แสดงว่าเดมต้องขยันวิชานี้ให้มากใช่ไหมพ่อ” ผมพยักหน้าให้ แล้วตอบไปว่า “แต่ก็ต้องไม่ลืมรักษาระดับวิชาที่ทำดีอยู่แล้วไว้ให้ดีต่อไปด้วย”

     วันนี้ (16 มกราคม 2548) ผมกลับบ้านช้าอีกแล้ว ซึ่งเป็นปกติ เมื่อกลับถึงน้องเดมกินข้าวกันไปเรียบร้อยแล้วพร้อมพ่อแก่ และแม่แก่ (ที่น้องเดมเรียกว่า “ย่า” ตามที่เคยบันทึกไว้) ขณะที่ผมกำลังจะกินข้าวบ้าง โดยมีน้องเดมช่วยยกน้ำมาให้ และมานั่งเป็นเพื่อนผมในครัวหลังบ้าน

     พอเห็นผมตักคำแรกเข้าปาก น้องเดมก็เปิดฉากเล่าเรื่องที่คุณครูบอกคะแนนสอบกลางเทอมให้ผมทราบเหมือนจะคอยจังหวะเวลาที่อยากจะเล่าให้ผมฟัง (ผมรับรู้เอาว่าเขาคงอยากให้ผมได้ผ่อนคลายก่อน จึงได้รอเวลาไม่เล่าทันทีที่มาถึง) น้องเดมรายงานว่า...ในแต่ละวิชาจะมีคะแนนเต็ม 40 คะแนน
          วิชาคณิตศาสตร์ ได้ 39 คะแนน
          วิชาสังคมฯ ได้ 39 คะแนน
          วิชาศิลปะฯ ได้ 39 คะแนน
          วิชาภาษาไทย ได้ 38 คะแนน
          วิชาพละ ได้ 36 คะแนน
          ทิ้งระยะนิดหนึ่ง...
          วิชาภาษาอังกฤษ ได้ 28 คะแนน ลูกนายอำเภอควนขนุนได้เต็ม 40 คนเดียววิชานี้
          ผมกล่าวว่า “ก็เก่งนี่ พ่อพอใจแล้ว พ่อกินข้าวเสร็จแล้วจะให้รางวัล”
          น้องเดมกล่าวตอบผมว่า “รู้หรอกว่าให้หอม (แก้ม) - พ่อไม่ว่าเหรอที่เดมทำข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษไม่ได้”
          ผมตอบว่า “ตอนเรียนแรก ๆ พ่อก็ทำไม่ได้ พ่อไม่เก่งวิชานี้เหมือนกัน แต่ตอนหลังพ่อพยายามเรียนให้มากขึ้น ก็ใช้ได้ขึ้น”
          น้องเดมตอยผมว่า “แสดงว่าเดมต้องขยันวิชานี้ให้มากใช่ไหมพ่อ”
          ผมพยักหน้าให้ แล้วตอบไปว่า “แต่ก็ต้องไม่ลืมรักษาระดับวิชาที่ทำดีอยู่แล้วไว้ให้ดีต่อไปด้วย”

     จบการสนทนาครับ เพราะผมกำลังอร่อยกับแกงส้มปลากด + สะตอสด ๆ จากในสวนหลังบ้าน