ผู้ป่วยต้องรู้ว่า ตนเองมีความเสี่ยง ต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคในช่องปากได้ง่าย
มี 2 เรื่องนะคะ ที่ควรให้ความสนใจในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวาน คือ
1. การดูแลสุขภาพช่องปาก ... เริ่มที่ผู้ป่วยต้องรู้ว่า ตนเองมีความเสี่ยง ต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคในช่องปากได้ง่าย ตั้งแต่ภาวะเหงือกอักเสบ และฟันโยก แต่ก็อาจจะป้องกัน และลดภาวะแทรกซ้อนนั้นๆ ได้โดย
-
การเอาใจใส่ดูแลความสะอาดของฟัน และเหงือก รวมทั้งฟันปลอมให้ถูกต้อง
-
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ให้คงที่ สม่ำเสมอ โดยควบคุมอาหารหวาน หมั่นออกกำลังกาย รับประทานยา และตรวจตามที่แพทย์นัด
-
ลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ เพราะสารนิโคติน และความร้อนจากการเผาไหม้จะเกิดความเสี่ยงต่อโรคปริทันต์ และการสูญเสียฟัน
-
ไปรับการตรวจช่องปากจากทันตแพทย์ทุก 6 เดือน ถึงแม่ไม่มีฟัน ก็ควรไปตรวจดูความผิดปกติของเนื้อเยื่อในช่องปากด้วย
2. การเข้ารับบริการทันตกรรม
-
ผู้ป่วยเบาหวานที่มีการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างดี สามารถรับบริการทันตกรรมได้ทุกชนิด ยกเว้น กรณีมีโรคแทรกซ้อน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับบริการ
-
การนัดหมายเพื่อการรักษา ควรเป็นช่วงที่ผู้ป่วยได้รับอินซูลินแล้ว ตั้งแต่ 30 นาที จนถึง 8 ชั่วโมง แล้วแต่ชนิดของอินซูลิน ส่วนใหญ่แนะนำให้รับบริการช่วงเช้า
-
รับประทานอาหารให้เรียบร้อย ตามมื้อปกติ
-
ไม่ควรให้มีความเครียดก่อนมารับบริการ เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
อยากทราบเหมือนกันค่ะ แล้วการรับบริการรักษาทางการแพทย์อื่นๆ นั้น ให้บริการในลักษณะที่คล้ายกันหรือไม่

ขอบคุณค่ะ พอดีกำลังทำวิจัย จึงได้ข้อมูลดีๆ จากบทความ...ไช้ได้เยอะค่ะ
คุณแม่เป็นเบาหวาน แล้วท่านมีปัญหาทางด้านช่องปาก ฟันหัก ฟันแตก เหงือก อักเสป แล้วอยากทราบว่าจารับการที่ไหนของโรงบาลรัฐที่ไหนได้บ้าง