GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ทำได้หลายเรื่อง จะถูกใช้มาก แล้วจะผิดพลาดมากขึ้น

เมื่อไหร่ระบบการประเมินสมรรถนะ จะนำมาใช้จริงเสียทีครับ

     ท่านเคยรู้สึกอย่างนี้ไหมครับ? เป็นคำถามที่ผมอยากสะท้อนออก เหมือนอยากระบาย คล้าย ๆ จะบ่น ๆ แต่เป็นความจริงในสังคมราชการที่ผมเห็นนะครับ คือรู้ว่าเขาทำได้ แต่จะไม่แสดงออกไปว่าทำได้ เพราะ... “เรื่องอะไร เดี่ยวก็ต้องทำ เพราะเขา (หัวหน้า) ใช้ให้ทำ”  “ทำแค่นี้ก็พอแล้ว ได้...ขั้นเหมือนเพื่อนปี เว้นปี ดีอยู่แล้ว” หรือ “ยิ่งทำมาก ก็มีโอกาสผิดมาก เวลาประเมิน เขาชอบดูที่เราพลาด” เป็นต้น

     ผมรู้สึกไม่ดีโดยส่วนตัวครับ กับคนที่มีความคิดเช่นนี้ และรู้สึกเป็นลบเอามาก ๆ ขอบ่นแบบห้วน ๆ ตอนดึก ๆ แค่นี้ครับ แล้วจะพัฒนาระบบราชการกันไปได้อย่างไร หากมีแบบนี้อยู่ในสังคมนี้

     แถมอีกนิด เมื่อไหร่ระบบการประเมินสมรรถนะ (competence) จะนำมาใช้จริงเสียทีครับ รอนานมากแล้ว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 12908
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 11
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (11)

น้อยใจอะไรหรือ มันเรื่องธรรมดามากๆ เลยครับ

เขาถึงกำหนดระบบการรายงานขึ้นมาไงครับ KM ก็เป็นเรื่องการรายงาน (ตามที่ผมมอง) ดังนั้น ต่อไปนี้ใครทำอะไรและเขียนบอกไว้ก็เป็นการรายงานแล้วละ

     ประเด็นอยู่ที่ว่าไม่อยากให้มองเป็นเรื่องธรรมดาครับ ทำให้เต็มที่ จะได้แบ่ง ๆ กัน ช่วยกัน จึงจะช่วยกันพัฒนาระบบให้ดีขึ้น "คนไม่พอ" ในระบบราชการจึงแก้ไม่เคยได้ จริง ๆ แล้วผมว่าเกินพอ ขอประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย คนละนิด คนละหน่อยก็ได้ แต่ให้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

พี่ชาเป็นคนดี มีความสามารถ อย่าท้อถอยทำงานเพื่อประชาชนและอุดมคติของพี่ ระบบราชการไทยจะได้ดีกว่านี้ ขอเป็นกำลังใจให้พี่ จากน้องสาวของพี่คนนึง (พี่เคยรู้จักแต่อาจจำไม่ได้)

     ผมรีรอที่จะตอบน้องสาว เพราะผมสงสัยมากว่าคือใคร เมื่อได้รับ E-mail จึงชัดเจนว่าที่แท้คือเด็กน้อย น้องของเพื่อนสมัยผมเรียน ม.ปลาย (ประมาณ 15 ปี แล้วมั้งที่ไม่ได้พบเจอ) ดีใจมากที่ได้เจอ และมาให้กำลังใจ เพราะ Blog GotoKnow แท้ ๆ ทำให้ผมได้พบน้องสาวเด็กน้อย ๆ ที่ขี้แงหน่อย ๆ คนนั้น

พี่ค่ะนี่เป็นข้อเสียของระบบราชการไทย คนทำงานมากมีข้อผิดพลาดมาก ทำน้อยมีน้อยจริงๆ อย่างเช่นหน่วยงานของหนู ปีนี้ประเมิน 2 ขั้น หัวหน้า(ที่ได้เป็นหัวหน้าเนื่องจากเหลือปีเดียวจะเกษียร) เนื่องจากเจ้าหน้าที่ส่วนมากทำงานดีหมดไม่รู้จะเลือกใคร ตัดสินใจไม่ได้ เลยให้คนที่ไม่เคยได้ 2 ขั้นมานานเป็นสิบปีแล้วแทน โดยให้เหตุผลว่าเพื่อเป็นกำลังใจให้อยากทำงานและก่อนจะเกษียรราชการในปีหน้านี้ ปรากฏว่าจากบัดนั้นจนบัดนี้ เค้าไม่เคยคิดจะทำงานให้กับหน่วยงานอยู่ดี  และยังคงยึดถือแนวคิดมาก่อนได้ก่อน วัยวุฒิสูงกว่าโอกาสได้ตำแหน่งสูงมากกว่า (ถึงแม้จะไม่ทำงานก็ตาม) เมื่อไรระบบประเมินต่างๆ จะศักดิ์สิทธิ์จริง ทั้ง KPI  competency  balance scorecard  เขียนส่งกันแทบจะหมดต้นไม้เป็นต้น แล้วไง (ขี้หก...เพ) ฝากพี่ๆทั้งหลายที่มีแนวคิดใหม่และมีโอกาสเป็นใหญ่เป็นโตในอนาคต ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ  ก่อนที่งานราชการจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของเด็กไทย

ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม เมื่อ ศ. 7 เม.ย. 14:41:54 2006

     เอาใจช่วยนะครับ พี่คนหนึ่งที่จะยินดีมากหากน้อง...ได้ระบายไว้ที่นี่แล้วขอให้จบ ณ ที่นี่ จากนี้ก็ขอให้ลุกขึ้นมาเพื่อร่วมกันจรรโลงระบบกันต่อไป...ดีไหมครับ

คนที่คิดแบบ "เฉยไว้ดีเอง" หรือ "มาก่อนได้ก่อน" ต้องตั้งคำถามให้ตัวเองอย่างนี้ค่ะ..
  • คุณเป็นใคร?
  • ทำอะไรอยู่ในองค์กร?
  • ถ้าองค์กรขาดคุณจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
  • ถ้าคุณตอบไม่ได้...คุณคือ ส่วนเกิน
คนแบบนี้ ประเมิน competence ก็ช่วยอะไรไม่ได้ค่ะ ต้องเปลี่ยนความคิดของเขาให้ ไม่อยากเป็นส่วนเกิน ให้ได้

พี่เม่ย

     ชอบ คห.นี้ของพี่จังเลย ใช้แนวทางการวิเคราะห์ระบบดีไหมครับ ลองดูที่ (คิด)เป็นระบบหรือไม่เป็นระบบ...อย่างไร? เมื่อขาดความสัมพันธ์ เขาก็จะไม่เป็นองค์ประกอบของระบบ นั่นหมายถึงไม่จำเป็น และระบบไร้ประสิทธิภาพ ใช่ไหมครับพี่

ตามไปอ่านมาแล้วค่ะ..
   ใช่ค่ะ! และเมื่อเขามีความวิตกว่า เขาจะไม่เป็นองค์ประกอบของระบบอีกต่อไป เขาก็จะพยายามกลับมาปรับปรุง "วิถีแห่งตน" ได้บ้าง..ระบบก็จะเข้มแข็งขึ้น
...หรือบางคนอาจจะปรับ "วิถีแห่งตน" ไม่ได้อีกแล้ว..อย่างนี้เป็นส่วนเกินแน่นอน เราก็สามารถสร้างระบบให้มีประสิทธิภาพได้..โดยไม่มีเขา
  

ย้อนกลับมาอีกที เพื่อความสมบูรณ์

     ระบบย่อมชัดเจน และแน่นอนในสิ่งที่มุ่งให้เกิดปรากฎออกมา (Emergency) หากแต่ว่าเมื่อสามารถลดองค์ประกอบลงได้ แล้วยังได้เหมือนเดิม คิดแบบสุดโต่งว่านักบริหารระบบต้องเอาองค์ประกอบนั้นออก เพราะองค์ประกอบนั้นย่อมให้ก่อให้เกิดประโยชน์อันใด

     แต่...คนที่อยู่ต้องอยู่เพื่อให้โอกาสแก่คน แบ่งปันเวลาชีวิตให้คนที่เขาขาดเพื่อเฉลี่ยปัน...แก่คนที่เขามีช่วง เวลาที่หายไป ด้วยฐานคิดว่าคนมีคุณค่าและศักยภาพในความเป็นคน เราน่าจะลอง Approch ดูอาจจะมีสักวิธีที่ได้ผล เขาจะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เพราะยังไงเขาก็เป็นส่วนหนึ่งอยู่แล้ว ดีไหม

สวัสดีพี่ ชายขอบ   ก็เพิ่งเข้ามาได้ 2 วัน กำลังไล่อ่านไปเรื่อยๆ  มาเห็นบทความนี้ก็สะท้อนใจตนเอง เหมือนกัน  แต่ก็ยังสู้ไม่ถอย   แล้วจะไล่อ่านไปเรื่อยทุกบทความที่เกี่ยวข้อง เป็นกำลังใจให้ครับ