เรากินมื้อหนึ่งในราคาที่คนจนกินได้เกือบเดือน ฟ้าให้เรามาไม่เท่ากันจริงๆ เฮ้อ

วันที่ 16 กันยายน 2550

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ วันสุดท้ายปลายสัปดาห์ที่ 19 นับถอยหลังได้ 59 วันแล้ว ขึ้นต้นด้วยเลข 5 แล้ว พระเจ้า! <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เมื่อวานซึ่งเป็นวันเสาร์ ไม่ต้องไป round เพราะอาร์ลีนขอแลก เธอบอกว่าจะเก็บข้อมูลวิจัยต่อให้เสร็จ ผมเลยตื่นตอน 10.20 พอดีพอดิบ รู้สึกปวดหัวเล็กน้อย กิน paracet เม็ดหนึ่งแล้วตามด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แพ็กที่ได้มานี้เป็นของฟรี สืบเนื่องจากเดือนที่แล้วที่พยาบาลของสุกี้มาดูงาน เธอซื้อของมากจนห่อกลับไม่หมด ผมจึงได้มรดกนี้มา แต่บอกได้คำเดียวว่ารสชาติไม่ถึงไหนเลย กลิ่นก็เป็นแกงกะหรี่ แบบว่าจะไม่ขอกินอีกเลย (ถ้าเงินยังมีเหลือ) มื้อเที่ยงก็มากินอีกทีตอนบ่าย 2 โมงตามเวลาท้องถิ่น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                วันนี้ผมและดันดีมีนัดกับนาตาลีเช่นเคย เธออยากดื่ม เลยชวนผม ดันดี และหว่อง เฮง ฟุก ไปด้วยกัน งานนี้ชวนแทมมี่และไอชิงไปด้วย เรานัดกันที่ Riverside point Clarke Quay เวลาทุ่มครึ่ง ทั้งนี้เพราะว่าดันดีต้องออกจากศีลอดเวลา ทุ่ม 4 นาที (หรือ 7 นาทีก็ชักเลือนๆ) ช่วงนี้ที่นี่มีเทศกาลกินผัก เขามีการจัดโคมไฟสวยงามตามถนนหนทาง สวยงามแต่สู้ที่บ้านเรา (หาดใหญ่) เมื่อ 2 ปีที่แล้วไม่ได้เลย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เราเจอกันที่ Brewerks ซึ่งเขาหมักบ่มเบียร์เอง หลายรสหลายกลิ่น ทำให้คิดถึงโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงเดือดที่บางกอกจริงๆ งานนี้ไอชิงมาไม่ได้ เรามีแขกใหม่คือ คุณหมอวี ซึ่งเป็น consultant ที่ KKH อายุเขามากกว่าผม 2 ปี เลยได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นอีกคน กินกันพักหนึ่งผมก็มีอาการปวดท้องกะทันหัน แบบว่าคาดไม่ถึงว่าจะเกิดอาการท้องเสียขึ้นมาได้ยังไง สงสัยบะหมี่(แกง)กะหรี่เล่นงานซะแล้ว กลับบ้านก็คงไม่ทัน นึกขึ้นได้ว่าที่ร้านนี้มีส้วมแบบนั่งยองๆ เลยแจ้นเข้าไปทันที เล่นเอาผมโล่งท้องไปได้มาก ออกไปกินกันได้ต่อ จนเที่ยงคืนจึงได้ฤกษ์กลับ ผมกับดันดีอาศัยรถของหมอวีกลับ สบายไปเลย มารถไฟฟ้ากลับรถเบ็นซ์ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ใจหายหล่นไปถึงตาตุ่มทันทีที่ถึงบ้านแล้วพบว่าโทรศัพท์ PDA phone คู่ใจไม่ได้เหน็บอยู่ที่สะเอว เข็มขัดยังอยู่ดี แล้วมันจะร่วงออกไปทั้งซองได้ยังไง ตัดสินใจโทรเข้าเครื่องก็ไม่มีคนรับสาย โทรเป็น 10 ครั้งก็ไร้ผล มานั่งนอนนึกทบทวนดูก็ไม่เข้าใจว่ามันหายไปได้ยังไง เซ็งไปทั้งคืนเลย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ตื่นเช้าขึ้นมาวันนี้ วันอาทิตย์ เวลา 7 โมง อาบน้ำแต่งตัวเพื่อไป round ฝนตกพรำๆ ใจผมก็หล่นพรำๆเช่นกัน เวลา 9 โมงกว่าก็โทรเข้าเครื่องตัวเองอีก 10 ครั้งก็ยังไร้ผล เลยกลับบ้านเพราะอยากนอน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ระหว่างที่เดินกลับบ้านนั้น ก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างทางพร้อมกระเป๋าใบเขื่อง เขาคิดอะไรอยู่นะ ทำไมหน้าตาเศร้าสร้อยเช่นนั้น ทีนี้ผมก็คิดเตลิดไปไกลเลย ตอนเด็กๆชีวิตเขาเป็นยังไงหนอ เขาลำบากตั้งแต่เด็กๆเลยรึเปล่า นี่ท่าทางจะเป็นคนต่างชาติเข้ามาทำงานสินะ เห็นไหมครับว่าผมสามารถคิดได้เรื่อยเปื่อยจนทะลุภูมิหลังเขาไปเลย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ยังไม่จบครับ ผมก็นึกไปถึงคนอื่นๆอีก ทำไมหนอ ฟ้าจึงให้คนเรามาไม่เท่ากัน ทำไมบางคนเกิดมาเพื่อที่จะสบายตั้งแต่เกิด ในขณะที่บางคนต้องลำบากกระเสือกกระสนตั้งแต่เกิดจนตาย ชีวิตไม่เคยได้รับความสะดวกสบาย ทำไมบางคนต้องนอนข้างทาง ในขณะที่หลายคนนอนในแฟลตโทรมๆ อีกคนนอนในคอนโดสูงราคาแพง บางคนมีบ้านหลังใหญ่โต ทั้งๆที่อยู่กันแค่ 3 คนเท่านั้น ทำไมร้านอาหารหลายร้าน เรากินมากมายแต่จ่ายแต่ 10 เหรียญ แต่ไปกินอีกร้านที่อยู่ถัดไป กินแค่จานเดียวก็ซัดไป 20 เหรียญ คนที่ขายของราคาถูกกว่าต้องขายมากกว่า ทำงานหนักกว่าจึงจะได้เงินเท่ากับคนที่ขายแพงกว่า แต่ขายนิดเดียว ทำไมหมอจึงรวยล้นฟ้า รายได้เดือนละแสนถึงล้าน มาดูคนไข้ที่มีเงินน้อยแทบจะไม่มีปัญญาจ่ายค่ารักษาพยาบาล แต่ก็ยังเก็บเงินจากเขาอยู่ดี เรากินมื้อหนึ่งในราคาที่คนจนกินได้เกือบเดือน ฟ้าให้เรามาไม่เท่ากันจริงๆ เฮ้อ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ขึ้นมาถึงห้องก็เข้าส้วมอีกที ระหว่างที่กำลังสบายคลายเครียดอยู่นั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น จึงรีบทำความสะอาดแล้ววิ่งออกมารับสาย เป็นพนักงานจาก Brewerks โทรมา บอกว่าเก็บโทรศัพท์ผมได้ในส้วม โอ พระเจ้า เจอแล้ว ผมขอบคุณเขาหลายหนก่อนที่จะไปนั่งส้วมต่อ (เพราะยังไม่ทันเสร็จ) ทำไมหนอ ท้องเสียทีไรได้เรื่องทุกที วันก่อนก็ลืมนาฬิกาไว้ มาหาเจอเมื่อกลับสิงคโปร์แล้ว อาล่ะมะ!! <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ผมออกไปเอาโทรศัพท์ที่ร้านเขาตอนเที่ยงตรง จากนั้นก็เดินต่อไปยัง Chinatown ต่อไปยัง Outram park เพราะว่าอยากกินข้าวที่ร้านที่เคยไปกินกับพี่การ์ตูน เพราะอร่อย ราคาถูก และผมชอบอัธยาศัยของเจ๊เจ้าของร้าน วันนี้สั่งปลาหมึกผัดน้ำพริกเผา (sotong) ผัดผักน้ำมันหอย กับข้าวเปล่าฟรีอีก 1 จาน อร่อยจริงๆครับขอบอก ผมชอบหอมแดงหัวใหญ่ที่ใส่มาในผัดปลาหมึกมาก ดับความเลี่ยนได้เป็นอย่างดี เจ๊แกเดินมาบอกผมว่า จำผมได้ ผมเคยมากับผู้หญิงคนหนึ่ง (พี่การ์ตูน) และผมก็พาเพื่อนมาครั้งหนึ่ง (พี่โต้งและเท้ง) ก็นึกในใจว่า นี่หน้าตาผมมันจำง่ายขนาดนั้นเชียว คนขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็ยังจำได้ แม้กินเพียง 2 ครั้ง เธอยกอาหารมาเสริฟและบอกว่า วันนี้ผัก special หากินยากมาในสิงคโปร์ ผมดูแล้วก็พบว่ามันคือผักหางหงส์บ้านเรานั่นเอง อร่อยสุดยอดในราคา 14 เหรียญ ก่อนกลับแกก็ยื่นนามบัตรให้ผม บอกว่ากำลังจะย้ายร้าน หากจะกินอีกให้โทรถามทางได้ เอาล่ะ มีเพื่อนเพิ่มอีกคนหนึ่งแล้ว