เมื่อวาน ผู้เขียนกลับจากหาดใหญ่ มาถึงวัดก็ค่ำแล้ว… เมื่อถึงวัดก็เปิดเครื่องเพื่อออกข้อสอบกลางภาคที่จะให้นิสิตสอบพรุ่งนี้ หลังจากนั้นก็ fomatt ฮาร์ดดีสตัวใหม่…คุยกับ อาจารย์ เม้ง นิดหน่อยเรื่องการใช้ ghost พอเริ่มหัดทำไป รู้สึกปวดตานิดหน่อย จึงปิดเครื่องแล้วก็เปิดโทรทัศน์นอนตูข่าว หลับๆ ตื่นๆ….<p>ประมาณ สี่ทุ่มกว่าๆ ก็ลุกขึ้นมาเปิดเครื่องอีกครั้ง โหลดghost ตัวใหม่มา ว่าจะทำแผ่นบูด แต่แผ่น foppy dish เก่าเกินไป ไม่มีแผ่นใดใช้ได้เลย จึงยังทำไม่สำเร็จ... รู้สึกปวดตาตลอด ความตั้งใจที่จะทำจึงเลยหายไป... เปิดอ่านบันทึกโน้นบ้างนี่บ้าง แล้วก็ปิดเครื่องปิดไฟเพื่อจำวัด....</p><p>ตอนที่จำวัดก็คงจะประมาณตี ๒ …ซึ่งก็มิใช่เวลาเกินปกติสำหรับผู้เขียน… แต่ในยามที่ปวดตา ก็ต้องนอนสมาธิ นั่นคือ กำหนดลมหายใจเข้าออก ผูกความรู้สึกไว้ที่ลมหายใจ… ประมาณนั้น</p><p>หลับ ไปนานเท่าไหร่ก็ไม่ทราบ รู้สึกตัวขึ้นมาอาการปวดตาก็หายไป แต่ก็รู้สึกเหนื่อย จึงนอนต่อ.... ทั้งๆ ที่รู้ว่าเช้าแล้วแต่ก็นอนไปเรื่อยๆ ตามประสาคนที่รู้สึกว่าป่วยแล้วอยากจะพักผ่อน (ซึ่งถ้าจะลุกขึ้นมาก็คงจะไม่เกินความตั้งใจ)... ผู้เขียนก็นอนไปเรื่อยๆ หลับบ้างตื่นบ้าง จนกระทั้งครั้งสุดท้ายก็จึงตัดสินใจลุกขึ้นมา....</p><p>นาฬิกา บอกเวลา ๑๒.๓๕ น. … รู้สึกกังวลกับสิ่งที่จะต้องกระทำ แต่ก็ไม่แปลกใจนัก เพราะมิใช่ครั้งแรก…. ประเด็นฉันข้าววันนี้ ตัดทิ้งไปได้เลย ค่อยฉันพรุ่งนี้… ประเด็นที่นัดนิสิตสอบวันนี้เวลาบ่ายโมง จะไปก็ไม่ทันแล้ว จึงต้องใช้เทคโนโลยี่….</p><p>โทรไปยัง หน่วยฯ มจร… บังเอิญคุณสุ เจ้าหน้าที่รับสาย จึงบอกว่าไม่สบาย ขออีเมล์หน่อย จะส่งข้อสอบไปให้ทางอีเมล์ แล้วให้คุณสุช่วยปรินซ์และถ่ายเอกสารแล้วจัดการให้นิสิตสอบด้วยในเวลาบ่าย โมง…. คุณสุก็จัดการให้เรียบร้อย… </p><p style="background-color: #00ffff">การแก้ปัญหาครั้งนี้ต้องอนุโมทนาต่อเทคโนโลยี่…. ถ้าเป็นสมัยก่อน นิสิตคงจะบ่นไปอีกหลายวัน เพราะอาจารย์นัดแล้วไม่มา…</p><p>……………</p><p>กรณีนอนแล้วตื่นเลยเพลนี้ มิใช่เป็นเรื่องแปลกประหลาดสำหรับชีวิตในวัด... สำหรับผู้ที่ฉันข้าวมื้อเช้าเสร็จแล้วก็จำวัดกลางวัน ตื่นมาก็เลยเวลาฉันเพล กรณีนี้เป็นเรื่องธรรมดา จะไม่ขยายความ... ส่วนที่ต้องการจะขยายก็คือ การจำวัดตั้งแต่กลางคืนแล้วก็ตื่นมาเลยเพล...</p><p>สำหรับผู้เขียนเอง มีสาเหตุอยู่ ๒ กรณี คือ อาพาธหรือเจ็บป่วยด้วยโรคบางอย่าง ดังเช่นเมื่อคืนนี้ที่ปวดตา จึงตื่นมาเลยเวลาเพล… กรณีแรกนี้ ผู้เขียนเคยประสบมา น่าจะประมาณ ๓-๔ ครั้ง ในชีวิตที่อยู่วัดมาเกินยี่สิบปี….</p><p>กรณีที่สองก็คือการอดนอนสะสม ซึ่งก็เคยประสบมาประมาณ ๓-๔ ครั้งเช่นเดียวกัน... สำหรับผู้ที่มีระเบียบในตัวเองสูง ทำนองว่าห้าทุ่มนอน ตีสี่ครึ่งลุกขึ้น หกโมงเช้าอาบน้ำ ฯลฯ อาจไม่มีประสบการณ์ด้านนี.้.. แต่สำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตขาดๆ เกินๆ เช่นผู้เขียนจะมีประสบการณ์ด้านนี้หลายครั้ง...</p><p>สิบกว่าปีก่อนตอนผู้ เขียนไปอยู่กรุงเทพฯ ใหม่ๆ… ผู้เขียนกลับมาสงขลา นั่งในรถมาทั้งคืนก็ย่อมเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียเป็นธรรมดา… กลับมาถึงก็ไปเยี่ยมเพื่อนสหธัมมิก ก็คุยกันใกล้ๆ สว่างจึงได้จำวัด รุ่งเช้าก็ตื่นไปเยี่ยมโยมบ้าง อาจารย์บ้าง ตามธรรมเนียม… เพราะแรกไปอยู่กรุงเทพฯ ก็มีเรื่องจะคุยให้ผู้อื่นฟัง และเพราะเพิ่งจากไป ผู้อื่นก็มีเรื่องที่จะคุยให้ฟัง ดังนั้น จึงนอนเกือบสว่างทุกคืน….
</p><p>เป็นอย่างนี้อยู่ ๔-๕ วัน สรุปความว่า ผู้เขียนได้นอนน้อยมาก... คืนนั้นกลับมาจากเยี่ยมโยมที่บ้านถึงวัดยางทองประมาณ ๒ ทุ่ม... ก็บอกน้องเณรว่า ง่วงนอนเต็มที่แล้ว ขอนอนหน่อย น้องเณรก็จัดที่ให้นอนตามสมควร.... ผู้เขียนก็หลับตื่นมาก็รู้สึกว่าเพิ่งจะเช้า แต่ค่อนข้างจะแปลกใจว่า ทำไมท้องร้องบอกอาการว่าหิวจังเลย... ลุกขึ้นมาดูนาฬิกาบอกเวลาตีสิบเอ็ดกว่าแล้ว ผู้เขียนก็คิดว่านาฬิกาเสีย คงจะยังเช้าอยู่...ประมาณนั้น (วันนั้น คลึ้มฟ้าคลึ้มฝน ไม่มีแดด)</p><p>ไม่นานนัก น้องเณรก็บอกว่า หลวงพี่ไม่ฉันข้าวหรือ จะเลยเพลแล้ว แล้วน้องเณรก็บอกว่า เขาฉันกันเสร็จเีรียบร้อยแล้ว อาหารที่เหลือนี้เก็บไว้ให้หลวงพี่… ผู้เขียนจึงได้สติว่านาฬิกาไม่เสีย จึงห่มจีวร แล้วก็นั่งให้น้องเณรประเคนอาหารฉัน… สรุปว่า วันนั้น ผู้เขียนได้ฉันเพล แต่ก็เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่นอนสิบกว่าชั่วโมงติดต่อกัน โดยไม่รู้สึกตัวเลย…</p><p>……….</p><p>อีกครั้งหนึ่งที่ต้องการจะ เล่า ก็ตอนอยู่วัดฝ่ายหิน เชียงใหม่... ผู้เขียนยุ่งอยู่กับการทำรายงาน อดนอนมาหลายคืนหลายวันแล้ว... หลังจากเสร็จงานแล้ว คืนนั้นจึงเข้านอนตั้งแต่สามทุ่มกว่าๆ.. ก็รู้สึกว่านอนม้วนเดียวตลอดเหมือนกัน แต่ตื่นมาบ่ายโมงสามสิบเจ็ดนาที... ปรากฎว่าวันนั้น ผู้เขียนก็อดฉันข้าว (เหมือนวันนี้)</p><p>อีกครั้งหนึ่งที่เขียงใหม่ที่เดิม กรณีเดิม ผู้เขียนนอนตั้งแต่หัวค่ำ แล้วก็ตื่นมาเกือบเที่ยง ก็เลยไม่อดเพล… </p><p style="background-color: #99ccff">แต่ ในครั้งหลังนี้ ทำให้ผู้เขียนได้ข้อคิดในเรื่่องนี้… และ รู้สึกกลัว กลัวว่าจะนอนไม่ตื่น… คิดว่า คนที่นอนหลับไม่ตื่น แล้วตายไปเลย ก็คงจะคล้ายๆ กับผู้เขียน…</p><p>……….</p><p>ส่วนในกรณีว่า พระ-เณรอดอาหารไม่ได้ฉันข้าวเลยในวันหนึ่งนั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก เพื่อนสหธัมมิกของผู้เขียนหลายรูป ก็เคยอดข้าวไม่ฉันมาแล้ว....</p><p>ท่านมหาสุพจน์ปิยมิตรของผู้เขียน เล่าให้ฟังเมื่อ ๑-๒ เดือนก่อนว่า ท่านได้อดข้าวเพราะเลยเวลาฉันเพลทำนองนี้ … ญาติโยมท่านหนึ่งทราบข่าวก็รู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก บอกว่าให้ฉันโน้นฉันนี้ เกรงว่าจะเป็นลมเป็นแล้ง อะไรทำนองนี้… ท่ามหาสุพจน์เกิดปฏิฆเจตสิก จึงบอกไปว่า ถ้าอดข้าววันนี้ตาย มหาสำราญคงตายไปนานแล้ว… ประมาณนี้</p><p>ท่านมหาสำราญปิยมิตรอีกรูปของผู้เขียน ท่านแกล้งไม่ฉันข้าวบ่อยๆ ซึ่งพวกเราในฐานะเพื่อนที่คุ้นเคยเป็นพิเศษรับรู้กันมานาน... บางครั้ง ๒ วัน ท่านมหาสำราญฉัน ๑ มื้อ... บางครั้ง ๓ วัน ท่านมหาสำราญฉัน ๒ มื้อ.... แต่ท่านมหาสำราญก็อยู่มาได้เรื่อยๆ จนกระทั้งปัจจุบัน ยังสุขบ้างทุกข์บ้างเหมือนกับคนอื่นๆ มิได้มีอะไรแตกต่างจากคนอื่นๆ...........</p><p>….. </p><p>อนึ่ง การที่พระ-เณรอดข้าวไม่ฉันข้าวนั้น เป็นเรื่องที่หาได้ไม่ยากในวัดฉันใด…. </p><p>การที่พระ-เณรผิดศีลข้อห้ามฉันอาหารในยามวิกาล ก็มีให้เห็นในวัดได้เช่นเดียวกัน </p><p>ซึ่งกรณีหลังนี้ ถ้าเป็นเณรก็อาจไม่ถือสามากนัก เพราะยังเป็นเด็ก… ส่วนที่เป็นพระ ถ้าเป็นอย่างนี้บ่อยๆ ก็อาจไม่เป็นที่เคารพของพระ-เณรรูปอื่นๆ… ประมาณนั้น </p>
ตื่นเลยเพล จึงอดข้าวสำหรับวันนี้
ตื่นเลยเพล จึงอดข้าวสำหรับวันนี้
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ลูกเป็ดขี้เหร่ · 14 ก.ย. 2550
ลูกเป็ดขี้เหร่ · 14 ก.ย. 2550
ลูกเป็ดขี้เหร่ · 14 ก.ย. 2550
ลูกเป็ดขี้เหร่ · 14 ก.ย. 2550
♥< lovefull >♥ · 14 ก.ย. 2550
นมัสการพระคุณเจ้า
ผมย้อนมาอ่านเรื่องเก่าๆ ครับ
เห็นหลวงพี่เล่าเรื่องน่าอ่าน ได้รู้เรื่องในวัดด้วย สมัยเรียน ป โท เคยมีหลวงพี่ ร่วมชั้นเรียนด้วย ท่านก็เล่าเรื่องในวัดให้ฟัง บางครั้งก็ไปสุมหัวกันที่กุฏิ ก็สนุกดีครับ แล้วจะแวะไปอ่านบันทึกอื่นๆ นะครับ
ธ วั ช ชั ย
ก็เล่าเล่นๆ ทำนองฝึกการเขียนอีกนัยหนึ่ง เท่านั้น
เจริญพร