ขออภัยค่ะ สัญญาณเตือนไฟมันช๊อตค่ะ?!?!

วันที่ 17 กันยายน 2550

วันนี้เป็นวันจันทร์ วันแรกของสัปดาห์ที่ 20 นับถอยหลังไปก็เหลือ 58 วันแล้ว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เช้าวันนี้ผมถูกปลุกด้วย SMS ของอาร์ลีนเวลา 6 โมง 20 นาทีดีดัก ตามเวลาท้องถิ่นที่เร็วกว่าบ้านเรา 1 ชั่วโมง เธอบอกว่าวันนี้ไม่สบาย ไปทำงานสาย ให้บอกอาร์เธอด้วย เลยได้เวลาผมลุกขึ้นมาชงกาแฟดื่มเรียกวิญญาณ เพราะเมื่อคืนนอนดึกเล็กน้อย เนื่องจากว่าตอนกลางวันอ่านบทความของท่านอาจารย์มหาเต็ม บอกว่าดูใน youtube มาพบว่ามีเรื่องราวดีๆให้ดู ผมก็เลยค้นพบตัวเองว่า เริ่มหลงรักมันเช่นกัน ผมเปิดดูบันทึกการแสดงสดของ Ennio นักแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์และ conductor ในดวงใจ เลยได้ทราบที่มาของเพลงที่ผมชอบหลายๆเพลง หัวใจผมเต็มตื้นจริงๆนะครับ และยังได้ดู Yo Yo Ma อย่างอิ่มหนำ (นี่ขณะเขียนบันทึก ก็เปิดดูไปด้วยนะครับ) เสียอย่างเดียว สะดุดแล้วสะดุดอีก ผมหัวคะมำไปหลายหนเชียว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                น่าแปลกใจที่วันนี้ไม่มีคนไข้ให้ round เพราะเราสามารถให้กลับบ้านได้หมด คนไข้ที่นี่ไม่กล้านอนโรงพยาบาลนานๆหรอกครับ เพราะขั้นต่ำจ่ายเงินค่านอนคืนละ 200 เหรียญ ผ่าตัดมดลูกทางช่องคลอดก็นอนเพียง 2 วัน ถอดสายสวนปัสสาวะแล้วดูว่าเขาถ่ายปัสสาวะได้ดีหรือไม่ โดยใช้เครื่อง bladder scan ครับ หากคนไข้สอบผ่านก็กลับเลย บ้านเรานอนกัน 5 วันเป็นอย่างน้อย ต้องคาสายสวนปัสสาวะนานตั้ง 5 วัน แถมเมื่อถอดสายสวนแล้ว ยังต้องถูกสวนวัดปริมาณปัสสาวะซ้ำอีก นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่พบว่า เทคโนโลยีช่วยลดความทุกข์ของคนไข้ และลดเวลานอนโรงพยาบาลได้มาก กลับบ้านรอบนี้คงต้องหารือกันอีกยกใหญ่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ผมลงมากินโจ๊กราว 8.15 น. ปรากฏว่าเมื่อจ่ายเงินปุ๊บ ครูหาญก็โทรมาปั๊บ บอกว่าให้ผมไปผ่าตัดมดลูกทางหน้าท้องให้หน่อยตอน 8.30 น. ผมเลยกินปลาไป 4-5 ชิ้น แล้วก็ทิ้งทั้งถ้วย เสียดายจริง 4.1 เหรียญแน่ะ ผมเรียกดันดีให้เข้าไปช่วย เราเข้ากันได้ดีเหมือนเดิม เขาเป็นรุ่นน้องผม 2 ปี เลย follow my style ฮ่า ฮ่า ครูหาญเข้ามาดูตอนที่มดลูกหลุดแล้ว เรากำลังจะปิดหน้าท้อง ถามผมว่า “Is she still survive?” ก็เลยบอกว่าให้ถามหมอดมยาดูสิ เขาก็คงขำอยู่ เลยบอกว่า หัวใจเต้นอยู่ในมอนิเตอร์ ว่าแล้วท่านก็หัวเราะแล้วเดินออกไป <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ช่วงบ่ายลงมาตรวจคนไข้ที่คลินิกกับครูหาญ เลิกงานก็ราว 5 โมงครึ่ง มีนักศึกษาแพทย์ผู้ชายมาอยู่ด้วยคนหนึ่ง สูงราว 1.9 เมตร ผมต้องบอกให้นั่ง เพราะปวดคอ เขาไปขอครูหาญเพื่อนั่งดู ครูไม่ยอม บอกว่าคนไข้ pay class ดูไม่ได้ น่าน ว่าเข้าสิ รักบ้านเกิดอีกแล้วครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เดินกลับขึ้นภาควิชา สังเกตเห็นว่าที่ข้างๆตัวตึก มีเชือกคล้ายกับที่เขาปีนเขา คาดอยู่ที่ระเบียงตลอดด้านเลย นึกสงสัยใจว่าเพราะเหตุใด กันสะเทือนจากแผ่นดินไหวเหรอ ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะว่ารั้งไว้ด้านเดียว คงจะเตรียมทำความสะอาดตึกมากกว่า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                พูดถึงเรื่องแผ่นดินไหวเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้วนึกได้ เพราะว่า 1 วันหลังจากนั้น ก็มีข่าวเรื่องความตระหนักถึงการรักษาความปลอดภัยในสิงคโปร์มากมาย เจ้าหน้าที่มีการเข้าไปในโรงเรียนเพื่อสอนนักเรียนมัธยมซ้อมการดับเพลิง การออกจากที่เกิดเหตุ ผมนั่งดูทีวีก็มีตัววิ่งขึ้นมาในจอว่า วันเสาร์ (ที่ผ่านมา) จะมีการทดสอบเปิดสัญญาณเตือนภัย ผมคาดว่าน่าจะเป็นทั้งเกาะ เพราะว่ามันขึ้นมาในทีวี (เอ..ชักไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เขาสามารถระบุตัววิ่งให้ขึ้นเป็นเฉพาะแห่งได้รึเปล่า) เขาระบุว่าเวลา 12.15 จะเปิดสัญญาณทดลอง ไม่ต้องหนีกันจริงๆ ว่าแล้ววันเสาร์ก็มาถึง เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นมาจริงๆ ดังเหมือนหวอรถตำรวจ ดังลั่นจริงๆครับ เด็กๆข้างล่างแฟลตโวยวายลั่นเชียว เสียงนั้นดังประมาณ 1-3 นาทีก็หยุด ดังแบบนี้ใครไม่ได้ยินคงต้องไปตรวจแล้วครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ที่โรงพยาบาล KK นี่ก็ใช่ย่อย อยู่มา 4 เดือน เขามีการซ้อมเปิดกริ่งสัญญาณไฟไหม้ 2 ครั้งแล้ว เขาจะประกาศว่า ต่อไปนี้จะเป็นการทดสอบสัญญาณไฟไหม้ ทุกท่านโปรดอย่าตระหนก และไม่จำเป็นต้องหนีจริงๆ ว่าแล้วก็ดังกรี๊งงงงงงงง…….. คล้ายที่บ้านผมครับ วันดีคืนดี กริ่งสัญาณไฟไหม้ก็ดังลั่นตึก โดยไม่ต้องบอกกล่าว กรี๊งงงงงงง……ขออภัยค่ะ สัญญาณเตือนไฟมันช๊อตค่ะ?!?!