คุณธรรม

รื่องทีควรขยายความต่อไปคือ

1. เป้าหมายสูงสุดของแต่ละคนมาจากไหน (ปรัชญาชาวบ้าน+ปรัชญาของนักปราชญ์)

2. อิทธิพลต่อการตัดสินใจของมนุษย์มีอะไรบ้าง (อิทธิพลภายใน+อิทธิพลภายนอก)

3. ขุมพลังปฎิบัติคุณธรรมมีอะไรบ้าง (พลังสร้างสรรค์ พลังปรับตัว พลังแสวงหา พลังร่วมมือ)

4. คุณธรรมทำให้ชีวิตมีคุณค่าอย่างไร (To-be-a-man-for-himself)

5. คุณธรรมจูงใจให้มนุษย์อยากมีสามัคคีธรรมอย่างไร (To-be-a-man-with-others)

6. คุณธรรมจูงใจให้มนุษย์อยากอุทิศตนอย่างไร (To-be-a-man-for-others)

7. คุณธรรมจูงใจให้มนุษย์รักรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างไร (To-be-a-man-for-the-world)

สรุ

ขณะนี้มีองค์กรที่เสียสละแรงงานแรงใจและเวลาสร้างเครือข่ายชักชวนกันให้ทำอะไรบางอย่างหรืออย่างน้อยสักอย่าง เพื่อตอบสนองพระราชดำริและเดินตามเบื้องพระยุคลบาทแห่งปรัชญาความพอเพียง และนโยบายของรัฐบาลของพระบาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้านธรรมาภิบาล ด้วยคุณธรรม จริยธรรม เท่าที่สำรวจรู้มีไม่ต่ำกว่า 500 องค์กร กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ หากสำรวจให้ทั่วถึงจริงๆ ก็คงจะมีถึง 1,000 องค์กรขึ้นไป จึงน่าจะหวังอย่างฝันหวานที่น่าจะเป็นจริงได้ว่า หากบรรดาวิทยากรแห่งองค์กรเหล่านี้ ได้เข้าใจความสำคัญของคุณธรรม จริ ยธรรมแห่งความเป็นมนุษย์ และใช้เป็นพื้นฐานร่วมหรือเป็นคำอธิบายเสริม โดยแต่ละองค์กรซึ่งมีวิธีดีอยู่แล้วพร้อมกับประสบการณ์ที่มีอยู่ ก็จะรับรู้ได้ว่าเบื้องหลังของวิธีการและเนื้อหาที่สรรหามาอบรมและสอนกันได้มากมายพร้อมเทคนิคดีๆ อันทรงประสิทธิผลอยู่แล้วนั้น หากได้ตระหนักและรับรู้คุณธรรมจริยธรรมแห่งความเป็นมนุษย์ผนวกเข้ าไปด้วย โดยถือว่าเป็นพื้นฐานเบื้องต้นและพื้นฐานรวมเพื่อการพัฒนาขยายความออกไปทางไหนก็ได้ และเชื่อมโยงไปถึงอะไรก็ได้ สามัคคีธรรมก็จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ อยากจะให้ลองทำกันดู ไม่ทำก็ไม่รู้

สามัคคีธรรมเริ่มต้นที่ความเข้าใจและยอมรับร่วมกันว่า มนุษย์ทุกคนเป็นคนและในฐานะที่เป็นคนจึงมีความสามารถคิดในระดับปัญญา ส่วนหนึ่งของปัญญาคือให้ความสำนึกดี/ชั่ว คือเมื่อจะต้องตัดสินใจทำอะไร ปัญญาจะบอกทันทีว่าควรทำหรือควรละเว้น เสียงบอกเช่นนี้นักปราชญ์เขาเรียกว่าเสียงมโนธรรม (Conscience) ซึ่งแต่ละศาสนามีชื่อเรียกต่างๆกันและแปลเป็นภาษาไทยได้ต่างๆ กัน โดยมีความหมายเพิ่มเติม ตามรายละเอียดคำสอนของแต่ละศาสนา แต่พื้นฐานรวมคงไม่พ้นความสำนักดี/ชั่ว อันเป็นนิยามทางปรัชญาของมโนธรรม เมื่อมโนธรรมสั่งก็ย่อมจะต้องตัดสินใจว่าจะทำตามมโนธรรมหรือฝ่าฝืนมโนธรรม ผลก็คือทำดีหรือทำชั่วเป็นครั้งๆ หากทำจนเคยชินก็เรียกว่าคุณธรรม คุณธรรมชุดหนึ่งๆ ที่ทำให้คนใดคนหนึ่งนับได้ว่าเป็นคนดี เรียกว่าจริยธรรม จริยธรรมจึงใช้เรียกคุณธรรมทั้งชุด แต่ละศาสนาจะมีชุดจริยธรรมไม่เหมือนกันในรายละเอียด นักปรัชญาทำการวิเคราะห์เชิงปรัชญาว่าทุกระบบจริยธรรมจะต้องมีคุณสมบัติ 4 ประการ เรียกว่า คุณธรรมแม่บท คือ ความรู้รอบ (Prudence) ความพอเพียง (Sufficiency or Temperance) ความเข้มแข็ง (Fortitude) และความยุติธรรม (Justice) ซึ่งนิยามได้ 5 แบบ เฉพาะแบบที่ 5 คือการให้แก่แต่ละคนตามสิทธิของเขา (giving each his due) จึงถือได้ว่า มีความชอบธรรม (Justification)

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนี้คือ คุณธรรมจริยธรรมแห่งความเป็นมนุษย์ซึ่งแต่ละศาสนาอาจจะอธิบายด้วยศัพท์ สำนวน และโวหาร อันที่เป็นที่ยอมรับในศาสนา โดยอ้างหลักฐานตามคัมภีร์และคำสอนของนักปราชญ์ในศาสนาของตนต่อไปอีกเท่าใดก็ได้ ส่วนนักปราชญ์ก็อาจจะอธิบายขยายความต่อไปได้มากมายหลายแบบตามแนวคิดของแต่ละสำนัก แต่เท่าที่เสนอขึ้นมาเป็นโครงสร้างที่เป็นข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์อันเป็นผลจากการสังเกตกระบวนการคิดของตนเองและสังเกตการแสดงออกของมนุษย์โดยทั่วไป ก็ย่อมถือได้ว่าเป็นมรดกร่วมของความเป็นมนุษย์ที่คนทุกคนพึงสำนึกและใช้ให้ เป็นประโยชน์ร่วมกันในการศึกษาเรื่องคุณธรรมจริยธรรม เพื่อให้เกิดสามัคคีธรรม

ท่านผู้ใดต้องการให้ขยายความส่วนใดโปรดแจ้งผู้เขียนได้ มิฉะนั้นจะขยายไปตามลำดับ