เรามีโจทย์กันว่า จะทำอย่างไรให้ห้องที่ขาวซีด โล่ง เรียบ กลายเป็นห้องที่สดใส มีบรรยากาศดี น่านั่ง น่านอน น่าอยู่ มีข้าวของสะดวกหยิบใช้ และสบายตา ....
ดังนั้นเรา 11 คน จึงแบ่งกลุ่มเพื่อแปลงโฉมห้อง เป็น 2 กลุ่ม
** กลุ่ม 1 ทาสีห้องให้บรรเจิด
** กลุ่ม 2 ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ และมุมกิจกรรมต่างๆ
สีเหลือง ตามทฤษฎีที่อ่านมาสามารถสร้างอารมณ์สดใส ร่าเริง สร้างพลังอำนาจ บารมีได้ดี .... พอออกมาเป็นของจริง นั่งอยู่ตรงนั้นแล้วรู้สึกอุ่นๆ ไม่ค่อยง่วง มันสว่างตา สว่างหัว และทำให้เราคิดโน่นคิดนี่ได้เยอะ จริงๆนะ หรืออาจคิดมากจนฟุ้งซ่านได้ (ต้องระวัง)
สีฟ้า ตามทฤษฎีที่อ่านมาสามารถสร้างอารมณ์ สงบ ร่มเย็น ปลอดโปร่ง สบายๆ ผ่อนคลายได้ดี...พอออกมาเป็นของจริง รู้สึกสบายใจมากเวลาได้นั่งบริเวณนี้ รู้สึกปลดปล่อย ในตัวสงบ สบายขึ้นเยอะ อยากนอน ไม่อยากมี Activity อะไร (นั่งแล้วอาจรากงอกได้)
สีส้ม ตามทฤษฎีที่อ่านมาสามารถสร้างอารมณ์อบอุ่น สดใส ร่าเริง คึกคะนอง กระตุ้นการอยากอาหารได้ดี ... พอออกมาเป็นของจริง มันรู้สึก Modern ดีนะ แต่เจริญอาหารจริงหรือเปล่า ยังไม่เคยลองจริงจัง แต่รู้สึกสนุกดี เวลากินกันหลายๆคน ตรงนั้น อ้อ แล้วมันก็ทำให้ของกินที่อยู่ตรงนั้นดูมีสีสัน จนอดไม่ได้ที่จะเดินไปจัดการ (กินมันซะ)
ทำให้รู้ว่า...
***สีมันมีอิทธิพลในชีวิต ในอารมณ์ ความรู้สึกเราค่อนข้างมาก เพราะจากเดิมสีขาวซีด นิ่งๆ สงบ ทำให้เรารู้สึกจืดชืด ไร้ชีวิตชีวา กลายมาเป็นอารมณ์หลากหลาย
***การนำธรรมชาติ มาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งห้อง เราจะได้รับพลังจากธรรมชาติ มีความแช่มชื่น และผ่อนคลายมาก ยิ่งมีพลังที่เคลื่อนไหว เช่นน้ำพุ หรือ หินกลิ้ง มันเพลินตา เพลินใจ เกิดการไหลเวียน ไม่คั่งค้างได้ดีมาก ชีวิตคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ธรรมชาติดี สดใส ชีวิตก็ดีสดใสตามไปด้วย
ที่สำคัญเราได้เรียนรู้ว่า ...
***เราสามารถทำอะไร ได้อีกตั้งหลายอย่างในโลกนี้ เพียงแต่เรายังไม่คิด หรือรู้สึกว่าอยากทำมันจริงๆ เท่านั้น หญิงๆอย่างเรา ก็ทาสีเองได้ ตกแต่งห้องได้ และถ้าเรารวมกันทำงานเป็นทีมด้วยแล้ว เราจะมีพลังมหาศาลที่จะสร้าง เปลี่ยนแปลง ปรับปรุงอะไรได้อีกตั้งมากมาย และเราจะมีความกล้าในการเปลี่ยนแปลง หรือทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อนได้ง่ายขึ้น ...คิดถึงคำโบราณว่า พวกมากลากไป และทฤษฎีของ groupthink ที่สามารถจูงใจคนในกลุ่มให้กล้าทำ กล้าเปลี่ยนแปลงได้ (ทั้งดี และร้าย) ว่า อ๋อ...มันเป็นเช่นนี้เอง
เรากล้าผิด กล้าถูกมากขึ้น ได้เรียนรู้ไปด้วยกัน แบบไม่โดดเดี่ยว
เราเรียนรู้ว่า ไม่มีความผิดพลาดใดในโลกนี้ ที่แก้ไขไม่ได้ ...สุดยอดของการแก้ไขอะไรที่มันยากๆ ก็ให้เริ่มแก้ไขที่ใจเรานั่นแหละ ดีที่สุด... เช่นเวลาทาสีผิด เราก็รู้ว่า แก้ไขได้ แค่รอให้แห้ง แล้วทาสีใหม่ทับ , เวลาเงินหมดเราไม่มีตังซื้อของเพิ่มเราก็รู้ว่ามีของไร้ค่าใกล้ตัว มาทำเป็นถังใส่ของ, มาทำกรอบรูปน่ารักๆ เพื่อตกแต่งได้, เวลาทำสีน้ำมันหก ก็รู้ว่ามีทินเนอร์ที่เอาสีออกได้ , รู้ว่าติดป้ายห้องเบี้ยวก็ทำใจ มองมันว่าเป็นความเอียงที่เก๋ไปอีกแบบ ฯลฯ
ปิดท้ายกันด้วยภาพน่ารัก สดใส ของตุ๊กตาสองพี่น้องที่มองเมื่อไร ก็มีความสุขทุกครั้งไป ชีวิตยังมีความหวังเสมอ เมื่อเรายิ้มได้...