ใครจะไปฟังเพลงพิษรักพิษณุโลกยกมือขึ้น!!
พี่จอดแพคอย แม่สาวน้อยนัยน์ตาสีโศก
ริมฝั่งน้ำเมืองพิษณุโลก โชคไม่ช่วยคนสวยไม่มา
ฝนตกพรำๆ หนาวไอน้ำจากเหนือไหลบ่า
แอบอิงซบผักตบชวา เสียงขลุ่ยพลิ้วมาจากลำน้ำยม
สวรรค์คงสาป บาปคงซ้ำเพราะกรรมของพี่
พี่คอยน้องจนถึงตีสี่ไม่เห็นมีสาวนัยน์ตาคม
ฝนตกจนซา เจ้าไม่มาช้ำเหลือจะข่ม
น้ำตาข้าหลั่งลงวังน้ำยม หนาวฝนหนาวลมใต้ร่มทองกวาว
ชะแง้เก้อ ชะเง้อคอย ชม้อยมอง
โอ้น้อง คิดถึงพี่บ้างหรือเปล่า
โอ้ละเหนอ ไม่เจอแม้แต่เพียงเงา
ไม่อยากจะแบกรักเรา กลับไปให้เขานินทา
หลวงพ่อช่วยที เถิดพ่อศรีพุทธชินราช
ช่วยดลใจเป็นใยสวาท ส่งเนื้อเย็นมาเป็นขวัญตา
หนาวเหน็บเจ็บใจ ขืนรอไปรักไม่คอยท่า
อยากกู่ร้องให้ก้องโลกา ให้เขารู้ว่าแก้วตาหลอกลวง
หลวงพ่อช่วยที เถิดพ่อศรีพุทธชินราช
ช่วยดลใจเป็นใยสวาท ส่งเนื้อเย็นมาเป็นขวัญตา
หนาวเหน็บเจ็บใจ ขืนรอไปรักไม่คอยท่า
อยากกู่ร้องให้ก้องโลกา ให้เขารู้ว่าแก้วตาหลอกลวง
เปิดเพลงนี้ฟังจากBlogครูสุเมื่อคืนนี้ ทำเอาพรรคพวกกลุ่มเฮฮาศาสตร์จะตามไปพิษณุโลกเป็นพรวน ชวนกันใหญ่ใครจะไปบ้าง มีแต่คนอยากจะไป ออต เล้าข้าว ครูเสือ จะขอติดรถอาจารย์แสวงไปด้วย
“ถามว่าทำไมถึงอยากไป”
ตอบว่า..”อยากไปหาแม่สาวน้อยนัยน์ตาสีโศก”
จึงขอส่งข่าวถึงแม่สาวชาวเมืองสองแคว ขอให้รีบหาคอนแทคเลน์สีโศกเตรียมไว้ด้วย เพราะงานนี้จะมีแมวมองจากอีสาน ไปจ้องหาว่าแม่นางคนใดนัยน์ตาสีโศก
ประการที่สองจะไปตามหาเจ้าคนที่เป็นบ้าร้องเพลงในแพ บอกว่าคอยน้องจนถึงตีสี่ จะมีผู้หญิงบ้าที่ไหนกล้ามาหาผู้ชายดึกดื่นขนาดนั้น นอกจากนางพรายตานี
เมื่อไปพบเจ้าคนที่ว่านี้ก็จะแนะนำว่า..มาร้องทำบ้าอะไรอยู่นี่ ทำไมไม่ขึ้นจากแพ ไปชะแง้เก้อ ชะเง้อคอย ชม้อยมอง ที่รั้วบ้านถนนพระองค์ขาว หรือมองหาบ้านหลังคาทรงไทย ไปยืนร้องเพลงดังๆอาจจะพอมีหวังบ้างถ้าเจ้ามะหยีไม่มาขัดโชคทางใจเสียก่อน
เพลงท่อนท้ายๆนี้ยิ่งตลกหลวงพ่อช่วยที เถิดพ่อศรีพุทธชินราชช่วยดลใจเป็นใยสวาท ส่งเนื้อเย็นมาเป็นขวัญตา ใจคอจะให้พระให้เจ้าเป็นหน้าม้าส่งผู้หญิงยิงเรือมาให้
ถ้าพิจารณาโดยรวมแล้วมันไม่เข้าท่าเลยสักกะหน่อย ดีแล้วละที่ไม่มีแม่หญิงไปหลงรักไอ้หนุ่มแพหม้ายคนนี้ รอสบตาหนุ่มๆอีสานดีกว่านะจ๊ะ เที่ยวนี้จะขนไปให้เลือกจนจุใจ อิอิ..
สวัสดีค่ะพ่อครูขา
หนิงอิจฉา สองหนุ่มที่ไปได้ไปนอนข้างๆพ่อครูจังเลยอ่ะ ต้องฝันดีแน่นอน
แถมเลยอิจฉาไปถึงที่ว่า...ได้ร่วมรถอาจารย์แสวงจนถึงเมืองสองแควด้วย ต้องเป็นการเดินทางที่พิเศษมากเลยนะคะ
เฮ้อ...ทำไมเรา(ลาว)เป็นคนขี้อิจฉา จังเลยนะนี่
ตกลงหนิง กับแผ่นดินไปได้ไหม จะได้นัดหนุ่มเมืองสองแควมาคุยด้วย อิอิ
อ้อ มีอย่างนึงที่ไม่อิจฉา คือไม่อิจฉา สาวนัยน์ตาสีโศก ค่ะพ่อ เพราะขืนต้องใส่คอนแทคส์เลนส์สีโศก หนิงคงมองไม่ค่อยเห็นอ่ะค่ะ แค่นี้ก็...low vision แล้วนิ
อิอิ
อิอิ ..นัยน์ตาสีโศก ยังดี อย่าให้ หัวใจสีโศกก็แล้วกัน
"ดอกรักบานในหัวใจใครทั้งโลก
แต่ดอกโศกบานในหัวใจฉัน"
กำลังคิดอยู่ค่ะพ่อครูขา
หน้าที่คุยกับ MSU-KM team และลงทะเบียนหาที่ว่างในงานมหกรรมฯนั้น หนิงได้โทรปรึกษาอาจารย์บีแมนแล้วค่ะ และก็ได้ลงทะเบียนผ่านเวบไว้แล้วอ่ะค่ะ กลัวไม่มีที่ว่าง เพราะจำกัดที่ 400 คน
แต่เรื่องคุยกับ เจ้านาย ต้องให้ มาเฟียกิจกรรม(แผ่นดิน) เขาอ่ะค่ะพ่อ
แต่ถ้าเขาทำไม่สำเร็จ หนิงจะหนีตาม สามหนุ่มสามมุม (ดร.แสวง-ออต-ครูเสือ) ไปรถอาจารย์แสวงดีไหมคะพ่อขา แล้วตอนนอนก็แอบไปนอนใต้เตียงพ่อไง อิอิ
..เมื่อคราวไปงานที่เชียงใหม่ เจ้าภาพบอกจะเปิดห้องให้ใหม่ แต่เราไปคุยที่ห้องอาจารย์Handy ไม่มีใครขยับเขยื้อนสักคน ก็เลยนอนกองกันอยู่ห้องนั้น ..
พวกเราไม่พิถีพิถันเรื่องกิน เรื่องนอน อะไรหรอก เราสนใจเรื่องอื่นมากกว่า
ถ้าหนิงไป ห้องพวกน้าๆก็คงพอที่จะเข้าไปอาศัยได้ ไม่ต้องมาแอบนอนใต้เตียงพ่อหรอก ผู้ชายเขาจะคุยเรื่องนัยน์ตาสีโศกกัน อิอิ
ว้าย...เผลอบอกแผนในใจไปได้ไงเนี่ย...
พ่อครูขา หนิงรบกวน ลบออกทีค่ะ เดี๋ยว....มาอ่านเจอ อิอิ ( จะหนีไปไม่ได้อ่ะค้าบบบ)
พ่อขาฯ
เปลี่ยนใจทันได้นะคะ ถ้าจะให้พี่หนิงนอนใต้เตียงหนะ
รับรอง ไม่ได้หลับได้นอนกันทั้งคืนแน่ ๆ
อิอิ
(น้องเหมยหลิง ขอเย้าพี่เหมยหนิงเล่นนะคะ)
ดีใจที่จะได้ไปเยี่ยมยามลูกหลาน ภาระกิจของคนแก่ อิอิ
สวัสดีครับ
ที่ฟังมา..ท่อน "เจ้าไม่มาช้ำเหลือจะข่ม
น้ำตาข้าหลั่งลงวังน้ำยม หนาวฝนหนาวลมใต้ร่มทองกวาว "
น้ำที่ไหลผ่านจังหวัดพิษณุโลก.. มัน แม่น้ำน่าน.. นี่นา
มึนตึ๊บเลยครับพี่น้อง...^^