อง เกียรติศักดิ์ไทย ในสมัยพระอนุมานราชธน เป็นอธิบดีกรมศิลปากร (หลังยุคละครหลวงวิจิตรวาทการ) ประดิษฐ์ท่ารำโดยหม่อมต่วน ภัทรนาวิก และนางลมุล ยมะคุปต์ ประพันธ์บทโดย สุดา บุษปฤกษ์ ในครั้งแรกนั้นใช้วงดนตรีสากลของกรมศิลปากรบรรเลงประกอบการแสดง

ภายหลังจึงใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม และแยกออกเป็นชุดระบำเบ็ดเตล็ด ที่นิยมใช้ในการอวยพรในงานมงคลต่างๆ เพลงที่ใช้ประกอบคือเพลงรัวดึกดำบรรพ์ ครวญหา จีนถอนและจีนรัว เนื้อเพลงกล่าวยอพระเกียรติสมเด็จพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระราชกฤดาภินิหารอันยิ่งใหญ่ของไทย ที่พระเกียรติลือกระฉ่อนถึงเทวดาชั้นฟ้า ผู้แสดงชายหญิงแต่งกายยืนเครื่องพระนาง สมมติเป็นเทวดา นางฟ้า รำใช้บทตามเนื้อร้องในตอนท้ายจึงถือพานดอกไม้ออกโปรย แสดงการอวยชัยให้พร  การแสดง ใช้ผู้แสดง ๑ - ๔ คู่ หรือจะเป็นผู้หญิงแสดงล้วน แต่งกายแบบนางในก็ได้เช่นกัน โอกาสที่ใช้ในการแสดง ในงานพิธีมงคลและงานและงานทั่วๆไป อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการรำ คือ พานดอกไม้  โดยเนื้อเพลงมีดังนี้

 

ปราโมทย์แสน

 

องค์อัปสรอมรแมนแดนสวรรค์

 

ยินกฤดาภินิหารมหัศจรรย์

 

เกียรติไทยลั่นลือเลื่องเรืองรูจี

 

ต่างเต็มตื้นชื่นชมโสมนัส

 

โอษฐ์เอื้อนอรรถอวยพรสุนทรศรี

 

แจ้วจำเรียงเสียงเพลงสดุดี

 

ดนตรีรี่เรื่อยประโคมประโลมลาน

 

แล้วลีลาศเริงรำระบำร่าย

 

กรกรีดกรายโปรยมาลีสีประสาน

 

พรมน้ำทิพย์ปรุงปนสุคนธาร

 

จักรวาลฉ่ำชื่นรื่นรมย์ครัน

 .......ปี่พาทย์บรรเลงเพลงเชิดจีน........

 

 

 ภาพนี้ได้รับความเอื้อเฟื้อ จากคุณครูวัชรีพร ลีลานันทกิจ