การจัดการเรียนรู้แบบ 4MAT

         วัฏจักรแห่งการเรียนรู้ (4 Mat)  สร้างขึ้นโดยใช้วงกลมเป็นสัญลักษณ์แทนการเคลื่อนไหวของกิจกรรมการเรียนรู้ พื้นที่ของวงกลมถูกแบ่งออกโดยเส้นแห่งการเรียนรู้ และเส้นแห่งกระบวนการจัดข้อมูลรับรู้เป็น 4 ส่วนกำหนดให้แต่ละส่วนใช้แทนกิจกรรม  การจัดการเรียนรู้ 4 ลักษณะ โดยนิยามว่า (กรมวิชาการ,2544)  
       ส่วนที่ 1 คือ  บูรณาการประสบการณ์ให้เป็นส่วนหนึ่งของตน ใช้คำถามที่เป็นคำถามนำกิจกรรม  คือ  ทำไม (Why?)
       ส่วนที่ 2 คือ  สร้างความคิดรวบยอด คำถามที่เป็นคำถามนำกิจกรรมประจำส่วนนี้คืออะไร(What?)
       ส่วนที่ 3  คือ  ปฏิบัติและเรียนรู้ตามลักษณะเฉพาะตัว คำถามที่เป็นคำถามนำกิจกรรมประจำส่วนนี้ คือ ทำอย่างไร (How does it work?)
       ส่วนที่ 4 คือ บูรณาการการประยุกต์กับประสบการณ์ของตน คำถามที่เป็นคำถามนำกิจกรรมประจำส่วนนี้ คือ ถ้า (If)
 

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้  

แมกคาร์ธี เสนอแนวทางการพัฒนาวงจรการสอนให้เอื้อต่อผู้เรียนทั้ง 4 แบบ  โดยกำหนดวิธีการใช้เทคนิคพัฒนาสมองซีกซ้ายซีกขวา กล่าวคือ กิจกรรมการเรียนรู้จะหมุนวนตามเข็มนาฬิกาไปจนครบทั้ง 4 ส่วน 4 แบบ (Why– What– How – If) และแต่ละช่วง จะแบ่งเป็น 2 ขั้น โดยจะเป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ผู้เรียนได้ใช้สมอง ทั้งซีกซ้ายและขวาสลับกันไป  ดังนั้นขั้นตอนการเรียนรู้จะมีทั้งสิ้น  8  ขั้นตอนดังนี้

ส่วนที่ แบบ Why  สร้างประสบการณ์เฉพาะของผู้เรียน
                 ขั้นที่ 1  (กระตุ้นสมองซีกขวา)  สร้างประสบการณ์ตรงที่เป็นรูปธรรมแก่ผู้เรียน  การเรียนรู้เกิดจากการจัดกิจกรรม  เพื่อพัฒนาสมองซีกขวา  โดยครูสร้างประสบการณ์จำลอง  ให้เชื่อมโยงกับความรู้และประสบการณ์เก่าของนักเรียน  เพื่อให้ผู้เรียนเกิดเป็นความหมายเฉพาะของตน
                ขั้นที่ 2  (กระตุ้นสมองซีกซ้าย)  วิเคราะห์ไตร่ตรองประสบการณ์  การเรียนรู้เกิดจากการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนาสมองซีกซ้าย  โดยครูให้นักเรียนคิดไต่ตรอง  วิเคราะห์ประสบการณ์จำลองจากกิจกรรมในขั้นที่ 1
               ในส่วนที่ 1 นี้  ครูต้องสร้างบรรยากาศให้นักเรียนเกิดความใฝ่รู้ และกระตือรือร้นในการหาประสบการณ์ใหม่อย่างมีเหตุผล และแสวงหาความหมายด้วยตนเอง ฉะนั้น  ครูต้องใช้ความพยายามสรรหากิจกรรม เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ดังกล่าว

ส่วนที่ แบบ  What  พัฒนาความคิดรวบยอดของผู้เรียน
               ขั้นที่ 3   (กระตุ้นสมองซีกขวา)  สะท้อนประสบการณ์เป็นแนวคิด  การเรียนรู้เกิดจากการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนาสมองซีกขวา  โดยครูกระตุ้นให้นักเรียนได้รวบรวมประสบการณ์  และความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจพื้นฐานของแนวคิด  หรือความคิดรวบยอดอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง  เช่น  การสอนให้ผู้เรียนเข้าใจลึกซึ้งถึงแนวคิดของการใช้อักษรตัวใหญ่ในภาษาอังกฤษ  ครูต้องหาวิธีอธิบายให้ผู้เรียนเข้าใจอย่างแจ้งชัดว่า  อักษรตัวใหญ่ที่ใช้นำหน้าคำนามในภาษาอังกฤษ เพื่อเน้นถึงความสำคัญของคำนั้น ๆ อาจยกตัวอย่าง ชื่อคน ชื่อเมือง หรือชื่อประเทศ เป็นต้น
             ขั้นที่ 4 (กระตุ้นสมองซีกซ้าย) พัฒนาทฤษฏีและแนวคิดการเรียนรู้เกิดจากการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนาสมองซีกซ้าย  ครูให้นักเรียนวิเคราะห์และไตร่ตรองแนวคิดที่ได้จากขั้นที่และถ่ายทอดเนื้อหาข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับแนวคิดที่ได้  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาแนวคิดนั้นๆ ต่อไป  พยายามสร้างกิจกรรมกระตุ้นให้นักเรียนกระตือรือร้นในการเก็บรวบรวมข้อมูล  และการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม
            ในส่วนที่ครูต้องจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้คิดเพื่อให้นักเรียนที่ชอบเรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติจริงสามารถปรับประสบการณ์และความรู้สร้างเป็นความคิดรวบยอดในเชิงนามธรรม โดยฝึกให้นักเรียนคิดพิจารณาไตร่ตรองความรู้ที่เกี่ยวข้องในช่วงนี้การจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้รับความรู้โดยการคิด และฝึกทักษะในการค้นคว้าหาความรู้

ส่วนที่ แบบ  How การปฏิบัติ และการพัฒนาแนวคิดออกมาเป็นการกระทำ
              ขั้นที่ 5   (กระตุ้นสมองซีกซ้าย)  ดำเนินตามแนวคิด  และลงมือปฏิบัติ หรือทดลอง  การเรียนรู้เกิดจากการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนาสมองซีกซ้าย  เช่นเดียวกับขั้นที่นักเรียนเรียนรู้จากการใช้สามัญสำนึก  ซึ่งได้จากแนวคิดพื้นฐาน  จากนั้นนำมาสร้างเป็นประสบการณ์ตรง  เช่น การทดลองในห้องปฏิบัติการ  หรือการทำแบบฝึกหัดเพื่อส่งเสริมความรู้  และได้ฝึกทักษะที่ได้เรียนรู้มาจากช่วงที่ 2
             ขั้นที่ 6   (กระตุ้นสมองซีกขวา) ต่อเติมเสริมแต่งและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง  การเรียนรู้เกิดจากการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนาสมองซีกขวา นักเรียนเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติ แก้ปัญหา ค้นคว้ารวบรวมข้อมูล นำมาใช้ในการศึกษาค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเอง
             ในส่วนที่  3   ครูมีบทบาทเป็นผู้แนะนำ  และอำนวยความสะดวก  เพื่อให้นักรียนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ครูควรเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้ามีส่วนร่วมในการวางแผนกิจกรรมการเรียนรู้

ส่วนที่ 4 แบบ  If  เชื่อมโยงการเรียนรู้จากการทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง จนเกิดเป็นความรู้ที่ลุ่มลึก
           ขั้นที่ 7   (กระตุ้นสมองซีกซ้าย) วิเคราะห์แนวทางที่จะนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และเป็นแนวทางสำหรับการเรียนรู้เพิ่มเติมต่อไป การเรียนรู้เกิดจากการจัด กิจกรรม เพื่อพัฒนาสมองซีกซ้าย นักเรียนนำสิ่งที่เรียนรู้มาแล้ว มาประยุกต์ใช้อย่าง
สร้างสรรค์ โดยนักเรียนเป็นผู้วิเคราะห์ และเลือกทำกิจกรรมอย่างหลากหลาย
           ขั้นที่ 8   (กระตุ้นสมองซีกขวา) ลงมือปฏิบัติ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์   การเรียนรู้เกิดจากการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนาสมองซีกขวา นักเรียนคิดค้นความรู้ด้วยตนเองอย่างสลับซับซ้อนมากขึ้นเพื่อให้เกิดเป็นความคิดที่สร้างสรรค์จากนั้นนำมาเสนอแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน

ในส่วนที่ 4 ครูมีบทบาทเป็นผู้ประเมินผลงานของนักเรียน และกระตุ้นให้นักเรียนคิดอย่างสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ

ที่มา : http://office.bopp.go.th/