แงซายจอมจักรา
เกิดอาเภทกับนางตะเคียน ที่ชื่อ อรัญญานี แต่รพินทร์ก้อแก้ตก ออกเดินทางต่อ ตัดทิวเขาใหญ่มาทางตะวันออกเฉียงเหนือของเขาหัวแร้ง แล้วขึ้นเหนือไปทุ่งมรณะ ขณะนี้น่าจะอยู่เหนือรัฐกะยาขึ้นมาแล้ว และน่าจะอยู่ตอนใต้ของรัฐไทยใหญ่ ถ้าตั้งเข็มไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ก็จะพบกับพรมแดนไทยส่วนใดส่วนหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่
พัก ณ. เขาก็องกองนี้เอง ตี 2 ก็องกอย (ภูติแห่งไพรลึก)ปรากฏตัว มันมาบอกให้ช่วยปลดปล่อยบ่วงแห่งกรรม แต่ขณะนั้นทุกคนไม่เข้าใจ สุดท้ายก็องกอยก็เข้าสิงแงซาย พาแงซายหายตัวไป คณะรพินทร์ก็ต้องออกตาม เพราะแงซาย(ร่างสิงของก็องกอย)ไม่ได้หนีไปตัวเปล่า แต่ดันเอาแผนที่เดินทางไปด้วย
การออกตามก็เริ่มขึ้น ฝ่ายแงซายก็เดินล่อให้ตามมาเรื่อยเพื่อชักจูงให้คณะเดินทางตามไปนิทรานครอันเป็นดินแดนต้องสาบของพวกมัน ระหว่างนี้ก็ได้เจอต้นขี้หนูยักษ์ ตะขาบยักษ์ ไชยยันต์โดนตะขาบยักษ์กัดเกือบตาย แต่ก็องกอยก็ช่วยพามาหาต้นพริกเพื่อนำมาบดผสมกับเนื้อตะขาบรักษาแก้อาการพิษ ไชยยันต์ก้ริดตายอย่างปาฏิหารย์

 

ตามรอยแงซายต่อ ทามกลางภาวะขาดน้ำ พบรอยเสือโคร่งดำตัวเท่าม้า ซึ่งขณะนั้นทุกคนยังไม่มีใครทราบว่าไม่ใช่เสือธรรมดา คะหยิ่นก็พาดมหาน้ำต่อจนมาถึงดงมรณะ ต้นไม้เถาวัลย์กินคน และที่นี่เองที่พบซากโครงกระดูกของ 2 คน และพบบันทึกของคนตาย ทราบว่าเหตุการณ์ที่เจอ คือค้างคาวดูดเลือด ผีดิย และเสือโคร่งดำนั้น เจ้าชองบันทึกก็เจอมาก่อนแล้วเมื่อสี่สิบปีก่อน

 

แงซายก็ลับๆล่อๆให้ตามต่อ ผ่านไปตามทุ่งแฝกและหญ้าคา เกิดไฟป่า ต้องหนีเข้าไปหลบในถ้ำ ช้างที่หนีไฟก็วิ่งหนีเข้าถ้ำเช่นกัน เกิดโกลาหลแล้วทุกคนก็ตกเหวไป

 

ฝ่ายไชยยันต์ตกลงในเหวพร้อมมาเรีย ทั้งคู่พบลาวาและเสือโคร่งดำในถ้ำ แล้วก็พากันมุดออกมานอกถ้ำได้ ในคืนนั้นเผชิญค้างคาว ยิงค้างคาวบาดเจ็บหนีเข้าถ้ำ รุ่งเช้าออกตามก็พบไฟเย็นที่ช่วยชีวิตค้างคาาวผีตัวนั้น พบซากคนกับเสือดำ ถูกหลอกล่อ แต่ก็องกอยก็มาช่วยนำทางออกมาได้ จับปลาในลำธารมาปิ้งบนหลังงูยักษ์ พองูร้อนก็พลิกตัวเลื้อยหายไป ทั้งคู่ก็พบว่าร่องที่งูยักษ์นอนนั้นเป็นกำแพงเมืองโบราณ คืนนั้นเองที่มาเรียเป็นประจำเดือนอีกครั้ง

 

รุ่งขึ้นทั้งคู่ตุหรัดตุเหร่มาจนพบปราสาทเก่า และสุสานโบราณ เกิดฝนตกหนัก ทั้งคู่หลบลงไปในสุสาน แต่แล้วก็ถูกมันตรัยปิดทางลงด้วยประตูกล ทั้งคู่ติดอยู่ในสุสานนั้น

 

ฝ่ายรพินทร์มารู้สึกตัวอีกวันต่อมาและมาพบดารินอยู่ในอีกถ้ำใกล้ๆกัน ทั้งคู่ลอยคอตามธารน้ำใต้ดินออกมาข้างนอก ตรงนี้เจอมันตรัยเป็นครั้งแรก จึงทราบว่าขณะนี้มาถึงอาณาเขตนิทรานครแล้ว ทั้งคู่ออกเดินทางต่อโดยการล่อของแงซาย จนมาพบบุญคำหนีช้างมาติดบนต้นกระหร่างลงไม่ได้ รพินทร์ตอกทอยไปช่วย

 

ออกเดินทางต่อ รพินทร์เผชิญตะขาบยักษ์อีก หนีหัวซุกหัวซุนเข้าไปหลบในถ้ำ กลางดึกนั้นเอง ขณะที่ตะขาบยักษ์หนีไป ค้างคาวยักษ์ก็มากวนต่อ แต่สุดท้ายก็โดนหอกโมกศักดิ์ของรพินทร์หักคาอกบินหนีไปด้วยความเจ็บปวด

 

รุ่งขึ้นรพินทร์ ดาริน บุญคำออกตาม ช่วงบ่ายฝนตกหนัก หลังฝนตกก็พบปลอกกระสุนลูกซองของลูกหาบและก้นซิการ์ฮาวาน่าของเชษฐาลอยตามน้ำมา รุ่งขึ้นก็ออกตามต่อจนเย็นจึงมาพบปราสาทพันธุมวดี