ความเดิม --> ปัญญาชนท่านหนึ่ง พบกับอดีตนายทหารของกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย ชื่อจัดตั้งว่า"สหายเตี๋ยน" ซึ่งเป็นคนชนชาติโซ่ ผู้สูญเสียดวงตาข้างหนึ่ง หน่วยแพทย์ในป่าได้ระดมกำลังช่วยชีวิต และได้ผ่าตัดเอาลูกตาจริงออก และเอาลูกตาหมูป่าใส่ให้แทน จนบางคนเรียกสหายเตี๋ยนว่า"เตี๋ยนตาหมู"

ภูมิทัศน์ดงหลวงในวันฟ้าฉ่ำฝน
วันนี้ผู้บันทึกเดินทางเข้าดงหลวงตามหาเป้าหมายคือสหายเตี๋ยน และไม่ยากเลยที่จะค้นหา จริงๆแล้วก็ใกล้เกลือกินด่าง เพราะท่านผู้นี้คือสมาชิกเครือข่ายไทบรูของเรา เพียงแต่เรารู้จักในนาม พ่อบุญจันทร์ แต่ไม่รู้จักในนามสหายเตี๋ยนครับ

เรานั่งคุยกันในบ่ายวันนั้นกับสหายเตี๋ยนและสหายบุญถึง
ท่านเรียกเสี่ยวรักข้างบ้านมาร่วมการพูดคุยด้วย ท่านชื่อพ่อเสาร์ หรือสหายบุญถึง เป็นอดีตผู้ฉายหนังให้แก่สหายในป่าดูกัน และท่านก็เป็นสมาชิกเครือข่ายไทบรู

ภาพชัดๆของสหายเตี๋ยนผู้ที่เราตามหา
เมื่อเห็นหน้ากันท่านทั้งสองแสดงความสนิทสนม และเมื่อเราอธิบายที่มาที่ไปการมาพบวันนี้ ยิ่งยิ้มแย้มและยินดี และทำให้เราทราบว่า ปัญญาชนท่านที่ Post เรื่องนี้ในบ้านตุลาไทยนั้น จริงๆท่านคือคุณหมอที่อยู่ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ประสงค์ อุบลราชธานีครับ

สหายบุญถึงเพื่อนรักสหายเตี๋ยน
ผมซักถามเรื่องสุขภาพท่านโดยเฉพาะเรื่องตา ท่านบอกว่าอายุ 70 แล้วแต่ก็ทำงานได้ ไปไหนมาไหนได้คล่องตัว ไม่มีโรคภัยอะไร สุขภาพตาก็ไม่ได้ทำการรักษาอะไรมาก ไปหาหมอและเอายาหยอดตามารักษาตัวเองที่บ้าน เป็นสายตาสั้นก็ใช้แว่นอันเก่งอันนี้ ผมถามต่อว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมามีใครมาติดต่อ ช่วยเหลือรักษาเรื่องตาบ้างไหม ท่านบอกว่าไม่มี ก็รักษากันเองนี่แหละ ผมยังสังเกตเห็นอาการแดงๆของลูกตาท่านอยู่ แต่ดูเหมือนจะมีความเคยชินพอสมควรกับสภาพนี้..

ผมถามเรื่องส่วนตัวนิดหน่อยว่าภรรยาท่านเป็นชาวส่วย จากอ.ปุญฑริก(เขียนผิดขออภัยด้วย) จ.อุบลราชธานี ช่วงเข้าป่านั้นพ่อบุญจันทร์ประจำเขตงาน 11 แถบอีสานใต้ ตั้งแต่อุบลราชธานีศรีสะเกษ สุรินทร์ รวมมาถึงบุรีรัมย์ นครราชสีมา จึงคุ้นเคยเรื่องราวแถบโน้นมากกว่า แต่เมื่อเสียลูกตาจึงกลับเข้าดงหลวง ถิ่นเกิด…

สำหรับพ่อเสาร์ สหายบุญถึง ก็คุยสนุก การตระเวนไปฉายหนังตามหมู่บ้านปลดปล่อย ตามยอดเขา หน่วยของท่านมี 9 คน แบกเครื่องไฟฟ้า เครื่องฉายและอุปกรณ์อื่นๆขึ้นหลังตระเวนฉาย ท่าทางสนุกมาก ท่านเป็นคนอารมณ์ดี ท่านระบุชื่อ นักการเมือง นักเขียน นักเคลื่อนไหวทางการเมืองในปัจจุบันมากมาย ทั้งชายหญิง ผมทาบทามท่านมาร่วมพบปะสมาชิกเฮฮาศาสตร์ 3 ท่านตอบรับด้วยความยินดี

ชุดทหารป่าของสหายเตี๋ยน
จึงรายงานท่านถึงความคืบหน้าของ “สหายเตี๋ยน” ว่าท่านปกติตามสภาพอายุ 70 ที่แข็งแรงกว่าคนในเมืองที่มีอายุเท่ากันมากนัก ท่านยังบอกว่า ชื่อสหายของท่านมีอีกชื่อหนึ่งคือ “สหายสมหมาย”
ท่านสามารถพบตัวจริง เสียงจริง และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นระดับชาติได้ที่ เฮฮาศาสตร์ 3 ดงหลวงครับ
เรียน ออต น้องขจิต และเพื่อนๆ
ชอบครับ อยากทราบเรื่องราวการต่อสู้ของท่านเมื่อครั้งอดีต น่าศรัทธา
ผมตั้งใจจะตระเวนไปสัมภาษณ์สหายทั้งหมดที่อยู่ดงหลวง แต่ไม่ได้ทำสักทีงานในหน้าที่เอาเวลาไปหมดครับ แต่ก็ไม่เลบิกล้มความตั้งใจครับ ขอเวลาสักหน่อยนะครับ..
เรื่องราวน่าสนใจ เรียนรู้ ทึ่งมากๆสำหรับสหายของพี่ท่านค่ะ
ภาพแรกเห็นแล้วอยากจะขอติดตามตระเวณไปด้วยเลยสิคะ
แต่เกรงใจแบบว่ากลัวเป็นภาระมากกว่า อิ อิ กำลังคิดถึงเลยค่ะ
รีบมาทายทัก เป็นกำลังใจกับการเรียน และสุขสันต์เทศกาลปีใหม่ไทยนะคะ
น้องสาวปู ดงหลวงยินดีต้อนรับนะครับ เบื่องานเมื่อไหร่ก็มาเที่ยงดงหลวงบ้าง
สุขสันต์เทศกาลปีใหม่เช่นกันครับ
จากลูกหลานบ้านนาบัว ครับ
ยินดีกับลูกหลานบ้านนาบัวครับ
ผมอยู่ที่นั่น เป็นสิบปี แต่ก็ไม่เคยได้เรียนรู้เรื่องราวพวกนี้เลยครับ แม้ว่าก่อนไปทำงานที่นั่นก็ได้ อ่าน"สู่สมรภูมิภูพาน" ซึ่งรับรู้ก็เพียงชื่อ หมู่บ้าน ภูเขา เท่านั้น เรื่องคนไม่ค่อยได้รับทราบ จะคุยกันบ้าง ก็แต่ลุงล้วน ที่บัดนี้จากไปแล้ว เมื่อก่อนท่านเป็นประธานชมรมผู้สูงอายุให้ผมครับ
สวัสดีครับคุณหมอสีอิฐ ผมมีความตั้งใจจะตามไปบันทึกชีวิตผู้นำแต่ละท่าน แต่ก็ดูเหมือนเป็นเพียงความหวัง เจตนา เวลายิ่งยากลำบาก เพราะอาชีพการงานต้องโยกย้ายออกไป ช่วงท้ายผมได้สัมภาษณ์เพียง 1-2 คนเท่านั้นเอง ตั้งใจจะสัมภาษณ์แล้วถอดออกมาทำหนังสืิเล่มครับ
มันมีความผูกพันมาก และผมถือว่าประวัติท่านเหล่านี้คือ ประวัติศาสตร์บอกเล่า หากไม่บันทึกไว้ ก็จะหายไปกับการจากไปของท่านเหล่านั้น เหมือนลุงล้วน ที่เราเสียดายท่าน
ผมยังคิดว่าเมื่อเราทำไม่ได้ทำไมไม่ให้ลูกหลานเขาเองทำ โดยการตั้งคำถามให้ แล้วให้ลูกสัมภาษณ์ แล้วให้ลูกนั่นแหละบันทึก แล้วเราค่อยเอามาเรียบเรียง นี่เป็นความคิดที่เกิดขึ้นครับ กำลังคิดต่อว่าจะทำได้อย่างไร ผ่านช่องทางไหนดี
ขอบคุณคุณหมอสีอิฐครับ