ผมเพิ่งจะได้รับเมล์จากคุณ vatara ที่เขียนมาดังนี้.... “จากที่ได้รับฟังการบรรยายของอาจารย์ เมื่อวันที่ 17 มค 49 ที่ NIDA ...มีความรู้สึกว่า การจัดการความรู้ มีลักษณะคล้ายกับ ตำราทำอาหาร กล่าวโดยสรุปก็คือ การจัดการความรู้เป็นการรวบรวมความรู้ ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนความรู้ต่างๆ ของบุคลากรในแต่ละส่วนงาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาและนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน  ส่วนตำราทำอาหารก็เช่นกัน เป็นการรวบรวมสูตรการทำอาหารชนิดต่างๆ และถึงแม้ว่าจะเป็นอาหารชนิดเดียวกัน แต่ก็ยังมีสูตรการทำที่ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากจะให้คนหลายคน ทำอาหารชนิดเดียวกันด้วยสูตรเดียวกัน เชื่อว่าจะได้รสชาดที่แตกต่างกัน เพราะ Tacit Knowledge ที่อยู่ในตัวแต่ละคนนั้นมันไม่เหมือนกัน ....ถึงแม้จะมีการแบ่งปัน Tacit Knowledge เหล่านั้น จัดให้มีการเรียนรู้ร่วมกัน  มีการยกระดับความรู้ และนำไปใช้ ก็คงจะทำได้ ในระดับหนึ่งเท่านั้น (ในระดับที่วัดได้) แต่ส่วนที่เป็นแก่น เป็น Core ของTacit Knowledge  ไม่น่าจะลอกเลียนแบบกันได้ เพราะคนแต่ละคนมีความแตกต่างทางด้านร่างกาย, อารมณ์, สังคม, สติปัญญา และจิตวิญญาณ ขอให้อาจารย์ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วย


ความเห็นของผมในเรื่องนี้.... “สูตร/ตำราทำอาหาร (Explicit Knowledge) บอกว่าให้เราใส่อะไรอย่างละเท่าไร ....แม่ครัวสองคนอ่านตำราเล่มเดียวกัน แต่มีเทคนิคเฉพาะตัว (Tacit Knowledge) ต่างกัน เช่น คนแรกต้องรอให้น้ำมันร้อนก่อนจึงใส่ผัก หรือ คนที่สองต้องเอาผักที่จะใช้แช่ในน้ำเกลือก่อน ....ผมเชื่อว่าอาหารที่ออกมานั้น ย่อมจะไม่เหมือนกัน ....สมมติว่าแม่ครัวทั้งสองท่านทำทุกอย่างเหมือนกันทุกประการ (ใช้ทั้ง Explicit Knowledge และ Tacit Knowledge ตัวเดียวกัน) แต่คนหนึ่งทำอาหารอย่างอารมณ์ดี มีความสุข ในขณะที่อีกคนหนึ่งมีอารมณ์ที่ตรงกันข้าม ผมเชื่อว่ารสชาดอาหารก็คงจะไม่เหมือนกัน ...ดังที่คุณ vatara บอกมา ...สรุปว่าผมเห็นด้วยกับคุณ vatara ทุกประการครับ”