ไม่ลอง ไม่รู้ ไม่ดู ไม่เป็น ไม่เป็น ไม่ทำ ไม่ได้ เพราะไม่มีโอกาส
สวัสดีครับ วันนี้อยากนำเสนอเรื่องที่เกิดขึ้นในกิจกรรมของนักศึกษารังสีเทคนิค ม.ขอนแก่น ที่เกิดขึ้นมาเมื่อไม่นานนี้ในการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสามัคคีพี่น้อง ปีการศึกษา 2550

เรื่องมีอยู่ว่า มีนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ บางคนเป็นคุณชม คุณเชียร์ และเสิร์ฟน้ำ ไม่ได้มีส่วนร่วมกับการแข่งขัน เล่นกีฬาไม่เป็น เล่นไม่เก่ง กลัวทำให้ทีมแพ้
เมื่อมีการแข่งขันเปตอง ปกติ การแข่งขันจะแบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 3 คน มีคนแข่ง เพียง 6 คนเท่านั้น ที่เหลือ ยืนดู บางคนก็ไปนอนรอ ไปนั่งคุย ไม่สนใจมากนัก
ผมกับทีมงานได้ตกลงเปลี่ยนกติกาใหม่ กำหนดให้ทุกคนที่อยู่ในขณะนั้น แบ่งเป็นทีมปีที่1 และ ปีที่ 2 ให้มีจำนวนใกล้เคียงกัน ทีมใดไม่ครบให้จัดอาจารย์และพี่ๆที่มาร่วมงานเข้าร่วมเป็นนักกีฬาในทีมที่ขาดหรือมีสมาชิกน้อยกว่าได้ ทำให้ทั้ง 2 ทีม มีการผสมระหว่างคนที่รู้เรื่องเปตองและไม่รู้เรื่องเปตอง เล่นเปตองเป็นและเล่นเปตองไม่เป็น อยู่ด้วยกัน เน้นให้ทุกคนมีส่วนร่วม ระหว่างการแข่งขันก็ให้แต่ละทีมสอนกติกา วางแผนการเล่นให้สมาชิกในทีมรับทราบ (ส่วนจะทำได้ตามแผนหรือไม่ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ทีมนั้นๆต้องแก้ไขสถานนะการณ์เอาเอง)
ก่อนจบเกมส์ผมถามว่า มีใครบางที่ยังไม่รู้เรื่องเปตอง ปรากฏว่า ไม่มี แสดงว่า ทุกคนเข้าใจ คนที่เล่นเปตองไม่เป็น ก็เกิดการเรียนรู้ในกีฬาเปตอง บางคนมีแวว ว่าน่าจะเล่นได้ดีด้วย บางคนเริ่มอยากเป็นนักกีฬา หากมีการแข่งขันครั้งต่อไป
ในที่ทำงานก็เช่นเดียวกัน หากมีการเปิดโอกาสให้สมาขิกในที่ทำงาน ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมมากขึ้น บุคลากรที่มีลักษณะ ไม่รู้ ไม่ดู ไม่เห็น ไม่ทำ ไม่อยากมีส่วนร่วม ก็อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ โดยหัวหน้าและทีมงาน ลดบทบาทตัวเองลง อาจคอยเป็นพี่เลี้ยง ผู้ชี้แนะ ผู้ติดตามประเมิน อยู่ข้างหรือห่างออกมาบ้าง อาจเป็นการกระตุ้น ให้เกิดความมีอยากมากขึ้น อยากแสดงความสามารถมากขึ้น เพราะ เปิดโอกาสมากว่าปิดโอกาส เหมือนที่ผ่านมา ผลงานที่ได้อาจดีหรือไม่ดี ก็ต้องทำใจ หรือ เริ่มจากงานที่ไม่ยากนัก มีสนามให้ซ้อม ฝึกทักษะ เหมือนกีฬาที่ไม่หวังผลแพ้ชนะ เน้นมีส่วนร่วม มีความเข้าใจเพิ่มขึ้น มีความสามัคคี เป็นต้น
สำหรับท่านละครับ คิดอย่างไร กรุณาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ บ้างครับ