ขอบคุณที่ทำให้การเดินทางไปทำภารกิจของพวกเราครั้งนี้เป็นไปด้วยความอบอุ่น สะดวก เรียบร้อย และได้ประโยชน์มาก

สวัสดีครับ
    ผมเขียนบันทึกระหว่างทางกลับแล้วครั้งหนึ่งแต่ส่งขึ้นไม่ได้ หายไปตามระเบียบ ใช้ GPRS ผ่านมือถืออย่างเคยครับ  โดยเฉลี่ยใช้ได้ดีตลอดทาง แต่ก็มีหลุด มีพลาดบ้าง พอยอมรับได้ครับ

   ผมและทีมงานมาถึงกทม.ตอนสามทุ่มครับ  ระหว่างทางแวะทานอาหารเย็นแถววังน้อย การเดินทางราบรื่น เรียบร้อย ไม่มีปัญหาครับ

   วันนี้ 17 กย. ตื่นเช้า 6.00 น. หลังอาหารเช้าเรามีกำหนดนัดกับทีมบริหารคณะศึกษาศาสตร์ของ ม.ขอนแก่นเวลา 8.30 น. แต่พอลงบันใดไป ทีมงานก็ได้ส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมก่อนขึ้นรถไปประชุมครับ  มีคนนำทั้งกระเป๋าถือสวยๆ ราคาถูก และผ้าผืน คลุมโต๊ะ คลุมเตียง มาขาย เลยช่วยกันอุดหนุนก่อนขึ้นรถ เป็นการเบิกอรุณที่มองไปก็ดีที่ทำให้เกิดการกระจายรายได้ และส่งเสริมสินค้าไทยแต่เช้า .. เรื่องนี้เราถนัดกันอยู่แล้ว ดูผมเป็นตัวอย่างก็ได้  ไปเวียดนามยังอดรักสินค้าไทยไม่ได้ เป็นอย่างไรกลับไปดูตอนท้าย ของ บันทึกนี้ ครับ

     เราเริ่มการพูดคุยกับทีมงานของคณะศึกษาศาสตร์ของ ม.ขอนแก่นที่นำโดย รศ.ดร.วัลลภา อารีรัตน์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ ตั้งแต่ประมาณ 9.00 น. หลังจากที่มีอาจารย์ 2-3 ท่านไปรอรับที่ลานจอดรถและถ่ายภาพร่วมกันที่หน้าอาคาร
    บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น เป็นกันเองอย่างยิ่ง มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้กันอย่างกว้างขวาง ซักถามในกลุ่มใหญ่แล้ว แยกคุยเป็นวงย่อยประมาณ 3 วงโดยอัตโนมัติ ด้วยความสนใจร่วมกันทั้งผู้รับ และผู้ให้ หลังจากนั้นก็แวะเวียนไปตามห้องต่างๆ เช่น สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ  ศูนย์พัฒนาวิชาชีพครู และห้องสำนักวิจัย เป็นต้น การต้อนรับ การพูดคุยทุกจุดล้วนเป็นไปด้วยลักษณะเดียวกัน คือทำด้วยใจเต็มร้อย .. หลังจากนั้นก็ทานอาหารกลางวันร่วมกันในห้องเอนกประสงค์

   ตอนใกล้อิ่ม อ.แป๋วโทรเข้ามา และสักครู่ก็เดินข้ามฟากมาหา พร้อมคุณน้อง พิชชา แม้คุยกันได้ไม่นาน ก็รู้สึกดีที่ได้แนะนำให้ทีมงานและท่านคณบดีของผมรู้จักว่า คนนี้แหละ แนะนำความอร่อย จนกระทั่งให้ระวังก้างปลา ให้กับพวกเราเมื่อวันวาน .. ถ่ายรูปร่วมกันอีก 2-3 ครั้งก่อนที่พวกเราจะอำลากลับในเวลาประมาณบ่ายสองโมงกว่าๆ 

   พอรถเริ่มออกจาก มข.ผมก็โทรสวัสดีท่าน JJ  และ ดร.แสวง แม้คุยกันไม่กี่คำก็รู้สึกได้ว่าทั้งสองท่าน เสียดายที่ไม่ได้เจอกัน ผมก็ไม่สบายใจที่มาถึงที่แล้วก็ได้แค่โฉบผ่าน  แต่ก็เป็นไปตามที่เขากำหนดไว้ครับ วันพรุ่งนี้ก็มีงานรออยู่ จะกลับเย็น ค่ำ ถึงดึกมากๆก็คงไม่ไหว .. ผมก็หวังอยู่ในใจว่า โอกาสที่จะได้พบกันแบบไม่เร่งรีบ และคุยกันให้ออกรสและหายคิดถึงนั้น ยังมีอยู่เสมอ

    ที่กทม. พอหิ้วของลงรถเดินไปได้สัก 4-5 เมตร ได้มีโทรศัพท์สอบถามด้วยความห่วงใย จากน้องใครไม่รู้  รู้แต่ว่าเธอชื่อติ๋วครับ

    ขอจบบันทึกนี้ก่อนกลับเข้าบ้าน ด้วยคำว่า ขอขอบคุณทุกท่านที่เอ่ยชื่อและไม่ได้เอ่ยชื่อไว้ในที่นี้ ขอบคุณที่ทำให้การเดินทางไปทำภารกิจของพวกเราครั้งนี้เป็นไปด้วยความอบอุ่น สะดวก เรียบร้อย และได้ประโยชน์มากเลยครับ .. หวังว่าคงได้มีโอกาสทำสิ่งดีๆให้กับท่านเหมือนที่ท่านได้ทำกับผมและพวกเราทุกคนครับ