เรารักกรุงเทพฯ.......เมืองที่เรารัก ....กรุงเทพฯมหานคร ฯ The City of Angels ...ซึ่งเป็นเมืองที่มีเสน่ห์มากที่สุดเมืองหนึ่งของโลก อายุ 225 ปีแล้ว

Sasinand
   ดิฉันเคยเดินทางไปต่างประเทศ เห็นเมืองใหญ่ๆมาหลายเมือง ก็ยังบอกได้เต็มปากว่า รักกรุงเทพฯ มากที่สุดค่ะ   

  

     กรุงเทพฯ  มีอายุ  225 ปี แล้ว เทียบกับอายุ ของประเทศไทย ที่ประมาณ 1000 ปี  เทียบกับ อายุของพระพุทธศาสนา 2605 ปี (นับตั้งแต่ทรงตรัสรู้)

 

      ดิฉันเป็นชาวกรุงเทพฯ โดยกำเนิด  เกิดและโตที่นี่มาตลอด ถึงแม้ว่า   ขณะนี้ จะมาปลูกบ้านอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี   เพราะชอบอากาศดีๆ    ต้นไม้ใบหญ้าเยอะๆ บรรยากาศเงียบๆ สงบๆเย็นสบาย       มีแต่เสียงนกกา เสียงรถไฟวิ่ง   ให้ได้ยินอยู่ทั้งวัน    แต่ก็ยังต้องเดินทางไปมาระหว่างบ้านกับที่ทำงาน และยังต้องไปเยี่ยมลูกในกรุงเทพฯ   อาทิตย์ละไม่ต่ำกว่า 4 วัน  จะมีบ้างบางครั้งที่เบื่อรถติด  แต่ถ้า มีการวางแผนการเดินทางอย่างดีแล้ว    อาจจะมีความไม่ทันใจบ้าง   แต่ไม่ถึงกับจะเป็นปัญหา แต่อย่างใด   จะเรียกว่า เป็นความเคยชินก็ได้ค่ะ

          ดิฉันเคยเดินทางไปต่างประเทศ    เห็นเมืองใหญ่ๆมาหลายเมือง   ก็ยังบอกได้เต็มปากว่า  รักกรุงเทพฯ มากที่สุด ค่ะ  ใครว่ากรุงเทพฯ ร้อน  ดิฉันจะถามว่า แล้วที่ไหนในประเทศไทยไม่ร้อนบ้าง  ถ้าจะให้ร้อนน้อยลง  เราคงต้องลดการบริโภคต่างๆลง เช่น การใช้การเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนให้มากขึ้น แม้กระทั่งการขึ้นรถแท็กซี่ หรือรถมอเตอร์ไซดิ์ เพราะแท็กซี่ส่วนใหญ่เติมแก๊ส NGV หรือ LPG และเป็นการอุดหนุนกันทางเศรษฐกิจด้วย 

     อีกส่วนหนึ่ง น่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนทราบถึงปัญหาโลกร้อน ที่จะมีผลกระทบกับเราแน่นอนในอนาคตอันใกล้  เพื่อให้เกิดการบริโภคกันอย่างมีสติขึ้น ที่สำคัญ อยู่ที่ใจคน  ใจของคนต้องร่มรื่น  มีสติ  อารมณ์เย็นกว่านี้  คนจะต้องมีความเมตตากันมากกว่าที่เป็นอยู่

           ถ้าใครถามว่าไฮไลท์ของกรุงเทพฯปี 2550 คืออะไรบ้าง  ตอบไม่ถูกเลยค่ะ มีมากมายหลายมิติมากๆ   ต้องไล่ไปทีละอย่าง  พอเป็นตัวอย่างอยู่บ้าง ดังนี้ค่ะ

       ·       วัดพระแก้วน่าตื่นตามากที่สุด    ขณะนี้ยังมีการปฎิสังขรณ์อยู่ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็อลังการมากๆค่ะ เช่น สุวรรณเจดีย์ที่มียักษ์แบกลิง   องค์ปรางค์เล็กๆก็ทาสีใหม่   แถมงานจิตรกรรมที่ระเบียงคดก็งดงามมาก ยิ่งไปเห็นสิ่งดีๆที่ต่างแดนมากเท่าใด    ยิ่งภูมิใจในคุณค่าของศิลปวํฒนธรรมไทยมากขึ้นเท่านั้น

   ·       เสาชิงช้า ที่มีแผงหินสีดำสลักชื่อเมืองเป็นตัวทอง”กรุงเทพมหานคร   อมรรัตนโกสินทร์.....·       พระที่นั่งต่างๆในพระบรมมหาราชวัง เช่น พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท    พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นต้น

    ·       พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งอยู่ในบริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล   ซึ่งจะมีการจัดแสดงเรื่อง  ประวัติศาสตร์ชาติไทย  ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีในประเทศไทย  ประณีตศิลป์ และ ชาติพันธุ์วิทยา เป็นต้น

·       นอกจากนี้ ยังมีสถานที่สวยงาม น่าตื่นตาตื่นใจอีกหลายแห่งมาก เที่ยวกันหลายวันกว่าจะชมหมด

           ถ้าจะทานของอร่อย  ที่กรุงเทพฯมีให้เลือกมาก  มีทุกราคา  แต่ที่ขึ้นชื่อคือ เยาวราชยามค่ำคืน  หรือจะที่ท่าพระจันทร์ จะมีร้านอาหารเก่าๆมาก เช่น ร้านมิ่งหลี แม้คนขายจะหน้างอสักหน่อย   ก็พออภัยให้ได้ เพราะอาหารเขาอร่อยจริงๆค่ะ  ไม่ว่าชาติไหน มากรุงเทพแล้ว ต้องติดใจเรื่องอาหาร ทุกราย ไม่มีที่ใดในโลกเหมือน  สุดยอดจริงๆค่ะ 

           ปีนี้   ได้ข่าวว่า  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและคณะสังกัด กทม.   ได้ประกาศจุดยืนเป็นหนึ่งเดียวมุ่งมั่น ทำด้วยใจ...ให้กรุงเทพฯ เดินหน้ายุทธศาสตร์ 6 มิติ เมืองสะดวกปลอดภัย  มหานครสิ่งแวดล้อม  มหานครแห่งการเรียนรู้   มหานครเปี่ยมเสน่ห์  เมืองสุขภาพดี  ผู้คนมีความสุข และเมืองแห่งความพอเพียง ปักธงชัยก้าวต่อไปสู่กรุงเทพฯ เมืองสวรรค์ ในปี 2554     ซึ่งดิฉันก็ได้เห็นการเริ่มต้นที่ดี ดังกล่าวไปบ้างแล้ว เช่น การปรับปรุงสวนสาธารณะหลายแห่งให้สวยงามและปลอดภัยขึ้นและกำลัง เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยสวนสาธารณะอีก 9 แห่งด้วยกัน   ตามเกาะกลางถนน   ก็มีการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นอย่างหนาตา ดูสดชื่นขึ้นมาก

 

          สำหรับดิฉันแล้ว ดิฉันรักกรุงเทพฯ     แต่ก็รักตัวเองด้วยโดยการหามุมที่หลบจากความวุ่นวายในเมือง   ให้ได้อยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง  โดยห่างจากใจกลางเมืองแค่ 60  ก.ม.   ไม่อยากไปอยู่ไหนไกลๆ   เพราะ ความพลุกพล่าน  ความหลากหลาย และความมีชีวิตชีวา   เป็นเสน่ห์ของกรุงเทพฯที่ดิฉันติดใจค่ะ

 

          ถ้าท่านใดมีมุมมองและความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับกรุงเทพฯ   ไม่ว่าจะรักหรือชังกรุงเทพฯ     ช่วยกรุณามาช่วยกันเติมบันทึกนี้ให้เต็มขึ้นด้วยนะคะ

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Good Living

บันทึกล่าสุด


ความเห็น (100)

  รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น
Pan
IP: xxx.121.186.24
เขียนเมื่อ 14 Sep 2007 @ 11:26

สวัสดีคีฮะ

อยากให้กรุงเทพฯผ่อนคลายมากกว่านี้อีกหน่อย

เห็นเอ่ยถึง เกาะรัตนโกสินทร์ ยังไม่เคยไป ไม่มีใครพาไป แต่จะลอง search  ใน net ดูก่อน

อ่านแล้วดี มีสาระฮะ

หนูแนน
IP: xxx.121.186.168
เขียนเมื่อ 14 Sep 2007 @ 12:10

สวัสดีค่ะ

เข้ามาอ่านค่ะ

กรุงเทพฯเหมือนเพลงเมดเล่ย์ค่ะ ยำใหญ่ดี มีคนเชื้อชาติต่างๆมาอยู่ด้วยกัน ก็สนุกดีค่ะ ถ้ากลมกลืนกันได้ หนูก็ว่า o.k.นะ

ตอนนี้ดูสะอาดขึ้น อยากให้สะอาดกว่านี้อีก คุณศศินันท์ว่า จะเป็นไปได้ไหมคะ คือให้ดีพร้อมกว่านี้

รองเมือง
IP: xxx.8.70.158
เขียนเมื่อ 14 Sep 2007 @ 15:02

สวัสดีครับ

ผมเดินแถวสยาม เป็นบ้านที่ 2 เพราะเรียนแถวนี้ ชอบดูปลาที่สยามโอเชี่ยนเวริ์ล สยามพารากอน

มาที่นี่แล้ว ผมมีอารมณ์เด็กๆอีกแล้ว ชอบจังมันดี วิ่งดูทางโน้นที ทางนี้ที มันน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ  อิๆๆ

ชอบมาบุญครองด้วย ชั้น 4 น่ะ มีของเยอะดีครับ พวกมือถือ ชอบชั้น 1 เหมือนกัน เมียงๆมองๆกล้องถ่ายรูป มีร้านที่พวกมือโปร เขามาซื้อกันที่นี่ แต่แพง ผมได้แค่ดู และไปคุยๆ ว่าอยากขอให้พ่อซื้อให้วันเกิดดีๆสักอัน ชอบถ่ายวิวครับ

 

Jim
IP: xxx.8.243.13
เขียนเมื่อ 14 Sep 2007 @ 15:42

สวัสดีครับ

ตามรองเมืองเข้ามาอ่าน

ผมชอบกรุงเทพฯนะ ผมไปเรียนที่ต่างประเทศอยู่พักนึง 2-3 ปี กลับมา กรุงเทพฯพัฒนาไปมาก กลายเป็นเมืองนานาชาติ แห่งภูมิภาคเอเซีย มีระบบขนส่งเกิดขึ้นมากขึ้น แท็กซี่เยอะ รถตู้อีก สะดวกครับ ผมยังไม่มีรถนะ

ผมชอบไปจตุจักร มีของให้ดูเยอะ พลุกพล่านดี ผมชอบดูผู้คน

และคนไทยยังยิ้มง่ายไม่เปลี่ยนแปลง ใครๆก็ชอบครับ

Sasinand
เขียนเมื่อ 14 Sep 2007 @ 23:13

 Pan


สวัสดีค่ะPan

ขอบคุณที่มาอ่านค่ะ

เห็นด้วยที่อยากให้บรรยากาศในกรุงเทพฯผ่อนคลายกว่านี้หน่อย

ก็น่าจะเกิดขึ้นได้จาก การที่บ้านเมืองมีความสะอาดสะอ้าน ปลอดภัย มีสวนสาธารณะดีๆ กว้างๆ ให้คนเข้าไปเล่นกีฬา ผ่อนคลาย

ทุกวันนี้ก็มีอยู่แล้ว แต่อาจยังไม่ทั่วถึงทุกเขตค่ะ

ส่วนเรื่องเกาะรัตนโกสินทร์ คุณPan ถ้าอยู่กรุงเทพนก็ต้องเคยไปแน่นอน แต่อาจไม่ได้เรียกชื่อว่า เกาะรัตนโกสินทร์ค่ะ

เกาะรัตนโกสินทร์  ถ้าจะขึ้นรถรางนำเที่ยวก็ไปขึ้นที่จุดนี้ค่ะ.....

บริเวณมุมสนามหลวงด้านตรงข้ามกรมศิลปากร เป็นจุดขึ้นรถรางนำเที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน รถรางวิ่งผ่านวัดพระแก้ว   สวนสันติชัยปราการ และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่สวยงาม รอบเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน

ขอบเขตของเกาะรัตนโกสินทร์ถูกกำหนดโดยแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลเข้ามาเป็นกำแพงกั้นพระนครอยู่ด้านหนึ่ง และคลอง อีก 3 สายที่รายล้อม แบ่งพระนครออกเป็นชั้น ๆ 3 ชั้น

คุณPan สามารถดูข้อมูลละเอียดได้ที่นี่ค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ 14 Sep 2007 @ 23:26

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณที่มาอ่านค่ะ คุณหนูแนนกล่าวว่า

กรุงเทพฯเหมือนเพลงเมดเล่ย์ค่ะ ยำใหญ่ดี มีคนเชื้อชาติต่างๆมาอยู่ด้วยกัน

ค่ะ ถ้าเปรียบกรุงเทพฯเป็นเพลงสักเพลงหนึ่ง ก็คงที่เป็น เพลงที่ผสมกันหลายรส ทั้งป๊อบ แจ๊ส ร้อค แอนด์โรล แม้กระทั่ง หมอลำค่ะ

ถ้าบรรเลงหรือร้อง ส่ง รับกันดี มีจังหวะจะโคนก็จะเพราะดีนะคะ

กรุงเทพฯตอนนี้ สะอาดขึ้น แต่จะให้ดีพร้อมไปทุกด้าน คงไม่ได้ค่ะ เรายอมรับว่า มันต้องมีแง่มุม ที่เราไม่ชอบบ้าง แต่ แง่มุมดีๆที่เราชื่นชม ก็มีมากกว่าค่ะ

ไม่มีสิ่งใดในโลกที่ดีพร้อม จนไม่มีที่ติค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ 15 Sep 2007 @ 00:06

รองเมือง


สวัสดีค่ะคุณรองเมือง

รู้สึกคุณรองเมือง จะเป็นคนแรกที่เข้ามาอ่าน และให้ความเห็นอย่างเด็กๆกว่าเพื่อนค่ะ

คุณรองเมืองบอกว่า.....ชอบดูปลาที่สยามโอเชี่ยน

เวริ์ล สยามพารากอน มาที่นี่แล้ว ผมมีอารมณ์เด็กๆอีกแล้ว

ดิฉันเคยเข้าไปดูครั้งหนึ่ง ค่าดู 400.00บาท แต่ก็สวยมากค่ะ สถานที่ใหญ่โต เด็กๆชอบกันใหญ่ เป็นการเที่ยวทั้งครอบครัว น่าสนุกมาก

ส่วนที่มาบุญครอง  มีร้านมากมายตั้งกว่า 2,500 ร้าน

ก็ไปกันได้ทั้งครอบครัวเช่นกัน เดินข้ามสะพานมาสยามสแควร์ สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคอพเวอรี่ และ สยามพารากอนได้

ร้านกล้องที่คุณรองเมืองบอก ดิฉันคิดว่า คงจะเป็นร้านเดียวกับที่เคยไปซื้อกล้อง เป็นที่ชุมนุมของพวกตากล้องมือโปรหลายคนค่ะ

shoppingกันสนุกสนาน เช่นกัน บริเวณนี้กว้างขวาง และเป็นสถานที่ยอดฮิตมานานเต็มทีแล้ว คงจะฮิตไปอีกนานค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ 15 Sep 2007 @ 00:14

Jim

สวัสดีค่ะคุณจิม

คุณไปเรียนต่างประเทศมา แต่ยังปลื้มเมืองไทยมาก ขอชื่นชมค่ะ เพราะเห็นเด็กๆ ไปเรียนต่างประเทศมาไม่เท่าไร ก็เห่อเขาเสียมากมาย

อย่าไปปลื้มคนอื่นมากมายกว่าประเทศเราเลย เขาจะดูถูกเอา ว่า ทำไมไม่รักบ้านเมืองของตัวเองเสียก่อน

ดิฉันก็ไปมาหลายประเทศ ชอบทุกประเทศค่ะ แต่ชอบบ้านเรามากกว่ามาก เราเป็นคนไทย เราเหมาะกับประเทศของเรามากที่สุดค่ะ

พี่ศศินันท์คะ

  • กรุงเทพเหมือนเป็นอีกบ้านที่ไปบ่อยมาก
  • เฉลี่ยเดือนละครั้ง (เดี๋ยวไม่ได้มรดก...ฮา)
  • แต่เดี๋ยวนี้อากาศค่อนข้างแย่  เพราะไปกลับมาทีไรจะปวดหัวและเพลียทุกครั้ง (อาจจะเพราะการเดินทางค่ะ)
  • TK park เป็นสถานที่อยากไปอีกแห่งหนึ่ง แต่ยังไม่เคยไปค่ะ  เซ็นทรัลเวิร์ลด้วย...เชยจัง
  • ไปคราวหน้าคงได้แวะไป  เพราะส่วนมากจะไปที่ทำงานมามี๊ที่จุฬาค่ะ
  • อยากไปนั่งรถรางรอบ ๆ เกาะ  คงต้องหาเวลาแล้วค่ะ
Sasinand
เขียนเมื่อ 15 Sep 2007 @ 08:38
P

สวัสดีค่ะ
ที่น้องสมพรปวดหัวและเพลีย เป็นเพราะการเดินทางค่ะ คงไม่ใช่เพราะอากาศกรุงเทพฯเท่าไรหรอกค่ะ
วันหลังลองไปที่Tk parkซีคะ หนังสือเยอะดี นั่งอ่านกันเพลิน ที่นี่ดีค่ะ
เปิดดูที่webนึง มีคนถามว่า จะพาลูก 4 ขวบมาเที่ยว 2 วัน ควรพาไปไหนดี มีคนตอบว่า ให้ไปที่สยามโอเชี่ยนเวริ์ล สยามพารากอน และTk Park
เป็นที่เด็กๆ จะมีโอกาสเรียนรู้ได้ดี ถ้ามีเวลา ก็ให้พาไปเขาดินด้วย ต้องพาเด็กๆไปที่แหล่งเรียนรู้ ซึ่งจริงๆมีมาก แต่บางที่ อาจหนักไปสำหรับเด็กค่ะ
Sasinand
เขียนเมื่อ 15 Sep 2007 @ 08:53

   กรุงเทพฯจะร้อนน้อยลงถ้าพวกเรา ประชาชนทุกคนช่วยกันคนละไม้ละมือ ให้มีการบริโภคพลังงานกันอย่างมีสติ   เพราะสาเหตุสำคัญเกิดจาก..........การใช้พลังงานเกินความจำเป็นของภาคประชาชน

กทม.รณรงค์ลดภาวะโลกร้อน ชวนปิดไฟ 15 นาที 9พค.

ว่ากทม.เตรียมลงนามปฎิญญากรุงเทพฯ รณรงค์แก้วิกฤติโลกร้อน ชวนคนกรุงปิดไฟ 15นาที 9พ.ค.ประสานหน่วยงานรัฐและเอกชนดับไฟประดับและไฟป้ายโฆษณา ถนนเยาวราช ราชดำเนิน สีลม เพชรบุรีตัดใหม่ และถนนข้าวสาร

เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2550 นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนในกรุงเทพฯ ว่า ที่ผ่านมา กทม. มีนโยบายประหยัดพลังงานและประหยัดไฟฟ้า โดยการเพิ่มสวนสาธารณะให้ครบ 50 เขต และเพิ่มพื้นที่สีเขียวปีละ 750 ไร่

แต่ปัจจุบันภาวะโลกร้อนเป็นวิกฤติโลก จึงอยากให้ประชาชนตื่นตัว เนื่องจากกทม.เป็นเมืองหลวงที่มีประชากรมากถึง 12 ล้านคน

ทำให้ในแต่ละปี กทม.จังหวัดเดียวปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ถึง 40% ของก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย 

โครงการ ชาว กทม. เลิกหลอดไส้ ใช้หลอดตะเกียบเบอร์ 5

 กทม. และ กฟผ. มีกำหนดเปลี่ยนหลอดไส้ใช้หลอดตะเกียบเบอร์ 5 ในตลาดสดของสังกัด กทม. จำนวน 14 แห่ง ให้แล้วเสร็จภายในสิงหาคม 2550 

 เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามปฎิญญากรุงเทพมหานครว่าด้วยความร่วมมือลดปัญหาภาวะโลกร้อน ที่ได้มีการลงนามเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นอกจากนี้ สำหรับภูมิภาคอื่น ๆ กฟผ. มีแผนจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวเลิกใช้หลอดไส้และหันมาใช้หลอดตะเกียบเบอร์ 5 ภายในเดือนกันยายน 2550 นี้

จากนี้ อีกไม่นาน คงมีการประกาศวัดผลกันค่ะ หลังจากโครงการนี้  การใช้พลังงาน ลดลงไปเท่าใด  คอยติดตามนะคะ

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 15 Sep 2007 @ 12:24
สวัสดีครับ.. ช่วงนี้ผมมีงานเข้ามาหลายอย่าง ... กอปรกับภาวะที่ขาดแรงบันดาลใจในหลายเรื่องของชีวิต จึงส่งผลกระทบต่อการเขียนบันทึกบ้าง ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไงระบบในบล็อกผมมีปัญหา แต่เป็นความโชคร้ายที่เกิดขึ้นกับคนไม่สันทัดระบบ , ตอนนี้เขียนอะไรก็จะกลายเป็นบรรทึกยาวเหยียด ไม่สามารถแยกออกมาเป็นทีละบรรทัดดังใจปรารถนาได้ .... นั่นคือปัญหาหนึ่งที่ผมกำลังประสบอยู่อย่างน่าทดท้อ
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 15 Sep 2007 @ 12:32
บันทึกที่แล้วของผมที่พร่ำบนอยู่ในหน้าต่างความคิดเห็นของพี่ศศินันท์ คือ สภาพการณ์ที่ผมประสบอยู่ในขณะนี้... ไม่สามารถแยกเป็นทีละบรรทัดได้เลย .... กรณีกรุงเทพฯ ...(๑) ดีใจที่ประเทศไทยมีกรุงเทพฯ เป็นหัวใจของคนทั้งชาติ และถึงแม้กรุงเทพฯ จะแปลกเปลี่ยวสำหรับผม แต่ผมก็รักกรุงเทพฯ เพราะกรุงเทพฯ เป็นสัญลักษณ์ของความเป็น "ชาติ" ... ผมเชื่อเหลือเกินว่า คนกรุงเทพหลายคน ตระหนักดีว่ากรุงเทพฯ แตกต่างไปจากอดีต ภาพความสุขเก่า ๆ ไม่สามารถหวนคืนกลับมายังเราได้ แต่ทุกคนก็มี "พื้นที่คุณภาพ" ของตนเองอย่างไม่ขาดเขิน สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในกรุงเทพได้อย่างมีความสุข สำหรับหนุ่มสาวจำนวนมากที่ก้าวพ้นออกจากมหาวิทยาลัย - กรุงเทพคือ "เมืองชีวิต" หรือ "ตลาดชีวิต" แรก ๆ ที่พวกเขาคำนึงถึงเป็นอันดับต้น ๆ ของการเริ่มต้นชีวิตในฐานะของมนุษย์งาน หรือมนุษย์เงินเดือน รวมถึงคนพลัดถิ่นจากชนบทอีกนับไม่ถ้วนก็เฝ้าฝันในการสร้างชีวิตที่กรุงเทพกันทั้งนั้น .... ผมเองก็เคยประสบ หรือตกอยู่ในห้วงเช่นนั้นเหมือนกัน ชีวิตหลังก้าวล่วงออกมาจากมหาวิทยาลัยก็มุ่งตรงไปแสวงหาความฝันที่กรุงเทพ แต่ก็ไม่สามารถหยัดยืนได้ยาวนานนัก เพราะค้นหาตัวเองได้เร็วว่า แท้ที่จริงความฝันและชีวิตของตนเองอยู่ที่ "อีสาน" แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมรักกรุงเทพน้อยลง .... ...
แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 15 Sep 2007 @ 12:40
กรณีกรุงเทพฯ (๒) : จตุจักร.. พื้นที่แห่งความรักของผม .. ผมเป็นคนชอบเดินทาง ทุกครั้งที่มากรุงเทพฯ ผมมีสถานที่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ผม "หลงรัก" และสามารถพาตนเองไปขลุกอยู่ได้เป็นวัน ๆ .. และนั่นก็คือ "จตุจักร" จตุจักรเป็นโลกแห่งหนังสือที่ผมรักและชื่นชอบ ผมสามารถใช้ชีวิตอยู่ในร้านหนังสือจตุจักรได้เป็นวัน ๆ โดยไม่รู้สึกเบื่อ ฝุ่นที่คลุ้ง วิถีการเดินที่แออัดไม่เคยเป็นปัยหาสำหรับผม ผมไม่ค่อยลื่นไหลเดินชมอย่างอื่นเลยในจตุจักร ... หนังสือคือสิ่งเดียวที่ผมปรารถนาที่จะเข้าไปรื้อค้นและเสาะหา คนภูมิภาคอย่างผม, เมื่อมากรุงเทพฯ ก็จำต้องตระเวนซื้อหนังสือให้ได้มากที่สุด เพราะแหล่งหนังสือที่ภูมิภาคมีไม่หลากหลายอย่างที่พบในจตุจักร โดยเฉพาะต้นทุนของการซื้อที่ไม่สามารถลดราคาได้เท่ากับที่กรุงเทพฯ ... รวมถึงความหลากหลายของหนังสือก็เป็นปัญหาที่คนภูมิภาคประสบอยู่ไม่น้อย และยิ่งเป็น "หนังสือเก่า" หายากก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง คนภูมิภาคขาดโอกาสเช่นนี้มาก ทุกครั้งที่มากรุงเทพฯ ...จตุจักรที่ "พื้นที่คุณภาพ" ที่ช่วยให้ "ชีวิต" ของผมในเมืองใหมญ่ไม่รู้สึกเคว้งคว้างจนเกินไป .... ขอบพระคุณครับ
Sasinand
เขียนเมื่อ 15 Sep 2007 @ 13:34
P
 แผ่นดิน
สวัสดีค่ะ

เห็นคุณพนัสเงียบไป เข้าไปดูที่บ้านก็เงียบๆ เลยนึกเป็นห่วงว่า ไปไหน เพราะสมาชิกคนอื่นๆเวลาไม่อยูหลายวัน เขาจะบอกนะ เช่น อาจารย์แป๋วไปต่างประเทศ /คุณ Conductorจะไปธุระ/   คุณกฤษณาจะไปอบรมที่กรุงเทพฯ /   คุณเอกจะไปเป็นผู้บรรยายในการสัมนา./อาจารย์กมลวัลย์จะไปบรรยายที่เชียงใหม่.....เป็นต้นค่ะ.......

เรียกว่า บอกเล่าเก้าสิบ กันให้รับรู้ จะได้ไม่แปลกใจไงคะ

และที่บอกว่า... กอปรกับภาวะที่ขาดแรงบันดาลใจในหลายเรื่องของชีวิต จึงส่งผลกระทบต่อการเขียนบันทึกบ้าง

อยากบอกคุณพนัสสั้นๆตรงนี้ว่า  ปัญหานั้น เป็นของชั่วคราว อย่าไปยึดติดกับมันเกินไป จนเป็นวัวพันหลัก

ปล่อยวางลงบ้าง แล้วค่อยๆแก้ปัญหาทีละเปลาะ บางอย่าง แก้ได้ บางอย่าง แก้ไม่ได้ ก็ต้องยอมรับ

อย่าไปมองปัญหาอะไร  ให้มันยิ่งใหญ่หนักหนาสาหัส นัก

แต่ถ้าเป็นปัญหา ทางด้านเทคนิค ทางทีมงานg2kน่าจะช่วยได้นะคะ

อ้าว!บอกว่า จะพูดสั้นๆ ทำไมยาวไปได้เนี่ย!!!!

Sasinand
เขียนเมื่อ 15 Sep 2007 @ 13:48

      คุณพนัส เป็นคนที่รู้จักตัวเอง และค้นพบตัวเองเจอ รู้ว่า แท้จริงแล้ว  ที่ๆเหมาะสมกับเราที่สุดอยู่ตรงไหนค่ะ

พี่เคยเห็นคนบางคน แสวงหาวิถีเหมาะสมสำหรับตัวเองอยู่อย่างนั้น ไม่เจอสักที  เป็นเพราะ เขาไม่รู้จักและไม่เข้าใจตัวเองค่ะ

แต่ทั้งนี้ ยังต้องมีองค์ประกอบอื่นๆด้วย ชีวิต ไม่ง่ายนักค่ะ เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก สิ่งที่เราอยากได้ คนอื่นก็ต้องอยากได้ด้วย ทีนี้ ถ้ามันมีน้อย เราจะได้มันมาด้วย วิธีไหน โดยถูกต้อง ไม่คดโกง  ตรงนี้ เป็นโจทย์ ให้นำไปคิด

และจะอยู่ที่ไหนก็ตาม สำคัญว่า เราต้องอยู่กับคนที่เรารัก และรักเรา จึงจะมีความสุขมากที่สุดค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ 15 Sep 2007 @ 14:15

คุ

P

คุณพนัสคะ

กรุงเทพฯเป็นของคนไทยทุกคนค่ะ 

พี่ชอบที่คุณพนัสกล่าวว่า......

เพราะกรุงเทพฯ เป็นสัญลักษณ์ของความเป็น "ชาติ" ............ตระหนักดีว่ากรุงเทพฯ แตกต่างไปจากอดีต ภาพความสุขเก่า ๆ ไม่สามารถหวนคืนกลับมายังเราได้ แต่ทุกคนก็มี "พื้นที่คุณภาพ" ของตนเองอย่างไม่ขาดเขิน สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในกรุงเทพได้อย่างมีความสุข

จตุจักร.. คือพื้นที่แห่งความรักของผม

และจตุจักร คือพื้นที่ ของใครๆอีกมากมายด้วยค่ะ

พี่จำได้ พี่เขย ชอบของเก่าลายครามมาก อุตส่าห์ รีบตื่นแต่เช้ามาก ตรงไปจตุจักร ไปดูของเก่า กลัวคนอื่นมาแย่งซื้อ ของที่เขาชอบใจ เอามาสะสมไว้ ทีละชิ้น 2 ชิ้น

ลูกสาวเขา เรียนเศรษฐศาสตร์ที่จุฬา ก็ไปเปิดร้านขายเสื้อผ้า เสาร์-อาทิตย์ เพื่อฝึกงานให้ตัวเอง เป็นภาคสนามอยู่ 1 ปี ขายได้กำไรงาม ตอนจบปี 4 ได้เกียรติ์นิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง  ตอนสอบเข้าก็ได้ที่ 1 เป็นคนเชิญพระเกี้ยวด้วย

ที่เล่านี่ จะแสดงให้เห็นว่า จตุจักรเป็นอะไรได้หลายๆอย่าง แม้แต่ เป็นที่ฝึกงานภาคสนาม ของเด็กนักศึกษาค่ะ มุมนี้ อาจไม่ค่อยมีใคร นึกถึงนะคะ แต่พวกนักศึกษา ชอบมาฝึกฝีมือที่นี่ค่ะ

ถ้ามีเวลา อยากให้ไป Tk park อ่านฟรีค่ะ พี่ยังไปเป็นสมาชิกเลย เย็นสบายค่ะ เอาลูกไปด้วยนะ เขามีที่ให้เด็กด้วย หนังสือเยอะแยะ

พี่จะเอาหลานอายุ1 ขวบ 2 เดือนไปซ้อมเข้าห้องสมุดเด็ก มีการ์ตูนแยะ มีกิจกรรมเด็กๆด้วยนะ ขออย่างเดียว ห้ามร้องไห้งอแง

 เราต้องพยายามให้เด็กๆคุ้นเคยกับการเรียนรู้ให้มากๆ ทั้ง เรียนในการเล่น   เรียนจริงๆ  และเรียนจากสิ่งแวดล้อม  เด็กๆรุ่นต่อไป ต้องดีกว่าเรา ไม่งั้น ชาติจะเจริญได้อย่างงไร

ประจิต
IP: xxx.121.191.43
เขียนเมื่อ 15 Sep 2007 @ 15:09

สวัสดีค่ะ

เร็วๆนี้   นั่งเรือเที่ยวตามลำน้ำเจ้าพระยา  ไปจนถึงอยุธยา ขากลับผ่านหน้าบ้าน และโรงแรมต่างๆ ริมแม่น้ำ ยามเย็นสวยมากๆ ไมได้ติดกล้องไป เสียดายจัง  ผ่านวังจักรพงษ์ด้วย กรุงเทพฯริมน้ำ อยากบอกว่า ประทับใจมากค่ะ

ครูวุฒิ
เขียนเมื่อ 15 Sep 2007 @ 21:06

ปัญหานั้น เป็นของชั่วคราว อย่าไปยึดติดกับมันเกินไป จนเป็นวัวพันหลัก

  • ขอบคุณคุณพี่ศศินันท์เป็นอย่างสูงครับ  ที่ลิขิตถ้อยวลีนี้ออกมา  แม้จะบอกกล่าวไปถึงน้องแผ่นดินเป็นสำคัญ  แต่ผมก็จะแอบๆเอาไปใช้บ้าง  ไม่ว่ากันนะครับ  ไม่น่าเชื่อนะครับ มันคล้ายๆหญ้าปากคอก  ถ้าไม่มีใครบอกกล่าวบ้าง  เราก็ไม่รู้จะจัดการกับมันยังไงดีเหมือนกัน
  • ขอบคุณมาก  สวัสดีครับ
นายกรเพชร
เขียนเมื่อ 16 Sep 2007 @ 11:26

คุณsasinandaครับ

           ขอชื่นชมกรุงเทพฯ แม้จะอยู่เชียงใหม่ แต่ผมก็ก็เติบใหญ่กล้าแกร่งที่กรุงเทพฯ  วันนี้ เราภาคภูมิใจกับเมืองแห่งประวัติศาสตร์ ๒๒๕ ปี  เก่าแก่กว่าหลายประเทศในโลก  เมืองฟ้าอมรแห่งเทพผู้สร้าง สวยงามเสมอในจิตใจเราทุกคนครับ

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 16 Sep 2007 @ 11:43
พี่ศศินันท์ครับ... กรณีกรุงเทพ (๓) ... อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ..เป็นอีกพื้นที่ที่ผมหลงรักและชอบไปใช้ชีวิตเตร่อยู่แถวนั้นเป็นเวลาอันแสนนาน .. ผมชอบดูนิสิตนักศึกษายืนตามสะพานลอยขอรับบริจาคเงินออกค่าย ... อิจฉามหาวิทยาลัยในตัวเมืองที่มีวิธีการขอรับงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมได้อย่างหลากหลาย ผิดกับมหาวิทยาลัยภูมิภาคที่ต้องดิ้นรนอย่างหนักหนา /// ... ผมชอบขึ้นไปยืนบนสะพานลอย แล้วทอดสายตาไปยังอนุสาวรียฯ .. มองดูรูปปั้นและรถยนต์จำนวนมากวิ่งตามเลนถนนเป็นเส้นสาย ... /// ..และที่นี่ก็ยังมีร้านหนังสือตามริมทางเท้าอยู่หลายร้านที่ช่วยให้ผมได้ท่องเล่นในโลกหนังสืออย่างมีความสุข /// สำหรับผมแล้ว อนุสาวรีย์ฯ เป็นเสมือน "ชุมทางชีวิต" ของหลาย ๆ ชีวิตที่ต้องมาเริ่มต้นพักชีวิตและต่อชีวิตไปสู่เส้นทางสายต่าง ๆ ..../// ... ผมชอบมาเดินเล่นแถวนี้ในยามต้นค่ำ ..แสงไฟส่องสลัว ...ผู้คนสัญจรออกจากที่ทำงานมาร่วมเฮฮาและกรีดกรายตามวิถีฝัน ... /// ... และผมก็รักกรุงเทพฯ อย่างไม่รู้จบ - รักกรุงเทพฯ ครับ -
Sasinand
เขียนเมื่อ 16 Sep 2007 @ 18:07
P

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณค่ะที่มาเยี่ยมอีกทีค่ะ ที่ว่า......

ปัญหานั้น เป็นของชั่วคราว อย่าไปยึดติดกับมันเกินไป จนเป็นวัวพันหลัก

ตามความเห็นของดิฉัน.....คิดว่าเป็นสัจธรรมอย่างหนึ่งค่ะ ถ้าเราไปยึดติดกับมันมาก ก็จะแก้ปัญหายาก ต้องถอยออกมาหน่อย จึงจะมองปัญหาได้ชัดเจน

ถ้าไม่คร่ำเคร่งกับมันมาก จะเห็นว่า คืนเดือนมืด เราก็ยังเห็นดวงดาววิบวับนะคะ

ครูวุฒิ เป็นคนเอาจริงเอาจังกับงานการมากค่ะ  แม้เราจะทำดีที่สุด บางอย่างก็พ้นวิสัยเราที่จะทำได้  ถ้าดีที่สุดแล้ว ได้แค่ไหน ก็ต้องพอใจค่ะ พอเวลาผ่านไปอีกสักระยะ บางที  เราอาจพอเห็นแสงสว่างบ้างแล้วค่ะ  เมื่อระบบเก่าไม่work ทีนี้ ก็เป็นโอกาสของเราแล้วค่ะ

โชคดีนะคะ 

ครูวุฒิ
เขียนเมื่อ 16 Sep 2007 @ 20:33
  • ขอบพระคุณคุณพี่มากครับ  ที่ชี้ทางสว่างให้
  • ที่จริงพยายามปล่อยวางพอสมควรมาตลอด แต่เมื่อเห็นการเอาเปรียบ  เห็นเด็กสูญเสียโอกาส ทำให้ชีวิตเขาแย่ลงอย่างที่ไม่ควรแย่  โดยเฉพาะในส่วนที่เกิดจากน้ำมือของผู้ใหญ่ที่ไร้สามัญสำนึก ก็ทำใจยากเหมือนกันครับ
  • ก็อดร่ายยาวไม่ได้เหมือนเดิมนะครับคุณพี่
  • สวัสดีครับ
Sasinand
เขียนเมื่อ 16 Sep 2007 @ 22:50

ประจิต

 สวัสดีค่ะ คุณประจิตเล่าว่า  ....นั่งเรือเที่ยวตามลำน้ำเจ้าพระยา   ริมแม่น้ำ ยามเย็นสวยมากๆ ไม่ได้ติดกล้องไป เสียดายจัง  ผ่านวังจักรพงษ์ด้วย ... 

ค่ะ....วังจักรพงษ์ หรือ วังท่าเตียน ตั้งอยู่ที่ถนนมหาราช เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ติดกับโรงเรียนราชินี เคยเป็นตำหนักส่วนพระองค์ของพระเจ้าวรวงศ์พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ต่อมาตกเป็นของทายาทคือ หม่อมราชวงศ์นริศรา จักรพงษ์ ปัจจุบันวังจักรพงษ์เป็นที่ตั้งของสำนักพิมพ์ริเวอร์บุ๊ค จักรพงษ์วิลล่าและมูลนิธิโลกสีเขียว

 วังนี้ตั้งอยู่ในจุดที่มีวิวสวยที่สุดในกรุงเทพฯอีกทั้งประวัติศาสตร์ความเป็นมาของวังก็น่าสนใจ ท่านเจ้าของ  จึงตัดสินใจเปิดวังให้เป็นบูติกโฮเต็ลเล็ก ๆ โดยใช้ชื่อว่า จักรพงษ์ วิลล่า ซึ่งสวยงามทั้งด้านสถาปัตยกรรมการออกแบบสไตล์อตาเลียนวิลล่า และการจัดสวน ที่นี่ เปรียบเหมือนเป็นsecret garden  ของกรุงเทพฯค่ะ 
Little Jazz
เขียนเมื่อ 17 Sep 2007 @ 00:16
จิม ทอมป์สันนี่เป็นจารชนตัวเอ้ทีเดียวนะคะ เคยอ่านหนังสือกับดูอัตถชีวประวัติเขา แต่ก็มีคุณเรื่องทำให้ผ้าไหมไทยโด่งดัง แถวบ้านจิมฯ เป็นชุมชนชาวมอญ (บ้านครัว) ยังมีวิถีชีวิตสไตล์ชาวมอญหลงเหลือให้ดูอยู่บ้าง หนูเคยไปอุดหนุนร้านตรงทางเข้าสุรวงศ์ค่ะ มีช็อปอยู่ ไปซื้อของฝากเพื่อนบ้าง หรือไม่ก็ซื้อให้แม่ใช้ อีกเจ้าที่ไปอุดหนุนก็คือชินวัตรไหมไทยค่ะ ร้านอยู่แถวสุขุมวิท
Sasinand
เขียนเมื่อ 17 Sep 2007 @ 00:37

สวัสดีค่ะคุณพนัส

P
 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ..เป็นอีกพื้นที่ที่ผมหลงรัก... ผมชอบมาเดินเล่นแถวนี้ในยามต้นค่ำ ..แสงไฟส่องสลัว ...ผู้คนสัญจรออกจากที่ทำงานมาร่วมเฮฮาและกรีดกรายตามวิถีฝัน

ที่นี่ เป็นชุมทางของรถโดยสารทุกชนิด โดยรอบเป็นวงเวียน อยู่กึ่งกลางระหว่างถนนพหลโยธิน ถนนราชวิถีและถนนพญาไท ตั้งอยู่ที่ กิโลเมตรที่ 0.0 พหลโยธิน

นอกจากนี้  ความสำคัญของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ยังเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญและเป็นที่จารึกรายนามทหารที่เสียชีวิตในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส สงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเกาหลีด้วย 

 มีผู้คนคลาคล่ำมากมายเต็มไปหมดตลอด 24 ช.ม. มีชีวิตชีวามากค่ะ

พี่เคยอยู่แถวพญาไทมาก่อน เดินมาที่อนุสาวรีย์ที่นี่บ่อยค่ะ ชอบเดินมาตอนเย็นๆ เป็นการออกกำลังไปในตัว และแวะทานอาหารอีสาณที่ซอยรางน้ำ

ตอนนี้ ขายบ้านนั้นไปแล้ว ให้กับคุณหมอที่ร.พ ราชวิถี ท่านก็เดินจากบ้านมาทำงานเหมือนกัน มีทางเท้าร่มๆ เดินได้สะดวก สบายค่ะ

และทุกวันเสาร์ อาทิตย์ จะมีตลาดนัดที่ใกล้ร.พ.พระมงกุฏฯ มีของขายราคาถูก ชอบเดินซื้อตอนเช้าๆ สนุกดี

แต่ไม่ดีตรง ถนนหน้าร.ร.สันติราษฎรฯ ตอนกลางคืน ชอบมีรถมอเตอร์ไซดิ์มาซิ่งแข่งกัน หนวกหูมากค่ะ ตอนนี้ถูกกวาดล้างไปแล้ว

ตอนเช้าๆ ไม่ต้องมีนาฬิกาปลุกหรอก มีเสียงกลอง เสียงซ้อมดนตรีของนักเรียนปลุกทุกวันค่ะ

ใครว่า ในกรุงรถติดมาก แถวพญาไท วันหยุด รถไม่มาก ยิ่งช่วงเทศกาล ขับรถสบายค่ะ

ก็เป็นชีวิตอีกแบบค่ะ หลากหลายดี

 

 

Sasinand
เขียนเมื่อ 17 Sep 2007 @ 00:56
P
สวัสดีค่ะน้องซูซาน

ยิ่งคุยกันบ่อยๆ ยิ่งรู้ว่า น้องเป็นคนอ่านหนังสือมาก เป็นคนรอบรู้ทีเดียวค่ะ

พี่ชอบค่ะ คนที่ชอบอ่าน ชอบหาความรู้แบบนี้ อย่างนี้หลานสบายค่ะ โชคดีมากมีตัวอย่างดีๆอยู่ที่บ้านให้ดู ให้เป็นต้นแบบอย่างนี้

เด็กๆนี่ อยู่ที่คนที่เป็นต้นแบบจริงๆค่ะ

ที่น้องบอกว่า......จิม ทอมป์สันนี่เป็นจารชนตัวเอ้ทีเดียวนะคะ เคยอ่านหนังสือกับดูอัตถชีวประวัติเขา แต่ก็มีคุณเรื่องทำให้ผ้าไหมไทยโด่งดัง

พี่ก็พอทราบค่ะ แต่ไม่มาก คุณพ่อพี่เล่าให้ฟัง

แต่เราก็เห็นส่วนดีเขาที่ นำเอาผ้าไหมไทยของเรา ที่ครั้งหนึ่ง เกือบถูกลืม ให้ไปดังทั่วโลกได้

พี่ชอบใส่ผ้าไหม สวยดี ใส่ได้หลายโอกาส แล้วแต่แบบ ตอนนี้ ผ้าไหมเรา ก็คุณภาพดีขึ้นมากนะคะ

ผ้าไหมไทย เป็นภูมิปัญญาไทยจริงๆค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ 17 Sep 2007 @ 16:04

สวัสดีค่ะอาจารย์คะ

P
หลายๆคนมากที่เติบโตและเรียนหนังสือที่กรุงทพฯ แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป   ก็ทำให้ต้องแยกย้าย ไปทำงาน หรือ ลงหลักปักฐานยังจังหวัดต่างๆ

 

แต่ทุกคนก็ยังไปๆมาๆ  กลับมาเยี่ยมเยือนกรุงเทพฯอยู่บ่อยๆเช่นเคยค่ะ

มีอีกที่หนึ่งที่ดิฉันเคยไปเยี่ยมชมคือ พิพิธภัณฑ์บ้าน จิม ทอมป์สันที่ริมคลองแสนแสบค่ะ

จิม ทอมสัน เริ่มเข้าสู่วงการผ้าไหมในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 และทำให้ผ้าไหมไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จนได้รับฉายาว่า “ราชาไหมไทย”

ดิฉันชอบผ้าไหมของจิม ทอมสัน ไปซื้อ มาตัดชุดบ่อยๆค่ะ เป็นผ้าไหมคุณภาพดีจริงๆ มีรูปพิพิธภัณฑ์มาฝากค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ 17 Sep 2007 @ 17:06

สวัสดีค่ะครูวุฒิ

P

เข้าใจในความอึดอัดของครูค่ะ แต่บางอย่างอาจต้องใจเย็นสักหน่อยค่ะ เพราะเรื่องระบบการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ของชาติค่ะ

อยากคลายเครียด พาครูวุมิไปเดินเล่น ที่สวนลุมค่ะ ดิฉันไปบ่อยมาก สมัย บ้านอยู่ที่แถวพญาไท แต่ตอนนี้ ไม่ค่อยได้ไป ไปที่สวนเบญจกิติแทน เพราะอยู่ใกล้บ้าน แถวอโศก

แต่เดิมเรียกว่า “ทุ่งศาลาแดง” เป็นที่ดินส่วนพระองค์ของรัชกาลที่ 6 ทรงพระราชทานให้เป็นสมบัติของชาติเมื่อปี 2468 สำรับเป็นสถานที่จัดงานแสดงสินค้าและผลิตผลด้านอุตสาหกรรมเรียกว่า “งานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์” เพื่อเผยแพร่สินค้าไทยต่อประชาชนทั่วไปและชาวต่างประเทศ

และเมื่อสิ้นสุดงานแสดงสินค้าทรงมีพระราชประสงค์ให้จัดทำเป็นสวนสาธารณะ ทรงพระราชทานนามสวนว่า “ลุมพินี” อันเป็นนามทีได้มาจากสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า

 ทีนี่ มีเกาะลอยด้วย  รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้นำพันธุ์ไม้พื้นเมืองจากภาคต่างๆ มาปลูกไว้เพื่อการศึกษาของประชาชน

พระบรมราชานุสรณ์รัชกาลที่ 6 ประดิษฐานที่ด้านหน้าสวน คณะนักเรียนเก่าวชิราวุธจัดสร้างขึ้นโดยได้รับเงินสมทบจากรัฐบาลสมัยจอมพล ป. และประชาชนที่เข้าร่วมบริจาค

หอนาฬิกา เป็นแบบเก๋งจีน สร้างในปี 2468 เมื่อครั้งเตรียมงานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์
ห้องสมุดประชาชนฯ กทม. สวนลุมพินี เป็นห้องสมุดประชาชนแห่งแรกของไทยมีหนังสือกว่า 70,000 เล่มให้บริการ พร้อมทั้งเปิดบริการตอบคำถามและช่วยค้นคว้าโสตทัศนศึกษา มุมวีดีทัศน์จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านบรรณานิทัศน์ ฯลฯ

ข้อมูล จาก bangkoktourist.com

ดนัย
IP: xxx.121.187.36
เขียนเมื่อ 17 Sep 2007 @ 21:51

สวัสดีครับ

ผมไม่ได้ป็นสมาชิก พอดีผ่านมาอ่าน

น่าอ่าน สบายๆครับ ผมอยู่แถวบางรัก

ที่โรงแรมโอเรียลเตลก็เก่าแก่มาก เหมือนๆกับโบสถ์อัสสัมชัญที่อยู่ติดกันเลย ผมว่าเป็นหน้า เป็นตาของ

กรุงเทพฯด้วยนะครับ

Sasinand
เขียนเมื่อ 18 Sep 2007 @ 00:20

สวัสดีค่ะคุณดนัย

จริงอย่างที่คุณดนัยบอกว่าที่บางรักและเจริญกรุงเป็นย่านเก่าแก่มากย่านหนึ่ง สมัยก่อน

ถนนเจริญกรุง สร้างขึ้นเมื่อสมัยร.4  ต่อมามีรถรางวิ่งในบางช่วงของถนนด้วยค่ะ

บางรักเคยคึกคักมาก มีร้านอาหารอร่อยๆอยู่หลายร้าน เช่น ขาหมูตรอกซุง บะหมี่ร้านประจักษ์เป็นต้น แต่ก่อนดิฉันไปแถวนี้ บ่อยมาก เพราะคุณพ่อมีofficeอยู่แถวนี้ค่ะ

ต่อมา ก็ไปน้อยลงๆ จนนานๆไปที จะมีที่ไม่นานมานี้ มีธุระ ลูกชายแต่งงานที่โรงแรมในละแวกนี้ เลยไปเตรียมจัดงานบ่อยหน่อย

ดิฉันนำรูปโรงแรมโอเรียลเต็ล ที่ห้อง Author's Residence  และรูปโบสถ์อัสสัมชัญ มาฝาก ทั้งสองแห่งนี้เป็นตึกเก่าแก่มากและสวยงามมากเช่นกันค่ะ

อาสนวิหารอัสสัมชัญ หรือ โบสถ์อัสสัมชัญ เป็นโบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 200 ปี สร้างโดยบาทหลวงปาสกัล ซึ่งเป็นชาวไทย-โปรตุเกส โบสถ์หลังปัจจุบันนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2452 เพื่อรองรับการขยายตัวของคริสต์ศาสนิกชนที่มีเพิ่มมากขึ้น โดยมีสถาปนิกชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง วัสดุที่ใช้สร้างเช่นหินอ่อนและกระจกสีนั้นก็สั่งมาจากประเทศฝรั่งเศสและอิตาลี

ส่วนโรงแรมโอเรียลเต็ล ทุกโพลสำรวจต้องมีชื่อโรงแรมนี้ ในฐานะโรงแรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งค่ะ

 

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 18 Sep 2007 @ 13:08
  • ตามมาขอบคุณครับผม
  • ได้ข้อมูลกรุงเทพฯเกือบครบทุกประเด็นเลยครับ
  • ขอบคุณครับ
  • สวัสดีค่ะ
  • สบายดีนะค่ะ
  • วันนี้ได้รู้จักกรุงเทพ ฯ เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
  • ขอบคุณนะค่ะที่นำเสนอ
Little Jazz
เขียนเมื่อ 18 Sep 2007 @ 18:21
เคยไปค้างคืนที่โอเรียลเต็ลด้วยค่ะ เป็นบุญๆ จัดงานใหญ่ที่นั่นเขาเลยแถมให้ห้องนึง ไม่ต้องกลับบ้านนอนพักที่นั่นได้เลย 555 ถือโอกาสนอนซะเลย หรูมาก อาหารก็อร่อยเริ่ด ชอบจริงๆ

นอกจากที่นี่แล้วมีร้านอีกที่นึง ถ้าไม่มีเจ้ามือเลี้ยงไม่ไปกินเด็ดขาด 555 ภัตตาคาร Blue Elephant ตึกหอการค้าไทยจีนเก่า ที่เป็นอาคารอนุรักษ์ ด้านหลังก็คือตึก Thai CC ตั้งอยู่ตรงเกือบสุดถนนสาธร ฝั่งเดียวกับเซนต์หลุยส์ค่ะ เช็คบิลมาที โอ้แม่เจ้า สี่คน 25,000 บาท (มีไวน์ด้วยเลยแพง) ใครอยากลองสัมผัสบรรยากาศดูสักครั้งก็ไปทดลองได้ค่ะ แต่อาจจะกระเป๋าแหว่งเล็กๆ
ครูวุฒิ
เขียนเมื่อ 18 Sep 2007 @ 21:53

สวัสดีครับคุณพี่ศศินันท์ที่นับถือ

  • ผมพยายามโพสต์มา 2  ครั้งแล้ว  แต่ล่มครับ
  • ขอบคุณคุณพี่มากครับที่กรุณาผม  อุตสาห์พาไปเที่ยวกรุงเทพฯเท่าที่ผมอยากไปเลย 
  • เสียดายที่ผมพาเด็กๆที่โรงเรียนไปด้วยไม่ได้  เพราะโรงเรียนบ้านโคกเพชรตกสำรวจระบบทัวร์อินเตอร์เน็ตของ สพฐ.  เลยได้แค๋โหนปิ๊กอั๊พบุโรทั่งของ ผอ.เข้ามาชมโลกกว้างได้แบบกลางๆครึ่งๆ (เพราะค่ำเสียก่อน ต้องรีบกลับบ้าน)  เลยก้าวไกลอะไรมากไปกว่านั้นไม่ได้  ทั้งๆที่เด็กเขามีพลังมากมายที่จะไปได้ไกลแสนไกลเท่าที่ใจมุ่งหวัง
  • หวังว่าคราวนี้คงโพสต์สำเร็จนะครับ (ก๊อปปีเผื่อไว้แล้วครับ)
  • สวัสดีครับ
Sasinand
เขียนเมื่อ 18 Sep 2007 @ 22:56

สวัสดีค่ะ

P

น้องเปลี่ยนชื่อ เป็น อ้อยควั้นแล้ว  เพิ่งทราบค่ะ ชื่อน่ารักดีค่ะ

อยากนำภาพสวนของ The Author's Residence ของโรงแรมโอเรียลเต็ลมาให้ดูค่ะ เขาแต่งได้สวยงาม สดชื่น น่าเดินเล่นมากค่ะ อยู่ติดแม่น้ำ มีลมเย็นตลอดเลย วิวก็ดีมาก

ตึกนี้เป็นตึกเก่า งดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบอิตาเลียนในยุคโคโลเนียล เป็นมุมที่สวยที่สุดของโรงแรมค่ะ เคยเป็นที่ต้อนรับบุคคลสำคัญระดับโลกมาแล้ว เช่น มงกุฎราชกุมารนิโคลัส ซึ่งคือ ซาร์แห่งรัสเซีย ในกาลต่อมา นักธุรกิจ นักเขียนระดับโลก จึงเป็นที่มาของชื่อ..Author's Residence ค่ะ

 

Sasinand
เขียนเมื่อ 19 Sep 2007 @ 00:28
ข้อมูล ชองกรุงเทพฯที่เก่าๆ น้องช่วยแนะนำอยู่ตลอด ขอบคุณค่ะ 

 

 เผื่อใครจะไป จะได้เลือกก่อนได้ เพราะคัดเอาเฉพาะที่ไปแล้ว และว่า ดี คุ้มที่จะไปเที่ยว 

ที่ร้านอาหาร  Blue Elephant ทำเลดีและตึกสวยแบบเก่าๆ เป็นตึกอนุรักษ์ สวยค่ะ ผ่านไป เราไม่เข้าไปก็ได้  ดูตึกเก่าๆสวยๆ ที่เขายังอนุรักษ์ไว้ ข้างนอกได้ค่ะ

 ตึกหอการค้าหลังเก่านี้  ที่เดี๋ยวนี้ เป็นห้องอาหารหรูนี้  สร้างขึ้น ในปีพ.ศ.2473 วันที่ 14มกราคม หอการค้าไทย-จีนได้ย้ายที่ทำการจากจักรวัตร มาอยู่ที่ถนนสาทร โดยมีพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 7พร้อมด้วย พระนางเจ้า รำไพพรรณีเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดตึกใหม่เดี๋ยวนี้ หอการค้าไทย-จีน สร้างใหม่อีกหลัง 

เป็นอาคาร ไทยซีซีทาวเวอร์  ตั้งสง่าอยู่หลังบ้านหอการค้า ไทย-จีน ตอนนี้บ้านหอการค้าไทย-จีนได้เปลี่ยนเป็น ห้องอาหาร ไทยจีนไปแล้ว แต่เป็นห้องอาหารที่สวยงามคลาสสิกมาก 

Little Jazz
เขียนเมื่อ 19 Sep 2007 @ 00:42
แต่ก่อนบนตึกไทยซีซี ชั้น 9 มีภัตตาคารกวางตุ้งอยู่ชื่อ "Fat Choy Hall" อาหารอร่อยมากโดยเฉพาะกุ้งแก้ว รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้เลิกไปแล้วกลายเป็น Convention Hall รับจัดงานเลี้ยงแทน เคยไปกินบ่อยเมื่อสักสิบปีที่แล้ว น่าเสียดายที่เลิกไป ภัตตาคารจีนอร่อยๆ ยังมีอีกเยอะ "Great Shanghai" ตรงข้างๆ เอ็มโพเรี่ยมนี่ก็ร้านโปรดของครอบครัว เป็ดปักกิ่งรสเด็ด และแมงกะพรุนผัดน้ำมันงา ฯลฯ

555 เล่าๆ ไปสงสัยพี่ศศินันท์ต้องเปิดบันทึกชวนชิมกรุงเทพฯ เพิ่มซะแล้ว เดี๋ยวจากหัวข้อแหล่งท่องเที่ยวจะกลายพันธุ์เป็นแหล่งของกินแทน
Sasinand
เขียนเมื่อ 19 Sep 2007 @ 00:45

สวัสดีค่ะ

P

ดีใจที่เข้ามาเยี่ยมค่ะ

 และให้ข้อคิดเห็นเรื่องการศึกษาและเด็กๆไว้มาก เด็กๆทราบคงดีใจที่ พวกเขามีครูวุฒิที่ใจดี และห่วงใยพวกเขามากถึงเพียงนี้ค่ะ

วันนี้ ขอฝากดอกไม้ที่บ้านให้พวกเด็กๆก่อนนะคะ พรุ่งนี้ จะนำรูปสวยๆมาให้ชมอีกค่ะ

ครูวุฒิ
เขียนเมื่อ 19 Sep 2007 @ 07:51
  • ขอบพระคุณคุณพี่มากๆครับ สำหรับกล้วยไม้ช่องาม  ถูกใจจริงๆครับ (คงได้ภาพหน้าจอสวยๆแน่ละครับคราวนี้)
  • ชอบถ่ายภาพดอกไม้เหมือนกันครับ  แต่ถ่ายได้ไม่สวยเท่าที่ใจหวังสักที  ที่โรงเรียนพาเด็กปลูกดอกไม้ค่อนข้างเยอะ  เลยฝากภาพดอกบัวจากอ่างบัวน้อยๆของโรงเรียนมาแลกเปลี่ยนครับ

Dsc00112 

          เจตนาก็อยากนำพาให้เด็กเขาเป็นบัวเหล่าที่พ้นน้ำแบบนี้ทุกคนครับ

  • สวัสดีครับ
Sasinand
เขียนเมื่อ 19 Sep 2007 @ 09:34

สวัสดีค่ะ

 

คุณขจิตไปเยี่ยมคุณแม่มาแล้ว ดีค่ะ อย่างนี่คุณแม่ชื่นใจมากที่สุดค่ะ

ลูกทำอะไรให้พ่อแม่ ไม่ว่าอะไร พ่อแม่ก็ชื่นใจค่ะ

วันนี้ ไปตรวจร่างกายมาเพื่อทำประกันสุขภาพเพิ่ม ลูกคะยั้นคะยอให้ทำเพิ่ม  เขาจัดการให้เสร็จ  เป็นกลุ่ม 10 โรคร้ายแรง จริงๆมีประกันสุขภาพอยู่แล้ว 2 ประเภท   แต่ลูก  จะทำเพิ่มให้อีก ก็ไม่อยากขัดใจค่ะ  

พอตรวจเสร็จ ไปทานอาหารที่ Central World มองไปเห็น วัดปทุมวนาราม เขียวขจีมากๆ ท่ามกลางศูนย์การค้า 4-5 ศูนย์รายล้อม สวยงามมาก เป็นเหมือนปอดกรุงเทพฯอีกที่หนึ่งค่ะ เลยนำภาพมาฝาก

พี่ไปวัดนี้ เดือนละ2-3 ครั้งตั้งแต่ตอนเด็กๆ  จนบัดนี้ ก็ยังไป แต่เหลือแค่ 2-3 เดือน/ครั้ง  เพราะเราสร้าง เจดีย์เล็กๆ ไว้เก็บกระดูกบรรพบุรุษที่นี่ค่ะ มีหลวงน้า จำพรรษาอยู่ที่นี่ด้วย มีต้นไม้โบราณๆ ต้นใหญ่ๆมากมาย ที่ชอบที่สุดคือ ต้นจันทร์กะพ้อ ดอกหอมมาก

พระอุโบสถมีบานประตูและหน้าต่างที่ประดับลายปูนปั้นเป็นรูปชาวนากำลังไถนา ตกปลา มีสระบัวแวดล้อม อันเป็นสภาพชีวิตคนในพื้นที่บริเวณที่สร้างวัดครั้งกระนั้น

แสดงว่า แถวสยามสแควร์ แต่ก่อน เป็นทุ่งนานะคะ

ในปี พ.ศ. ๒๔๖๘ สมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมขึ้น ต่อมาๆ ได้บรรจุพระบรมสรีรังคารสมเด็จพระมหิตลาธิเบศอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกไว้ในมุขของโรงเรียนพระปริยัติธรรมแห่งนี้ค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ 19 Sep 2007 @ 10:28

สวัสดีค่ะครูวุฒิคะ

 เมื่อวานไปธุระ  และแวะที่TK park มา

 เห็นมีครูอาจารย์พาลูกศิษย์มาชมห้องสมุดกันหลายรายนะคะ ดูท่าทางเด็กๆชอบมาก

ถ้ามีโอกาส น่าจะพาเด็กๆกลุ่มย่อยๆมาเที่ยว สถานที่ๆสำคัญและมีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของพวกเขาบ้าง

วางแผนกันก่อนว่า จะไปที่ใดบ้าง เพราะการจราจรคับคั่งมาก จะเป็นเหตุให้ เสียเวลามากค่ะ โอกาสตอไป ก็มาได้อีก

วันนี้ นำเรื่องพิพิธภัณฑ์ สถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี มาเสนอว่า ควรหาโอกาสพาเด็กๆไปชมค่ะ

 

Little Jazz
เขียนเมื่อ 19 Sep 2007 @ 11:28
พิพิธภัณฑ์ศิลป์ พีระศรี นี่น่าเป็นห่วงนะคะ พอดีน้องชายเรียนที่ศิลปากร เขาบอกว่าไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าเลย แถมไม่มีกล้องวงจรปิดอีกต่างหาก มีแต่คนมาเปิดแล้วก็ปิด ของทุกชิ้นก็โชว์โดยไม่ได้ครอบแก้วไว้ ถ้าใครซุ่มซ่ามทำเสียหาย หรือนิสัยไม่ดีจิ๊กกลับบ้านนี่ก็ไม่มีใครรู้เลยล่ะ
Sasinand
เขียนเมื่อ 20 Sep 2007 @ 09:26

น้องซูซาน

P
173. Little Jazz \(^o^)/ 

พูดถึงอาหาร เลยหิวตะหงิดๆแล้วค่ะ

ร้าน"Great Shanghai" นี้เก่าแก่มาก ขนาดอายุ 40 ปีเลย และก็อยู่ที่เดิม ไม่ไปไหน

เดลินิวส์ ฉบับที่ 239 (วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม 2547)โดย หมึกแดงClub

เป็ดปักกิ่งขึ้นชื่อทีเดียว ผักดองก็ไม่หวาน เค็มและเปรี้ยวนำ กำลังพอดีค่ะ แป้งนิ่มมาก อาจทำเอง ขนมจีบเซี่ยงไฮ้ก็อร่อยค่ะ

อาหาร ถ้าอร่อยจริง ก็จะอยู่ยง คงกะพันนะคะ กี่สิบปีก็อยู่ได้ นำรูป เป็ดปักกิ่งร้านนี้ มาฝาก แต่อย่าทานมาก เดี๋ยวอ้วนค่ะ

พี่เองไปทานไม่บ่อย เพราะกลัวอ้วน แม้จะอร่อยขึ้นชื่อ และอยู่ใกล้ๆบ้านด้วย

จีระ
IP: xxx.121.200.247
เขียนเมื่อ 20 Sep 2007 @ 17:05

สวัสดีครับ

หลายอย่างที่กรุงเทพฯ เหมือนฟ้ากับทะเลคู่ขนานกัน

มีทั้งวัฒนธรรมที่ดีมากกับความยากจนและความเสื่อม

แต่ก็แล้วแต่การตีความของแต่ละคนด้วยครับ

ผมชอบไปเดินเล่นที่หน้าพระลานในวันหยุดครับ เห็นหลายสิ่งหลายอย่างในตราวเดียวกัน ที้งความสวยงามของพระราชวัง ความจอแจของการค้าขาย ศิลปะสวยๆที่ในพิพิทธภัณฑ์ในมหาวิทยาลัยศิลปากร มีอะไรหลายๆอย่างดีครับ

paew
เขียนเมื่อ 20 Sep 2007 @ 21:03

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

อ่านบันทึกนี้พร้อมกับอ่านที่แต่ละท่านได้ช่วยกันต่อยอด ความสวยงามของกรุงเทพฯแล้วทำให้ มองเห็นเสน่ห์ และความสวยงามของกรุงเทพฯมากขึ้น ... ไม่เคยอยู่กรุงเทพฯ นานๆค่ะ ฉะนั้นจึงไม่คุ้นเคยอย่างยิ่ง เป็นคนแปลกหน้าสำหรับกรุงเทพฯมากๆค่ะ

แม้กรุงเทพฯจะมีสถานที่สวยงามมากมาย แหล่งความรู้มหาศาล แหล่งช้อปปิ้ง แหล่งอาหารที่เรียกว่าอร่อยที่สุดในโลก ...แต่ก็มีหลายอย่างที่ทำให้คุณค่าของกรุงเทพฯ ด้อยลง ซึ่งเราๆ ท่านๆ ก็ทราบกันอยู่ ... หากสามารถแก้ไขตรงนี้ได้ ... ซึ่งก็ได้เห็นว่าเริ่มที่จะแก้ไขแล้ว จากนโยบายของท่านผู้ว่า กทม ... ที่มีกลยุทธในการปรับปรุงกรุงเทพฯ ในหลากหลายด้าน ... หากสิ่งที่ท่านทำสำเร็จ ...คำว่า "กรุงเทพฯ เป็นเมืองฟ้าอมร" ก็อาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ

ขอบคุณคุณพี่ศศินันท์ น้องซูซานและทุกๆ ท่าน ที่มาต่อยอดในบันทึกนี้ ทำให้เห็นความสวยงามของกรุงเทพฯมากขึ้นค่ะ คราวหน้าหากมีโอกาสได้ไปกรุงเทพฯ คงจะไปด้วยความสุขมากขึ้น

paew
เขียนเมื่อ 24 Sep 2007 @ 17:25

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับสถานที่สวยๆ ร่วมรื่นที่พี่แนะนำค่ะ ... ภาพดอกอัญชัน นั้น น่าจะเป็นดอกของต้น "ใบระบาด" รึปล่าวค่ะ ...

ดอกอัญชัน

 

อัญชัน

 

ใบระบาด

ใบระบาด

จากวิกิพีเดียค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ 24 Sep 2007 @ 21:44

อ้อ อาจารย์แป๋วคะ

ที่บอกว่าจะพาหลานตัวเล็กๆไปที่ห้องสมุด ให้คุ้นเคยกับบรรยากาศห้องสมุด พาไปแล้วค่ะ

ไม่งอแง ชอบมาก แต่ดูการ์ตูน แป๊บเดียว นอกนั้น เดินสำรวจไปทั่วเลยค่ะ เขาให้เด็กๆเข้าได้ แต่ต้องไม่งอแงค่ะ มีกิจกรรมให้เด็กๆหลายอย่างค่ะ

อยากให้เด็กคุ้นเคยกับหนังสือ และกิจกรรมการเรียนรู้มากๆ  พ่อแม่สมัยนี้ เป็นห่วงลูกกันมาก เพราะ มีสิ่งเย้ายวนมากเหลือเกิน

 

Sasinand
เขียนเมื่อ 24 Sep 2007 @ 22:48

นำภาพจำลองถึงชีวิตเรียบๆ ช้าๆ สมัยปู่ย่าตายาย ที่อาศัย อยู่ในกรุงเทพฯมาให้ชม เดี๋ยวนี้  ที่กรุงเทพฯหาภาพอย่างนี้ ยากมากค่ะ

ลุงเอก
เขียนเมื่อ 24 Sep 2007 @ 22:59

สุดยอดๆๆๆๆ

Sasinand
เขียนเมื่อ 24 Sep 2007 @ 23:54

สวัสดีค่ะ

คุณจิระบอกว่า....ผมชอบไปเดินเล่นที่หน้าพระลานในวันหยุดครับ

ถนนหน้าพระลานเป็นถนนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น โดยขยายจากถนนเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้วตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แต่เป็นถนนนูนดินสูง

เหตุที่ชื่อถนนหน้าพระลานเพราะเป็นถนนที่อยู่หน้าพระลานพระบรมมหาราชวัง

ทีแถวถนนหน้าพระลาน ปัจจุบัน จะมีผู้คน นักท่องเที่ยว นิสิต นักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศิลปากร เดินกันขวักไขว่ เต็มไปหมด

สมัยดิฉัน ยังเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ พามาดูงานแสดงศิลปนิพนธ์ ที่หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากรอยู่เนืองๆ

เดิม ที่ๆเป็นมหาวิทยาลัยศิลปกรปัจจุบัน คือ วังท่าพระ แต่เดิม เป็นที่ประทับของ พระเจ้าหลานเธอในรัชกาลที่ 1 ต่อมา เป็นที่ประทับของพระราชโอรส ในรัชกาลต่างๆ

 ต่อมามีสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ประทับเป้นองค์สุดท้าย  ก่อนจะกลายมาเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร  ก่อตั้งโดย ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีรศรี และได้รับการยกฐานะให้เป็น มหาวิทยาลัยศิลปกรเมื่อ 12 ตุลาคม 2486 โดยมีคณะจิตรกรรม และประติมากรรม เป็นคณะวิชาแรก

แถวๆด้านหน้า ตรงถนนหน้าพระธาตุ มีร้านอาหารอร่อยอยู่หลายร้านค่ะ เช่น ร้านหน้าพระลาน ร้าน ช.ประทุมทอง ร้านมิ่งหลี เป็นต้น ที่นี่ อาหารกิน ง่ายๆ ราคาไม่แพงค่ะ

แถวๆนี้ จะมีคุณยาย หาบกระจาด ไส้กรอก ปลาแนมและขนม มาขาย ดิฉันอุดหนุน ทุกครั้งค่ะ

ปัจจุบัน เรื่อง ของกินลดความคึกคักไป แต่ความเก่า ความโบราณของสถานที่ บริเวณนั้น ก็ยังเป็นเสน่ห์ ที่น่า เข้าไปเดินเที่ยว ไประลึกถึงความหลัง ไม่เปลี่ยนแปลง

Sasinand
เขียนเมื่อ 25 Sep 2007 @ 08:57

สวัสดีค่ะอาจารย์แป๋ว

P
 paew
บันทึกนี้ ขออนุญาตอาจารย์แป๋วแก้ไขค่ะ เพราะ บอกชื่อดอกไม้ผิด ที่อาจารย์มาแก้ให้ ถูกแล้วค่ะ สมเป็นปรมาจารย์ด้านดอกไม้จริงๆ
ขอเอาภาพออกนะคะ เพราะ ปล่อยไว้ จะผิดค่ะ
แก้ไข จาก ดอกอัญชัน เป็น ใบระบาดค่ะ
ถ้าเห็นมีที่ผิดอีก อาจารย์ บอกเลยนะคะ จะได้แก้ไขค่ะ

 

 

เข้ามาตอบช้าหน่อย เพราะตอนนี้ ไม่ค่อยอยู่บ้านเลยค่ะ ยุ่งหน่อย

ดีใจที่มาเยี่ยม และบอกว่า กรุงเทพฯจะเป็นยิ่งกว่า เมืองฟ้าอมร ถ้า นโยบายที่ กทม.วางไว้หลายด้าน สามารถบรรลุถึงเป้าหมายได้

ซึ่งก็เห็นด้วยค่ะ มีโครงการมากมาย ที่เห็นสำเร็จแล้วก็มี กำลังทำอยู่ก็มี ที่ยังอยู่ในระหว่างเริ่มต้นก็มี ดีๆทั้งนั้น ถ้าสำเร็จทั้งหมดก็จะดีมากค่ะ

นำรูปสวนสาธารณะ เบญจกิติ ที่อยู่ติดกับศูนย์สิริกิตมาฝากค่ะ สถานที่ร่มรื่น สวยงาม มีการดูแลดีค่ะ ไปบ่อยๆ อากาศก็โปร่งแจ่มใสดี และมีดอกใบระบาด ที่สวนนี้แถมมาด้วยค่ะ เป็นไม้เลื้อย ดอกสีสวยดีค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ 26 Sep 2007 @ 18:30
P
สวัสดีค่ะ

ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ

กรุงเทพฯมีห้องสมุดดีๆอีกหลายแห่ง

ที่ยังไม่ได้กล่าวถึง ที่ดีอีกแห่ง และดิฉันไปมา 2-3 หนแล้ว เพราะอยู่ใกล้บ้าน คือ ห้องสมุดมารวย ค่ะ ที่ตึกตลาดหลักทรัพย์ เข้าทางด้านหน้าตึกเลย เปิดทุกวัน มีหนังสือมากค่ะ แต่เด็กเข้าไม่ได้ เพราะ เขาต้องการความเงียบ

มีinternet ให้เล่นฟรีด้วย  มีคนทำงานและนักศึกษาหนาตาทีเดียวค่ะ เปิด8.30 ถึง 23.00 น

เป็นแหล่งความรู้ที่ดีอีกแห่งหนึ่ง ของกรุงเทพฯค่ะ

ชำเลือง
เขียนเมื่อ 26 Sep 2007 @ 19:45

คุณศศินันท์

         ผมขอเพิ่มเติมลงในบันทึกนี้ด้วยคนนะครับ ว่า

"ผมรักกรุงเทพฯ ครับ เพราะกรุงเทพฯ คือสถานที่ที่ผมได้เข้ามาศึกษา"

  • ระดับชั้นมัธยมศึกษา ที่ ร.ร.วัดนวลนรดิศ
  • ระดับวิชาชีพครู ที่ วค.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา
  • ระดับประโยควิชาชีพ ที่ ร.ร.เพราะช่าง (สมัครสอบ ว.อ.)
  • ระดับปริญญา (กศ.ม.) เทคโนฯ ที่ มศว ประสานมิตร

"ปัญหาโลกร้อน มีผลกระทบกับเราแน่นอนในอนาคตอันใกล้  เพื่อให้เกิดการบริโภคกันอย่างมีสติขึ้น ที่สำคัญ อยู่ที่ใจคน  ใจของคนต้องร่มรื่น  มีสติ  อารมณ์เย็นกว่านี้"

  • เห็นด้วยมาก ๆ ครับ  และในวันนี้บรรยากาศรอบนอกของกรุงเทพฯ ยังน่าชื่นชม
  • บ้านลูกชายผมอยู่เลยดอนเมืองไปนิด แถววัชรพล-สายไหม

Panda
เขียนเมื่อ 26 Sep 2007 @ 21:36
  • ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมครับ
  • ในความคิดเห็นของผม กรุงเทพฯก็เหมือนกับเมืองใหญ่ ๆ อื่น ๆ
  • คือมีที่น่าสนใจที่ดี ๆ มาก ก็มีสิ่งที่ไม่ดีมากเช่นเดียวกัน  ผมจะเข้ามากรุงเทพฯเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะไม่ถูกกับจราจรที่ค่อนข้างวุ่นวายครับ
ลุงเอก
เขียนเมื่อ 26 Sep 2007 @ 23:58

อยากให้ไปสร้างที่ต่างจังหวัดให้มากกว่ากรุงเทพ  แต่เขานึกถึง marketing มากกว่า

รัช
เขียนเมื่อ 27 Sep 2007 @ 00:17

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

  • ขอเรียกพี่เลยนะคะเพราะรัชอายุน้อยกว่า
  • กำลังวางแผนจะพาคุณพ่อขึ้นมาเที่ยวที่กรุงเทพฯพอดีเลยค่ะ มีหลายที่ที่น่าสนใจแต่อยากให้แนะนำที่เหมาะกับผู้ใหญ่ๆสักหน่อยค่ะ
  • ที่คิดไว้ว่าจะพาไปเที่ยวเกาะเกร็ด, siam ocean world, เสาชิงช้าก็น่าสนใจ จะพาเดินในห้างพ่อก็แก่(84 ค่ะ)แล้วคงไม่เหมาะ (แต่ยังแข็งแรงค่ะ )
  • ตอนนี้ยังนึกไม่ออกช่วยแนะนำด้วยค่ะ
  • ขอบคุณมากๆล่วงหน้าค่ะ
Sasinand
เขียนเมื่อ 27 Sep 2007 @ 20:53

สวัสดีค่ะ

P

 

ดีใจจังที่มาเยี่ยมค่ะ

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ที่บอกว่า บรรยากาศรอบนอกกรุงเทพน ยังน่าชื่นชมอยู่

ดิฉันอยู่ที่ปทุมธานี อากาศดี เงียบสบาย ห่างจากใจกลางเมือง ก.ม.ที่ 0 เท่ากับประมาณ 45 ก.ม. และห่างจากบ้านลูกที่แถวอโศก ประมาณ 60 ก.ม. ขับรถขึ้นทางด่วน ไปลงพระราม 4 ใช้เวลา 35 นาที ก็ไม่นานค่ะ ถ้ารถติด ก็จะเป็น 45นาที

อากาศในกรุงเทพฯไม่ค่อยดี และรถติดหน่อยถึงมาก และมากๆ ในบางวัน

แต่ดิฉันชินค่ะ มักจะกะเวลาได้ และมีแผนการเดินทาง บางครั้งขึ้นรถไฟฟ้าหรือรถใต้ดิน

แต่ที่คนอยู่ในเมืองจะชอบคือ ใกล้ที่ทำงาน และมีความสะดวกหลายประการสำหรับเขา

ดิฉันว่า อยู่ที่ช่วงอายุด้วย ในวัยทำงาน คนจะต้องให้ความสำคัญกับความสะดวกเป็นหลักค่ะ

ขอบคุณที่ให้ความเห็นค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ 27 Sep 2007 @ 21:44

สวัสดีค่ะอาจารย์คะ

P

ดีใจจังที่มาเยี่ยมค่ะ และบอกว่า.....

ผมจะเข้ามากรุงเทพฯเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะไม่ถูกกับจราจรที่ค่อนข้างวุ่นวายครับ

จริงอย่างอาจารย์ว่าค่ะ จราจรที่กรุงเทพฯนี่ค่อนข้างวุ่นวายจริงๆ  คนอยู่ที่นี่ ต้องทำใจค่ะ

วันนี้ ไปต่อทะเบียนรถ และแวะไปตลาด อตก. กับสวนจตุจักรมาค่ะ คนน้อย และรถไม่ติดเลยค่ะ

จตุจักร มีการพัฒนาขึ้นมากนะคะ ไม่ค่อยจอแจมากอย่างแต่ก่อนค่ะ ว่างๆอาจารย์มาเดินเที่ยวนะคะ

วันนี้ เลยได้เดินชมต้นไม้ ดอกไม้ เสียสบายใจ อุดหนุนพ่อค้า ไป2-3 ต้นค่ะ เอาภาพดอกกล้วยไม้ที่อาจารย์ชอบมาฝากค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ 27 Sep 2007 @ 22:15

สวัสดีค่ะคุณเอก

P

ดิฉันก็คิดอย่างนั้นค่ะ ต่างจังหวัด ยังต้องการห้องสมุดดีๆอีกมาก

แต่จะที่ไหน มีไว้ ก็ยังดีกว่าไม่มี และมีมากๆไว้หน่อยยิ่งดีใหญ่นะคะ

ที่ห้องสมุดมารวยนี้ มีคนไปใช้บริการอุ่นหนาฝาคั่งทีเดียวค่ะ

เห็นนักศึกษาปักหลักทำรายงานกันก็มากค่ะ เขาเปิดถึง 23 น. ถ้าเป็นศุกร์-เสาร์ เปิดถึง 24 น.เลย

มี 3 ชั้นค่ะ นั่งกันสบายๆ  เขาติดป้าน ชั้นล่างให้กระซิบๆได้ แต่ชั้น 2 ต้องเงียบ เลยดูเงียบมากเลย

ดิฉันดีใจ อยู่ใกล้บ้านลูกค่ะ ไปแวะได้สบาย

Sasinand
เขียนเมื่อ 27 Sep 2007 @ 22:53

สวัสดีค่ะ

P

ขอบคุณมากที่มาเยี่ยมนะคะ

คุณพ่ออายุมากแล้ว แต่ถ้ายังแข็งแรง พาไปวัดพระแก้ว เขาบูรณะใหม่ สวยมากนะคะ ลมเย็นๆ เหนื่อยก็พักได้ และไปวัดโพธิ์ใกล้ๆให้หมอนวดๆก็ได้ค่ะ พักผ่อนสบายๆ จะพบคนอายุใกล้ๆกันด้วย อาจคุยกันสนุก แถวนั้น อาหารเยอะและอร่อยด้วยค่ะ

ตอนบ่ายๆเย็นๆ  อาจเข้าไปดูละครที่โรงละครแห่งชาติก็ได้ เห็นใครๆว่าดีมาก นั่งสบายๆเลย

Siam Ocean World ก็สวยค่ะ เดินไปพักไป เย็นดีด้วย ไม่ต้องรีบ

ทั้งหมดนี้ น่าจะใช้เวลา สัก 2 -3 วันนะคะ แต่เกาะเกร็ด จะไม่ร้อนไปหรือคะ ดิฉันเคยไป 2-3 ครั้ง เจอแต่อากาศร้อนค่ะ

พาท่านไปที่อากาศโปร่งๆ หรือมีแอร์เย็นๆ ดีกว่าค่ะ

มีรูป วัดโพธิ์ มาฝากหน่อยค่ะ

 

ลุงเอก
เขียนเมื่อ 27 Sep 2007 @ 22:59

เคยไปห้องสมุดมารวยที่เอสปานาส รัชดาครับ หนังสือน่าสนใจดี  ออกจะเห็นด้วยกับแนวคิดใหม่ที่พยายามจะเอาห้องสมุดไปไว้ในหัวใจคน  แต่ก่อนเอไปไว้โรงเก็บเครื่องมือในสวนหลังบ้าน  มาบุญครอง  สยามสแคว  ก็น่ามีครับ

Sasinand
เขียนเมื่อ 28 Sep 2007 @ 08:32

สวัสดีค่ะ

P

ห้องสมุดมารวย ที่เอสปานาส  ไม่เคยไปค่ะ

แต่ก็ดีที่ มีห้องสมุดอยู่ในชุมชนมากขึ้น ไม่ใช่ให้คนไป shopping อย่างเดียว ให้ได้หาความรู้ได้ด้วย

ที่มาบุญครอง สยามสแควร์ก็เห็นด้วย แถวนั้น ถิ่นนักศึกษานะคะ ต้องให้เด็กๆ หาที่เข้าห้องสมุดได้มากขึ้น เขาจะได้รักการอ่านมากขึ้น

ที่ หอสมุดแห่งชาติก็ดีค่ะ เคยไปหลายครั้ง สมัยเรียนหนังสือ เพียงแต่ตอนนี้ ออกจะไกลบ้านไปหน่อย หนังสือมากมายค่ะ

หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี, เปิดทำการ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2509

หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี
ถนนสามเสน เขตดุสิต
กทม. 10300, ประเทศไทย
โทรศัพท์ 0-2281-5212, 0-2281-5313

ห้องสมุดสาขา

  1. หอสมุดแห่งชาติเขตลาดกระบัง เฉลิมพระเกียรติ
  2. หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่
  3. หอสมุดแห่งชาติ ลำพูน
  4. หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา
  5. หอสมุดแห่งชาติประโคนชัย บุรีรัมย์
  6. หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ นครพนม
  7. หอสมุดแห่งชาติอินทร์บุรี สิงห์บุรี
  8. หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก กาญจนบุรี
  9. หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ
  10. หอสมุดแห่งชาติ ชลบุรี
  11. หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
  12. หอสมุดแห่งชาตินครศรีธรรมราช
  13. หอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลา
  14. หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ สงขลา
  15. หอสมุดแห่งชาติวัดดอนรัก สงขลา
  16. หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ตรัง
  17. หอสมุดแห่งชาติวัดเจริญสมณกิจ ภูเก็ต

จริงๆแล้ว ตามต่างจังหวัดก็มีห้องสมุด แต่อาจจะมีน้อยไปหน่อยค่ะ น่าจะให้มีมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ของประชาชนทุกเพศวัย

Bright Lily
เขียนเมื่อ 28 Sep 2007 @ 09:24
  • ดิฉันอยากบอกว่า "รักเธอประเทศไทย" ซึ่งรวมถึงกรุงเทพฯ ของเราด้วยค่ะ
  • ในความเห็นส่วนตัวแล้ว ดิฉันรู้สึกว่า ธรรมชาติอันสวยงามของบ้านเราวิเศษที่สุดเลยค่ะ
  • เพียงแต่รักษาธรรมชาติเอาไว้ ไม่ไปทำลาย ก็ดีมากแล้วค่ะ
  • อีกด้านหนึ่งในเรื่องของศิลปะวัฒนธรรม แบบดั้งเดิมของเรานั้น แสนจะดีเลิศค่ะ เก็บไว้ รักษาไว้ และถ่ายทอดให้ลูกหลานได้เข้าใจ เป็นภูมิต้านทานมิให้วัฒนธรรมของต่างชาติส่วนที่ไม่เหมาะสมกับเรา เข้ามาครอบงำลูกหลานของเรานะคะ
  • คิดถึงคุณนะคะ  สวัสดีค่ะ
Sasinand
เขียนเมื่อ 28 Sep 2007 @ 09:42

สวัสดีค่ะ

P

หายไปนาน คิดถึงค่ะ

เก็บดอกชวนชมสีชมภูเข้มมาฝากค่ะ เป็นพันธุ์ใหม่ สีสวยๆมากค่ะ อย่างที่เล่าให้อาจารย์pandaฟังว่า ไปสวนจตุจักรมา ตอนนี้ น่าเที่ยวชม จัดระเบียบดีขึ้นมากค่ะ มีที่จอดรถสบายขึ้น ที่นี่ เป็นสถานที่ๆคนทั่วไป ทุกชาติ ชอบมานะคะ มีของให้เลือกมาก

หลานสาว เคยมาเปิดร้านขายเสื้อผ้าที่นี่ 1 ปี เขามาฝึกภาคสนามส่วนตัว เรียนเศรษฐศาสตร์จุฬา ตอนเรียนจบ ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง อาจจะเป็นเพราะมาฝึกกับของจริงๆ ได้ความรู้ที่ไม่มีในตำราไปมากค่ะ เขาชอบ บอกว่า ได้ซื้อขายจริงๆ เป็นประสบการณ์ในชีวิต

ทรงชัย
IP: xxx.121.185.110
เขียนเมื่อ 28 Sep 2007 @ 16:35

 

สวัสดีครับ

เพิ่งเข้ามาอ่าน รุปสวยและเรื่องน่าสนใจ แต่ไม่ได้เอ่ยถึงย่านวัดเกาะเลย ที่นั่นเก่าแก่มากนะครับ ผมอยู่แถววัดสัมพันธวงศ์ ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเผยแผ่ศาสนาคริสต์เลย เอ่ยถึงหน่อยก็ดีครับ

Sasinand
เขียนเมื่อ 29 Sep 2007 @ 12:22
สวัสดีค่ะคุณทรงชัย

ระยะหลังๆ มานี้ ดิฉันไปย่านวัดเกาะ เยาวราช และชุมชนชาวจีนในเขตสัมพันธวงศ์   ปีละไม่กี่ครั้ง เพราะการจราจรคับคั่ง และไม่ค่อยมีธุระแถวนั้น

แต่ย่านนี้เป็นย่านที่เก่าแก่มากค่ะ และย่านวัดเกาะมีชื่อเสียงมากในด้านแหล่งผลิตวรรณกรรม

โรงพิมพ์ที่มีชื่อเสียงมากคือ โรงพิมพ์ราษฎร์เจริญ หรือ ที่เรียกกันทั่วไปว่า ร้านหนังสือหน้าวัดเกาะ

มีประวัติวัดเกาะมาฝากค่ะ

วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร (วัดเกาะ เยาวราช)
เลขที่ ๕๗๙ ถนนทรงสวัสดิ์ แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๐๐
 

อยู่ เหนือวัดปทุมคงคา เดิมชื่อวัดเกาะแก้วลังการาม เป็นวัดที่มีน้ำล้อมรอบบริเวณที่ตั้งวัด จึงเรียกว่า"วัดเกาะ"

เป็นวัดโบราณในรัชกาลที่ ๓ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี ทรงสร้าง ในรัชกาลที่ ๔ พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดสัมพันธวงษาราม"

วัดเกาะเป็นจุดเริ่มต้น ที่พวกฝรั่งเข้ามาสอนศาสนาคริสต์ โดยพวกมิชชั่นารีอเมริกัน ได้มาเช่าที่ อยู่เหนือวัดเกาะ จัดตั้งเป้นโอสถศาลา ได้มีการสอนศาสนาคริสต์ให้แก่พวกคนจีน โดยเลือกบริเวณที่มีคนจีนอยู่มากๆ

พร้อมๆกันนี้ ทางวัดสัมพันธวงศ์  ก็จัดให้มีการสอนปริยัติธรรมขึ้นเช่นกัน ที่วัดนี้ จึงเป็นแหล่งการศึกษาที่สำคัญของชุมชน

เรียกว่าแถบนี้ มีการสอนทั้งศาสนาพุทธและคริสต์เลยค่ะ

ปัจจุบัน พระที่จำพรรษาที่วัดนี้ ลดลง ดังนั้น รูปแบบการสอนศีลธรรมจึงเปลี่ยนไปเป็น การไปสอนธรรมะในโรงเรียนหรือจัดค่ายธรรมะในวันสำคัญต่างๆ เช่น วันแม่เป็นต้น นอกจากนี้ วัดยังคงสนับสนุนการมอบทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กๆ ที่โรงเรียนวัด สัมพันธวงศ์อีกด้วยค่ะ

 

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 30 Sep 2007 @ 16:50

สวัสดีครับ พี่ศศินันท์...

หมอชิต ...เป็นอีกพื้นที่ที่ผมหลงรัก

หมอชิตคือสถานที่ที่ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นและเศร้าปนเปกันเสมอ ...  ผมไม่รู้สึกแปลกแยกและแตกต่างไปจากผู้คนในหมอชิต   แต่ก็เฝ้ามองและเฝ้าดูเสมอว่าผู้คนกำลังเดินทางกลับบ้านไปที่ไหนสักแห่ง  ในกระเป๋าใบเล็กและใหญ่นั้น  มีอะไรซ่อนซุกอัดแน่นอยู่ในนั้นบ้าง....ตุ๊กตาแสนสวย...  เงินจำนวนหนึ่ง  หรือแม้แต่เสื้อผ้า  ข้าวของที่พร้อมจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตที่บ้านเกิดเมืองนอน

บางครั้ง, ....เห็นผู้คนที่ยืนรอรถเมล์ในหมอชิต  ข้อมือเต็มแน่นไปด้วยด้ายผูกแขนสีขาว... นั่นยิ่งทำห้ผมสะท้อนสะเทือนใจและรู้เลยว่า  ใครคนนั้นมีจุดหมายปลายทางที่ไม่ใช่บ้านเกิด   แต่เพิ่งจากบ้านเกิดมาสด ๆ ร้อน ๆ ...

และด้ายผูกแขนเหล่านั้นก็คือขวัญกำลังใจของคนที่บ้านที่ฝากติดตัวมาให้กับเขาได้รู้สึกเสมอว่า  "เขาไม่เดียวดาย"   จงกล้าและแกร่งในการเผชิญมุมหนึ่งของโลกที่อาจซับซ้อนมากกว่ามุนหนึ่งของหมู่บ้านที่จากมา

....

ฟังดูเศร้าเกินไปหรือเปล่าครับ

แต่หมอชิต  ก็เป็นสถานที่ที่ผมหลงรักและผูกพันราวกับเป็น "บ้านเกิด" ของผมเอง !

brightlily
IP: xxx.27.206.88
เขียนเมื่อ 30 Sep 2007 @ 19:22
  • ขอบพระคุณมากค่ะ สีชมพูเป็นสีโปรดของดิฉันในปีนี้ค่ะ  ดอกใบสมบูรณ์จริงๆ ค่ะ
  • น่าชื่นใจนะคะ สำหรับหลานสาวที่เป็นกุลสตรีที่ชาญฉลาด  นอกเหนือจากสติปัญญาที่เขามีมาแล้ว โอกาสและประสบการณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เขาเห็น คิดเป็น และต่อยอดได้ค่ะ  แหมก็มีคุณยายคนเก่งช่วยกันปั้นด้วยนี่ค่ะ
  • ตอนที่ดิฉันทำงานให้กับ อสมท. ที่พัทยา ดิฉันก็มีโอกาสไปจตุจักรบ่อยเหมือนกันค่ะ ร้อนที่สุดในโลกเลยค่ะ แต่พอเห็นของสวยๆ ราคาไม่แพงก็ชื่นใจค่ะ
  • คิดถึงเช่นกันค่ะ
Sasinand
เขียนเมื่อ 01 Oct 2007 @ 20:24
ขอบคุณๆ
ที่มาบอกว่า ชอบดอกลีลาวดีมาก
แต่ขอแก้ไขว่า หลานสาวคนเก่งนั่นลูกพี่ชายค่ะ ดิฉันเป็นอาเขา สำหรับหลานตัวเองเพิ่งขวบเศษค่ะ
และหลานสาวคนที่เล่า ตอนนี้ ทำงานก้าวหน้า อยู่ที่ธนาคารต่างชาติแห่งหนึ่งค่ะ
จตุจักร ดิฉันไปบ่อยๆ มีของให้ดูซื้อ มาก แต่เดินไม่ได้นานเท่าใด เมื่อยขาค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ปรับปรุงใหม่ ดีกว่าเก่านะคะ
Sasinand
เขียนเมื่อ 01 Oct 2007 @ 21:30

สวัสดีค่ะคุณพนัส

P

หมอชิต ...เป็นอีกพื้นที่ที่ผมหลงรัก และผูกพันราวกับเป็น "บ้านเกิด" ของผมเอง !

หมอชิตเดิมอยู่แถวสพานควาย แล้วย้ายไปที่จตุจักร กว้างขวางกว่าเดิม การจราจรไม่คับคั่งมากค่ะ

สถานีขนส่งหมอชิตเป็นอาคาร 3 ชั้น

 บริเวณภายในของสถานีขนส่งหมอชิต  จัดเป็นสัดเป็นส่วนมีป้ายบอกทางที่เข้าใจง่าย  ชั้น1เป็นท่ารถและที่ขายตั๋วรถ  ชั้น2เป็นสำนักงาน  ชั้น3เป็น ที่ขายตั๋วของเส้นทางเดินรถภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 แถวนั้น  มีร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายเทป CD

ข้างนอกอาคารก็มีร้านขายสินค้าต่างฯเช่น กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า และสินค้าอื่นฯอีกมากมาย

 ผู้คนที่นี่ คึกคักมากค่ะ โดยเฉพาะเวลาเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ เข้าพรรษาหรือเทศกาลที่สำคัญอื่นๆที่จะมีคนกลับบ้านเกิดกันมากค่ะ 

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 07 Oct 2007 @ 12:16

สวัสดีครับ..

พอดีผมเพิ่งค้นเจอไฟล์ภาพอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิที่ถ่ายไว้เมื่อนานมาแล้ว  เลยขออนุญาตนำมาแลกเปลี่ยนไว้ในบันทึกนี้นะครับ

ดอกดิน
IP: xxx.121.201.53
เขียนเมื่อ 07 Oct 2007 @ 13:21

สวัสดีครับ

กรุงเทพฯมีดีหลายอย่าง

แต่แถวซอยบ้านผม สุนัขเยอะมากครับ ไม่มีเจ้าของ ไม่ทราบจะทำอย่างไรดี กลัวมันมากัดเอา กทม.เคยมาทำหมันให้นานแล้ว หมู่นี้เงียบไปอีก

sasinanda
IP: xxx.121.193.35
เขียนเมื่อ 07 Oct 2007 @ 22:09

สวัสดีค่ะ

P
P
 ขอบคุณมากค่ะ คุณพนัส

ถ่ายได้มุมกำลังสวยเลยนะคะ มีอะไรที่อยู่ในประเด็น ก็นำมารวมไว้ก็ได้ค่ะ จะได้เป็นประโยชน์กับคนอื่นๆด้วย

Sasinand
เขียนเมื่อ 09 Oct 2007 @ 18:38

สวัสดีค่ะคุณดอกดิน

คุณดอกดินบอกว่า......

แต่แถวซอยบ้านผม สุนัขเยอะมากครับ ไม่มีเจ้าของ ไม่ทราบจะทำอย่างไรดี

 

เรื่องสุนัขจรจัดนี่ ค่อนข้างเป็นปัญหามากทีเดียวค่ะ

ลองติดต่อที่กทม. รู้สึกจะมีหน่วยงานที่ดุแลอยู่ ถ้าเป็นต่างจังหวัดก็ติดต่อที่ อบต.ค่ะ

 กทม.ให้บริการจดทะเบียนและฝังไมโครชิพสุนัขฟรีจำนวน 50,000 ชิ้น ภายใน 3 เดือน เริ่ม 29 ก.ย.นี้

 

กทม.ให้บริการจดทะเบียนและฝังไมโครชิพสุนัขฟรีจำนวน 50,000 ชิ้น ภายใน 3 เดือน เริ่ม 29 ก.ย.นี้ ที่คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 7 แห่ง หรือคลินิกเอกชนใกล้บ้าน บังคับเจ้าของต้องจดทะเบียนทำบัตรประจำตัวสุนัขภายใน 5 ก.ค. 51 หากละเลยมีโทษปรับ 5,000 บาท กรณีสร้างความเดือดร้อน รำคาญผู้อื่น

นายวัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงว่าในวันที่ 29 กันยายนนี้ กทม.จะให้บริการจดทะเบียนและฝังไมโครชิพสุนัขเป็นวันแรกโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยจะให้บริการไปตลอด 3 เดือน จนกว่าไมโครชิพ 50,000 ชิ้นจะหมด ประชาชนสามารถนำสุนัขเข้ารับบริการฝังไมโครชิพและจดทะเบียนสุนัขได้ที่คลินิกสัตวแพทย์ ทั้ง 7 แห่ง ประกอบด้วยฝ่ายควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง คลินิกสัตวแพทย์กรุงเทพมหานคร 1 สี่พระยา เขตบางรัก คลินิกสัตวแพทย์กรุงเทพมหานคร 2 เขตมีนบุรี คลินิกสัตวแพทย์กรุงเทพมหานคร 3 วัดธาตทอง เขตคลองเตย คลินิกสัตวแพทย์กรุงเทพมหานคร 4 เขตบางเขน คลินิกสัตวแพทย์กรุงเทพมหานคร 5 วันหงส์รัตนาราม เขตบางกอกใหญ่ คลินิกสัตวแพทย์กรุงเทพมหานคร 6 ช่วง นุชเนตร เขตจอมทอง และคลินิกสัตวแพทย์กรุงเทพมหานคร 7 เขตบางกอกน้อย นอกจากนี้ ประชาชนเจ้าของสุนัข ยังนำสุนัขไปฝังไมโครชิพได้ที่คลินิกเอกชนใกล้บ้าน แล้วนำหลักฐานไปยื่นจดทะเบียนและทำบัตรประจำตัวสุนัข ที่สำนักงานเขตพื้นที่

ตอนนี้ กำลังจะเข้าเทศกาลกินเจอยากชวนไปเที่ยวที่เยาวราชนะคะ

สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์  กำหนดจัดงานเทศกาลเจเยาวราช 2550 “สร้างบุญ สร้างกุศล บนถนนสายทองคำ” ใน วันที่ 11-20 ตุลาคม 2550 ตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น.

โดยมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ พิธีเปิดงานวันที่ 11 ตุลาคม 2550 เวลา 17.00-18.00 น. โดย นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธาน

ผัดหมี่หยกทองคำ มหามงคล แจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน 

ควรจอดรถที่แถวหัวลำโพงจะดีกว่า เพราะที่เยาวราช อาจไม่มีที่จอดรถ

Sasinand
เขียนเมื่อ 29 Oct 2007 @ 20:25

ดิฉันอ่าน บทความใน Condé Nast Traveler  เมื่อ 29-10-2007 แนะนำการท่องเที่ยวเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ก็พบว่า กรุงเทพฯยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมาก  โดยเฉพาะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมค่ะ

Bangkok82.6View Guide
2.
Hong Kong
80.9View Guide
3.
Chiang Mai
80.0View Guide
4.
Singapore
79.9View Guide
5.
Kyoto
77.9View Guide
6.
Shanghai
75.2View Guide
7.
Jaipur
73.8View Guide
8.
Tokyo
73.5View Guide
9.
Hanoi
69.9View Guide
10.
Kathmandu
67.5

     Bangkok is a fascinating place to begin your journey, since so much of what you experience here—from the general friendliness.......

 เราลองตามตัวอย่างของการท่องเที่ยวสั้นๆที่กรุงเทพฯ  ว่าเขาจะไปไหนบ้าง วันแรกเที่ยวในกรุงเทพฯ  มีการกล่าวถึงเยาวราช Chinatown,และพระพุทธรูปทองคำที่วัดไตรมิตร วัดสามจีน" พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ว่าควรไปชมอย่างยิ่ง

พระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์สมัยสุโขทัย อันเป็นมรดกแห่งอารยธรรมที่ตกทอดเป็นประจักษ์พยานถึงความเจริญรุ่งเรืองแห่งอารยธรรมของสยามประเทศ

ต่อด้วยพระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ-พระนคร  สวนลุมไนท์บาซาร์วันที่สองไปตลาดน้ำ และล่องเรือชมวิว

วันที่สามไปเชียงใหม่ และต่อไปหลวงพระบาง

ความมีน้ำใจและยิ้มสยามของเรายังติดอยู่ในใจคนต่างชาติมิรู้ลืมค่ะ

 
Sasinand
เขียนเมื่อ 30 Oct 2007 @ 15:27

อ้างถึง  ข่าวเมื่อ 11 ต.ค. 2550 ว่า....

นิตยสารกองเดนาสต์ แทรเวเลอร์ ประกาศผลรางวัล รีดเดอร์ ชอยส์ ครั้งที่ 20 สำรวจความเห็นนักท่องเที่ยว 28000 รายโดยให้ผู้แสดงความเห็น ระบุ ชื่อ เมือง โรงแรม สายการบิน เรือสำราญ และรีสอร์ทที่ดีที่สุด ในแต่ละภูมิภาค

ปรากฎว่า กรุงเทพฯติดอันดับ เมืองในเอเซียที่น่าเที่ยวที่สุด และภูเก็ต เป็นเกาะที่น่าเที่ยวที่สุด อันดับ 3 ของเอเซีย

ฮ่องกงได้อันดับ 2 และเชียงใหม่ ได้อันดับ 3

ส่วนเมืองที่น่าเที่ยวมากที่สุดในโลก คือ นคร ซิดนี่ย

Condé Nast Traveler is an American magazine published by Condé Nast Publications, started in 1987, specializing in luxury travel, reviewing high priced hotels, products and services. The magazine also aims a proportion of it's space to business travellers.

เป็นเรื่องที่น่ายินดีค่ะ

เรื่องการท่องเที่ยวทางน้ำ ก็เป็นลักษณะการท่องเที่ยวอีกแบบหนึ่ง ที่เป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างประเทศมากเหมือนกัน

 ซึ่งการเดินทางโดยทางเรือนั้น  นักท่องเที่ยวมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบถึงลักษณะของเรือประเภทต่างๆ เพื่อความสะดวกและการกำหนดระยะเวลาในการเดินทาง เส้นทางของเรือโดยสารที่แล่นในแม่น้ำเจ้าพระยาคือนนทบุรี-กรุงเทพฯ โดยเริ่มจากท่าน้ำนนท์ฯ และหมดระยะที่ท่าเรือสะพานตากสิน (สาธร)

เรือธรรมดา (ไม่มีธง) จะจอดทุกท่าเรือที่บริษัทเป็นเจ้าของหรือได้รับสัมปทาน ราคาเริ่มต้นที่ 8 บาท
เรือเร็ว (ธงส้ม) ไม่ต่างจากเรือธรรมดามากนัก แต่จะจอดสลับเว้นบางท่า เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการเดินทาง อัตราค่าโดยสาร 10 บาทตลอดสาย


เรือด่วนพิเศษ (ธงเหลือง) จะจอดรับผู้โดยสารเฉพาะท่าใหญ่ที่มีคนหนาแน่น ทำให้ใช้เวลาน้อยกว่าเรือสองประเภทที่กล่าวมา หลังจากให้บริการในชั่วโมงเร่งด่วนแล้ว

เรือนี้จะกลายเป็นเรือนำเที่ยวและจะมีมัคคุเทศน์ของบริษัทเป็นผู้ให้ข้อมูลการท่องเที่ยวระหว่างสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อัตราค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย


เรือติดธงฟ้า เป็นบริการใหม่ที่เพิ่งเปิดขึ้น และมีความเร็วสูงสุด เพราะจอดรับส่งผู้โดยสารเพียง 3 ท่าเท่านั้นคือ ท่าน้ำนนท์ฯ ท่าน้ำศิริราช และท่าเรือสะพานตากสิน อัตราค่าโดยสารจะอยู่ระหว่าง 25-35 บาท ในชั่วโมงเร่งด่วน บ่อยครั้งที่อาจจะต้องพบกับสภาพการจราจรตัดขัด มอเตอร์ไซค์รับจ้าง


Sasinand
เขียนเมื่อ 30 Oct 2007 @ 19:58

ตลาดน้ำดำเนินสะดวก

หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า ตลาดน้ำคลองลัดพลี มีมานานกว่า 100 ปีเศษมาแล้ว ตั้งอยู่ห่างจาก ที่ว่าการอำเภอไปทางทิศตะวันออก 500 เมตร ตลาดน้ำดำเนินสะดวกตั้งอยู่ที่คลองดำเนินสะดวก เหมาะที่จะไปเที่ยวชมในเวลาเช้า เนื่องจากแดดไม่ร้อนและมีเรือขายสินค้าเป็นจำนวนมาก

...............................................................................

คลองดำเนินสะดวก

เป็นคลองที่เชื่อมแม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำแม่กลอง เริ่มตั้งแต่ประตูน้ำบางยาง แม่น้ำท่าจีน อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ถึงประตูน้ำบางนกแขวก แม่น้ำแม่กลอง อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสาคร ทำให้ประชาชนในจังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม ติดต่อถึงกันโดยสะดวกขึ้น ตลอดสองฝั่งคลองดำเนินสะดวกที่มีความยาว32 กม. นี้มีคลองซอย คลองเล็ก คลองน้อย แยกออกไปประมาณ 200 คลอง เช่น คลองสี่หมื่น คลองทองหลาง คลองโพธิ์หัก คลองขุนพิทักษ์ คลองศรีราษฎร์ คลองลัดราชบุรี คลองฮกเกี้ยน ฯลฯ

ตลาดน้ำไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯ แต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้กรุงเทพฯมาก และเป็นที่นิยมทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

Sasinand
เขียนเมื่อ 04 Nov 2007 @ 23:57

โลหะปราสาท หนึ่งเดียวในโล

  โลหะปราสาท  เป็นโบราณสถานล้ำค่าของชาติไทย  ได้รับการยกย่องว่าเป็นโลหะปราสาทแห่งที่ ๓  ของโลก   ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประเทศไทยเพียงแห่งเดียว  แห่งแรกอยู่ที่ประเทศอินเดีย  แห่งที่ ๒  อยู่ที่ประเทศศรีลังกา   ทั้งสองแห่งได้ถูกทำลายพังสูญสิ้นไปแล้ว   เหลือสมบูรณ์อยู่ ณ วัดราชนัดดารามวรวิหารเท่านั้น

สวัสดีค่ะ

มาเยี่ยมชมวัดพระแก้วและแหล่งท่องเที่ยว...อื่นๆที่น่าเที่ยวในกรุงเทพฯ

วันหลังจะได้ไปชมเสาชิงช้าค่ะ

sasinanda
IP: xxx.121.181.250
เขียนเมื่อ 16 Nov 2007 @ 20:30

สวัสดีค่ะ

 P

P
215. อุบล จ๋วงพานิช

ดีใจที่แวะเข้ามานะคะ  ข้อมูลจากวิกิพีเดียค่ะ.....

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยตลอด

การบูรณะครั้งใหญ่ทั้งพระอาราม มีขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้มีการเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 100 ปี ใน พ.ศ. 2425

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ทั้งพระอารามในโอกาสที่มีพระราชพิธีฉลองพระนครครบ 150 ปี

 ในรัชกาลปัจจุบันโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ทั้งพระอารามอีกครั้งใน พ.ศ. 2525 เมื่อมีการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเป็นองค์ประธานในการบูรณะ

วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นวัดที่สำคัญและเป็นที่เชิดหน้าชูตาของบ้านเมือง ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ

 ในช่วงที่กรุงเทพฯมีอายุครบ 225 ปี ก็น่าจะ มีการปฎิสังขรณ์เพิ่มเติมอีก ทำให้ผู้คนที่ไปชม ต่างอุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า วิจิตรอลังการมากค่ะ

ภาพนี้ เป็นรูปปั้นกินรี ที่อยู่ตามระเบียงค่ะ

 

อารักษ์
IP: xxx.121.194.207
เขียนเมื่อ 21 Nov 2007 @ 11:46
ผมสับสนเรื่องเกาะรัตนโกสินทร์ ตรงไหนแน่ครับ อยากทราบ
Sasinand
เขียนเมื่อ 21 Nov 2007 @ 12:01

สวัสดีค่ะคุณอารักษ์

ได้ไปค้นรายละเอียดมาให้แล้วดังนี้ค่ะ

กรุงเทพฯ หรือ บางกอก เมืองหลวงของประเทศไทย เริ่มก่อตั้งภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงครองราชย์ปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 6 เมษายน เดือนห้า แรม 9 ค่ำ ปีขาล พ.ศ. 2325 พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังทางคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาฟากตะวันออก เนื่องจากเป็นชัยภูมิที่ดีกว่ากรุงธนบุรีเพราะมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแนวคูเมืองทางด้านตะวันตก และด้านใต้

อาณาเขตของกรุงเทพฯ ในขั้นแรกถือเอาแนวคูเมืองเดิมฝั่งตะวันออกของกรุงธนบุรี คือ แนวคลองหลอด ตั้งแต่ปากคลองตลาดจนออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า เป็นบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ มีพื้นที่ประมาณ 1.8 ตารางกิโลเมตร

บริเวณที่สร้างพระราชวังนั้นเดิมเป็นที่อยู่อาศัยของพระยาราชเศรษฐีและชาวจีน

 ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปอยู่ที่สำเพ็ง ในการก่อสร้างพระราชวังโปรดเกล้าฯ ให้พระยาธรรมาธิบดี กับพระยาวิจิตรนาวีเป็นแม่กองคุมการก่อสร้าง ได้ตั้งพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ย่ำรุ่งแล้ว 54 นาที (21 เมษายน 2325) พระราชวังแล้วเสร็จ เมื่อ พ.ศ. 2328 จึงได้จัดให้มีพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบแผน รวมทั้งงานฉลองพระนคร

โดยพระราชทานนามพระนครใหม่ว่า “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์”

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปลี่ยน คำว่า “บวรรัตนโกสินทร์” เป็น “อมรรัตนโกสินทร์”

และในสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรีได้รวมจังหวัด ธนบุรีเข้าไว้ด้วยกันกับกรุงเทพฯ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “กรุงเทพมหานคร” เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515

Sasinand
เขียนเมื่อ 26 Mar 2008 @ 00:41

มีบันทึกที่ลิงค์ไปที่.... http://gotoknow.org/blog/random/172816

และ...http://gotoknow.org/blog/littlecorner/172880

ธ.วั ช ชั ย
เขียนเมื่อ 29 Mar 2008 @ 21:51

สวัสดีครับ

เที่ยวกรุงเทพฯ น่าจะเป็นช่วงเวลาโล่งๆ ตอนสายๆ หรือดึกๆ ไม่ก็เช้าวันหยุด หรือช่วงปิดเทอม

นั่งรถเมล์ก็ได้ ขับรถไปก็ได้

เคยพาเพื่อนชาวต่างประเทศ ไปแวะที้โน่นที่นี่

ไม่ได้ไปไหนไกลมาก แต่ก็มีที่ให้แวะชมมาก

ถ้าเชิงประวัติศาสตร์ยิ่งสนุก เดินไปดีกว่า เล่าเรื่องได้มากมาย

เรื่องจากนวนิยายหลายเรื่องใช้ฉากของกรุงเทพฯ

แต่ว่า เวลาผ่านไปแค่ครึ่งปี หรือหนึ่งปี สถานที่ต่างๆ แปลกตาไปมาก โดยเฉพาะถนน สะพาน ตึกสูงต่างๆ นานๆ เข้ามาทีมีสิทธิ์หลงได้ง่ายๆ

สมัยที่ทำงานใหม่ๆ นั่งรถเมล์ไปติดต่องาน ช่วงสายๆ ดูสองข้างทางเพลินไป

นั่งรถเมล์ไม่ค่อยหลง แต่ขับรถแล้วหลงบ่อยจัง ;)

ช่วงนี้อากาศร้อน รักษาสุขภาพด้วยนะครับ

Slideshow Project
เขียนเมื่อ 30 Mar 2008 @ 01:01

สวัสดีค่ะคุณ ธ.วั ช ชั ย

เมื่อเร็วๆนี้ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้มี  โครงการ “เสน่ห์กรุงเทพ” เพื่อเป็นแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวใหม่ของกทม. โดยชูจุดขายเสน่ห์ 5 ด้าน ได้แก่


เสน่ห์วัฒนธรรม เสน่ห์ปลายจวัก เสน่ห์การจับจ่าย เสน่ห์งามยามราตรี และ เสน่ห์แม่น้ำแห่งแผ่นดิน โดยมีเป้าหมาย
จะผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในโลกภายใน 3-5 ปีข้างข้างหน้า

จากปัจจุบันที่ผลสำรวจการ
จัดอันดับเมืองน่าท่องเที่ยวของนิตยสาร Travel & Leisure ในปี 2549 ได้โหวตให้กรุงเทพฯเป็นเมืองน่าท่องเที่ยว
อันดับ 3 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย

Top 10 Cities Overall

Rank2007NameScore
1 1 Florence 86.90
2 7 Buenos Aires 86.75
3 3 Bangkok, Thailand 86.56
4 2 Rome 86.30
5 4 Sydney 86.27
6 8 New York 85.36
7 n/a Udaipur, India 85.12
8 n/a Istanbul 84.78
9 10 San Francisco 84.60
10 6 Cape Town

 

ศน.อ้วน
เขียนเมื่อ 02 Apr 2008 @ 04:51

สวัสดีค่ะ..ท่านอาจารย์ศศินันท์

  • อาจารย์สบายดีนะคะ..อากาศเปลี่ยนแปลงช่วงนี้
  • ระลึกถึงค่ะ
  • อ่านเรื่องราวนี้ ๒ รอบเต็ม ๆ แล้วค่ะ..
  • รักกรุงเทพ..ขึ้นอีกมากมายเชียวค่ะ
  • แต่..หนูก็รักเชียงใหม่..บ้านเกิดเมืองนอนของหนู..เพราะเย็นสบายดีค่ะ
  • บล็อกของท่านอาจารย์..เสมือนห้องสมุดขนาดใหญ่..ไร้พรมแดนจริง ๆ ค่ะ
  • ขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ..รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
หมูอ้วน ...
เขียนเมื่อ 02 Apr 2008 @ 05:14

สวัสดีค่ะคุณพี่"Sasinanda"ที่เคารพรักยิ่ง

  •  กรุงเทพเยี่ยมที่สุดในโลกแล้วคุณพี่..เห็นภาพที่คุณพี่นำมาให้ชม..ก็ชนะขาดลอยเลยค่ะ
  • ..ประเทศไหนก็ไม่สวยเท่าประเทศไทยและน่าอยู่เท่าบ้านเราค่ะ มีทั้งศิลปวัฒนธรรม ขนมธรรมเนียมที่ดีงาม มรดกโลกก็มี อาหารก็อร่อยที่สุดในโลกแล้วค่ะคุณพี่..
  • อิๆๆ.. ไม่เคยรู้สึกว่าเบื่อเลยค่ะถ้าเข้ามาชม..ในบล็อกของคุณพี่..ถ้าคะแนนเต็มร้อย..ขอให้สองร้อยเลยค่ะ.."เยี่ยมจริงๆค่ะ"
  • บ่งบอกว่าเจ้าของบล็อกต้องรักความสวยงามมาก เป็นระบบ ระเบียบเรียบร้อย เลิศอีกต่างหาก..เต็มเปี่ยมไปด้วยสาระจริงๆ..ชมจากใจจริงๆค่ะ..
  •  ด้วยความเคารพรักยิ่งค่ะ
  •  หนูหมูอ้วนค่ะ
หมูอ้วน ...
เขียนเมื่อ 02 Apr 2008 @ 16:29

สวัสดีค่ะคุณพี่Sasinandaที่เคารพรักยิ่ง

  •  นึกได้ตอนไปเรียนที่ออสเตรเลีย..ชั่วโมงแรกเขาให้แนะนำตัวกัน..เราคนไทย..ชื่อเมืองหลวง Bangkok..ฝรั่งก็เฉยๆเพราะทุกคนรู้จัก.. แต่พอบอกว่า"กรุงเทพมหานคร(ชื่อเต็ม) ..เท่านั้นล่ะค่ะ..ฝรั่ง..หา.My God..ทำไมชื่อยาวแบบนี้..ฮาตรึม..(ไม่ทราบ"ขำ"อะไร..งง..เหมือนกันค่ะ..อิๆๆ)
  • นึกขึ้นได้..เรื่องนี้.. ก็เลยไปค้นมาพอได้ความเป็นมาเล็กน้อยค่ะ.. เผื่อจะเป็นประโยชน์ค่ะ
  • ..สรุปสั้นๆดังนี้ค่ะ.. ชื่อทางการ เป็นอักษรโรมันคือ Krung Thep Maha Nakhon แต่ผู้พูดภาษาอังกฤษนิยมเรียกว่า Bangkok, ตามชื่อเดิมของกรุงเทพฯ คือ บางกอก..คงมีเดิมกว่านี้อีก..ต้องค้นเพิ่มค่ะ..
  •  เป็นเมืองหลวง และเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศไทย มีแม่น้ำสำคัญคือ แม่น้ำเจ้าพระยา ไหลผ่าน (เดิมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเป็นที่ตั้งของกรุงธนบุรี ซึ่งต่อมาภายหลังได้รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพ ปัจจุบันนิยมเรียกฝั่งตะวันตกของแม่น้ำนี้ว่า ฝั่งธน) นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก (จริงเหรอเนี่ย..ไม่อยากจะเชื่อ..)
  • กรุงเทพมหานครในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการปกครอง การศึกษา การคมนาคมขนส่ง การเงิน-การธนาคาร การพาณิชย์ การสื่อสาร ฯลฯ โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 1,562.2 ตารางกิโลเมตร พิกัดตามภูมิศาสตร์คือ ละติจูด 13° 45' องศาเหนือ ลองจิจูด 100° 28' องศาตะวันออก
  •  คำว่า กรุงเทพมหานคร ยังใช้เป็นคำเรียกสำนักงานปกครองท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครอีกด้วย ชื่อเมือง
  •  คำว่า กรุงเทพมหานคร แปลว่า เมืองแห่งเทพ โดยมาจากชื่อเต็มว่า "กรุงเทพมหานคร *อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยามหาดิลก ภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์ มหาสถานอมรพิมาน อวตารสถิต สักกะทัตติยะ วิษณุกรรมประสิทธิ์"(..กว่าจะพูดจบเกือบสลบ..อิๆๆ)
  •  ซึ่งนับว่ากรุงเทพมหานคร เป็นชื่อสถานที่ที่มีความยาวมากที่สุดในโลก เมื่อเป็นอักษรโรมัน คือ Krung Thep Maha Nakhon Amon Rattanakosin Mahinthara Ayutthaya Mahadilok Phop Noppharat Ratchathani Burirom Udom Ratchaniwet Mahasathan Amon Phiman Awatan Sathit Sakkathattiya Witsanu Kamprasit (167 ตัวอักษร) ซึ่งยาวกว่า ชื่อภูเขา Taumatawhakatang­ihangakoauauot­amateaturipukaka­pikimaunga­horonuku­pokaiwhenuak­itanatahu (85 ตัวอักษร)
  • ในสมัยรัชกาลที่ 1 ทรงพระราชทามนาม บวรรัตนโกสินทร์ จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงเปลี่ยนเป็น อมรรัตนโกสินทร์
  • ขออนุญาตเพิ่มเติมเผื่อจะเป็นประโยชน์บ้างค่ะ..ด้วยความเคารพ
  • ด้วยความเคารพรักยิ่งค่ะ
  •  หนูหมูอ้วนค่ะ
Sasinand
เขียนเมื่อ 05 Apr 2008 @ 00:32

สวัสดีค่ะอาจารย์..วัชราภรณ์ วัตรสุข

จริงๆตอบอาจารย์ไปแล้วค่ะ แต่ เอ ทำไมโพสไม่ขึ้น ขอโทษนะคะ ช่วงนี้กลับบ้านดึกทุกวันเลยค่ะ คิดถึงอาจารย์นะคะ หมู่นี้ ร้อนมากๆ และฝนตกด้วย อาจารย์ก็ต้องรักษาสุขภาพค่ะ

ก่อนอื่น ขอให้เรียกพี่ ก็แล้วกันนะคะ เขินค่ะ ปากหวานจังนะคะ

อาจารย์คะ เคยนั่งเรือหางยาวเที่ยวไปตามคลองไหมคะ

คลองแสนแสบ ยังเป็นคลองที่สำคัญในการสัญจรไปมาอยู่นะคะ 

 คลองแสนแสบเป็นคลองที่ขุดขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ เพื่อเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำบางปะกงเข้าด้วยกัน เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๐ ซึ่งนับได้กว่าหนึ่งร้อยหกสิบปีมาแล้ว ด้วยพระราชประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งอาวุธยุทธภัณฑ์ กำลังรบ และเสบียงอาหารไปยังประเทศญวน ในราชการสงครามไทย-ญวน ซึ่งใช้เวลารบนานถึง ๑๔ ปี และมีชื่อเรียกว่า "สงครามอันนัมสยามยุทธ"

ว่ากันว่าชื่อคลองที่เรียกว่า "แสนแสบ" นั้นเพราะยุงชุม โดยมีหลักฐานจากบันทึกการเดินทางของนักสำรวจชาวอังกฤษ ชื่อนาย ดี.โอ.คิง ความว่า " ... คลองนี้ยาวถึง ๕๕ ไมล์ เชื่อมนครกรุงเทพฯ กับแม่น้ำบางปะกง บริเวณที่ราบชนบท ... คนพื้นเมืองเป็นคนเชื้อสายมาเลย์ .... ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรอยู่ก็ตาม มือข้างหนึ่งจะต้องใช้ปัดยุงเสมอ ..."  จากหนังสือ : ชื่อบ้านนามเมือง โดย ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย

 พี่เคยนั่งค่ะสนุกดีค่ะ มีโอกาสลองดูสิคะ แปลกๆดีค่ะ

Sansaab

Sasinand
เขียนเมื่อ 05 Apr 2008 @ 01:12

สวัสดีค่ะอาจารย์ หมูอ้วน ...

อาจารย์เคยไปปากคลองตลาดไหมคะ พี่ไปบ่อยแต่ก่อนนี้ เพราะมึคนกลางส่งของอยู่ที่นั่น ที่ต้องติดต่อกับเขาประจำ และเคยไปทั้งกลางวัน กลางคืน ยิ่งหลังเที่ยงคืนของชาว "ปากคลองตลาด" กลับพลุกพล่านและดูคึกคักขึ้นทุกทีค่ะ

วิถีชีวิตของชุมชนในตลาดเก่าแก่แห่งนี้เป็นเสน่ห์ที่ตกทอดมานานหลายสิบปี และกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ชีวิตผู้คนมาแล้วหลายรุ่น

เร็วๆนี้พี่ก็ไป   เห็นว่า...ปัจจุบันแม้ตลาดปากคลองตลาดซบเซาลงบ้าง เนื่องจากมีตลาดส่งพืชผักผลไม้ใหญ่ๆ เกิดขึ้นในเขตปริมณฑลหลายแห่ง เช่น ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท แต่พ่อค้าแม่ค้าปากคลองตลาดส่วนใหญ่ยังคงยืนยันที่ไม่ย้ายไปไหน  และหลายแผงค้าเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นปู่สู่รุ่นหลานเลยค่ะขอเล่าเรื่องปากคลองตลาดสักหน่อยนะคะ....

ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่นิยมตั้งชุมชน ริมน้ำเหมือนๆ กับสากลโลกด้วยเหตุผลของการเป็นแหล่ง อาหารและแหล่งสัญจรที่สำคัญ

ที่ริมน้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสายหลักของภาคกลางที่หล่อเลี้ยงชีวิตเรามานานกว่า 3 ศตวรรษนี้ ตั้งอยู่ระหว่างราชธานีเดิม อย่างกรุงธนบุรีและราชธานีปัจจุบันอย่างกรุงเทพ มหานคร

ในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยานั้น นอกจากชาวไทยแล้ว ยังมีชาวต่าง ชาติที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารอยู่ ที่ฝั่งบางกอกไม่น้อย

โดยเฉพาะชาวจีน ที่สยามเราทำการค้าสำเภามาตั้งแต่สมัย สุโขทัยนั้น ก็มีบทบาทที่สำคัญที่ช่วยกัน สร้างชุมชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้น

ที่บริเวณถนนจักรเพชร ยาวไปจนถึงถนนมหาราชในปัจจุบัน เป็นตลาดสดขนาดใหญ่ที่ตั้งโอบล้อมวัดราชบูรณะ โรงเรียนราชินีและโรงเรียน สวนกุหลาบ เป็นแหล่งใหญ่ของเกษตรกร ชาวประมงที่จะมาขาย ต่อผู้ค้าคนกลางที่จะส่งไปขายเป็นสินค้าปลีก ย่อยอีกทอดหนึ่งนั้น

ประกอบไป ด้วยตลาดใหญ่ถึง 5 แห่งตั้งติดๆ กันเลยทีเดียว ตลาดนี้เราเรียกกันว่า "ปาก คลองตลาด"

ปากคลองตลาด ตลาดขนาดใหญ่ที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นแหล่งขายส่งผัก ผลไม้สด รวมทั้งดอกไม้สดนั้น แต่ก่อนเป็นตลาดค้าปลาขนาดใหญ่ที่ส่งตรง มาจากแม่น้ำท่าจีน (สมุทรสาคร) แล้วของที่ส่งผ่านมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา มายัง "ปากคลองตลาด" นี้

แต่ทำไมเรียกว่า  "คลอง"  ทำไมไม่ เรียกว่า "ปากแม่น้ำตลาด" นั้น

มีบันทึกกล่าวไว้ว่า ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลก ทรงโปรดฯ ให้ขุดคลองหลายสายมาตั้งแต่เริ่มสถาปนากรุงเทพกัน เลยทีเดียว

 

 และมีคลองเล็กสายหนึ่งที่รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดฯ ให้ขุดที่ข้างวัด บูรณศิริอมาตยารามขึ้น ซึ่งคลองเล็กนี้เองที่ก่อให้เกิดชุมชนริมน้ำขนาดใหญ่ ที่สมัยก่อนเรียกว่า "คลองตลาด"

อีกทั้งในย่านที่ไม่ไกลกันนี้ ก็มีคลองขุดที่ฝั่ง บางกอกมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2315 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสิน เรียกว่า "คลองใน" ซึ่งคลองทั้ง 2 แห่งนี้ ก็กลายมาเป็นตลาดสดแหล่งเดียวกัน

ยังคงเน้นการค้าปลาเป็นหลักมาจน ถึงแผ่นดินของพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่โปรดฯ จะเรียกตลาดนี้ว่า "ตะพานปลา" มา เพียงช่วงระยะหนึ่ง

 ก็มีการเปลี่ยนจากตลาดค้าปลาไปยังตำบลวัวลำพอง หัวลำโพง แทน ตลาดปลานี้จึงแปรสภาพเป็นตลาดสดที่ค้า สินค้าเกษตร กรรมที่เน้นการค้าส่งผัก ผลไม้และดอกไม้สด มาจนถึงทุกวันนี้

Pakklong

 

 

Sasinand
เขียนเมื่อ 05 Apr 2008 @ 10:51

Khong.

ขอบคุณค่ะอาจารย์หมูอ้วน ...

กรุงเทพฯเป็นเมืองหลวง และเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศไทย มีแม่น้ำสำคัญคือ แม่น้ำเจ้าพระยา ไหลผ่าน (เดิมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเป็นที่ตั้งของกรุงธนบุรี ซึ่งต่อมาภายหลังได้รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพ ปัจจุบันนิยมเรียกฝั่งตะวันตกของแม่น้ำนี้ว่า ฝั่งธน)

ขอบคุณในข้อมูล และเป็นประโยชน์มากค่ะ เลยนึกถึง คลองค่ะ กรุงเทพฯมีคลองมากมาย สมัยก่อน ใช้เป็นทางสัญจรที่สำคัญมากๆนะคะ เดี๋ยวนี้ก็ยังใช้ค่ะ แต่สำคัญน้อยลงมาก

นักท่องเที่ยว ชอบไปนั่งเรือ ชมคลอง ชมวิถีชีวิตดั้งเดิมของเรามากค่ะ เขาไม่เคยเห็นที่บ้านเมืองเขา

คลองรอบกรุง (Khlong Rop Krung) เป็นคลองขุด ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงโปรดเกล้าฯให้ขุดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2326 เมื่อครั้งย้ายเมืองหลวงจากกรุงธนบุรีมาอยู่ฝั่งพระนคร

ในครั้งนั้นพระนครฝั่งตะวันออก มีภูมิประเทศเป็นแหลมโค้ง มีลำน้ำโอบอยู่สามด้าน ส่วนด้านในซึ่งติดกับผืนแผ่นดิน ได้ขุดเป็นคูเมืองไว้ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี จึงมีสัณฐานคล้ายเกาะ

 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อซากป้อมบางกอกเดิมกับกำแพงเมืองครั้งกรุงธนบุรี เพื่อขยายกำแพงและคูพระนครใหม่ให้กว้างออกไป คูพระนครใหม่นี้โปรดเกล้าฯ ให้ขุดขนานไปกับแนวคูเมืองเดิม เริ่มจากริมแม่น้ำตอนบางลำพู วกไปออกแม่น้ำข้างใต้ บริเวณเหนือวัดสามปลื้ม ยาว 85 เส้น 13 วา กว้าง 10 วา ลึก 5 ศอก พระราชทานนามว่า "คลองรอบกรุง"

ประชาชนโดยมากมักเรียกชื่อคลองแตกต่างตามสถานที่ที่คลองผ่าน เช่น ตอนต้นเรียก "คลองบางลำพู" ตามชื่อตำบล เมื่อผ่านสะพานหันเรียก "คลองสะพานหัน" เมื่อผ่านวัดเชิงเลน เรียก "คลองวัดเชิงเลน"

และช่วงสุดท้ายเรียก "คลองโอ่งอ่าง" เพราะเคยเป็นแหล่งค้าขายเครื่องดินเผาของชาวมอญและชาวจีน

เนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2525 คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2525 ให้เรียกชื่อคลองนี้ให้ถูกต้องว่า "คลองรอบกรุง"

Klonginthepast

สวัสดีค่ะ

รักกรุงเทพฯค่ะ โดยเฉพาะกรุงเทพฯช่วงเทศกาลวันหยุด.... จะไม่ไปเที่ยวไหนเลย ..เที่ยวอยู่ในกรุงเทพฯนี่แหล่ะ สบายที่สุดแล้ว ^_^

หมายเหตุ : วันนี้ปิ๊กพาน้องหมา มาหาบ้านด้วยอ่ะค่ะ  http://gotoknow.org/blog/pik/175419  ฝากเด็กๆ ไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ

 

Sasinand
เขียนเมื่อ 05 Apr 2008 @ 23:25

สวัสดีค่ะ คุณ จินตนา อิ่มรักษา

ที่บอกว่า เที่ยวอยู่ในกรุงเทพฯนี่แหล่ะ สบายที่สุดแล้ว จริงที่สุดค่ะ รถว่างดีด้วย ไปเที่ยวสวนก็ดีนะคะ เคยไปเที่ยวสวนเบญจกิตติหรือยังคะ ร่มรื่นมากๆค่ะ สวย สะอาด ปลอดภัยดีค่ะ

Atsuanbenjakitti

Sasinand
เขียนเมื่อ 06 Apr 2008 @ 13:57

สำรวจเส้นทางน้ำ เพิ่มช่องทางโดยสารเรือเมล์
                (21 มี.ค. 51) เวลา 14.00 น. :

 นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำคณะ ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางเดินเรือโดยสาร คลองแสนแสบ จากท่าเรือคลองตัน - คลองพระโขนง เชื่อมต่อการเดินทางในระบบขนส่งมวลชน อาทิ รถไฟฟ้าบีทีเอส และรถโดยสารประจำทาง ไปยัง ถ.สุขุมวิท และ ถ.ศรีนครินทร์

เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชน สามารถใช้ระบบขนส่งมวลชน ที่หลากหลายรูปแบบ ตอบสนองการเดินทางที่สะดวก อีกทั้งเป็นการรองรับการขยายตัวของชุมชนและการคมนาคมในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่เขตสวนหลวง
                สำหรับการสำรวจเส้นทางเดินเรือโดยสารคลองพระโขนง คลองประเวศบุรีรมย์เชื่อมต่อเส้นทางเดินเรือโดยสารคลองแสนแสบ

ในวันนี้ เริ่มออกจากท่าเรือคลองตัน ไปบรรจบคลองพระโขนง บริเวณวัดมหาบุศย์ ไปท่าเรือใต้สะพานพระโขนง ถ.สุขุมวิท และกลับเรือใต้สะพานพระโขนงไปตามแนวคลองพระโขนง ไปสู่คลองประเวศบุรีรมย์ ผ่านวัดใต้ วัดมหาบุศย์ วัดยาง วัดต้นไทรย์ มัสยิดอัลกุ๊บรอ วัดปากบ่อ มัสยิดอัลเอี๊ยะติชอม วัดขจรศิริ ถึงตลาดเอี่ยมสมบัติ สิ้นสุดที่ท่าเรือใต้สะพานข้ามคลองประเวศบุรีรมย์ ถ.ศรีนครินทร์

สวัสดีค่ะ

  • เพิ่งมีโอกาสมาทัวร์กรุงเทพผ่านบันทึกนี้ค่ะ
  • บังเอิญหรือโชคดีก็ไม่รู้ค่ะที่เป็นคนเชียงใหม่ แต่ เหมือนไม่ห่างไกลจากกรุงเทพ คงเพราะสมัยเด็ก ทุกปี พ่อแม่จะพาเด็กบ้านนอกสี่คนพี่น้องเข้าเมืองหลวง เพื่อตัวท่านได้พักผ่อน พบปะญาติพี่น้อง
  • แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การจัดทัวร์ชมสถานที่สำคัญๆ ในกรุงเทพ ฯ ค่ะ ที่เราจะรู้สึกตลอดว่า พามาทำไม ร้อนก็ร้อน เดินก็เยอะ นั่งรถก็นานเพราะรถติด สมัยก่อนติดมากกว่านี้นะคะ สมัยนี้ ถนนซ้อนถนน เมืองก็ขยาย แหล่งจับจ่าย (ซื้อของ เดินเล่น) ที่คนจะไปก็เลือกทำเลที่ตั้งเอาใจผู้อยู่อาศัย ไม่เหมือนแต่ก่อน
  • มาวันนี้กลับกลายเป็นความภาคภูมิใจลึกๆ ว่า สิ่งที่ได้มาชม ไปรับรู้ สัมผัส ในทุกโซนของเมืองหลวงที่คุณ Sasinanda  สรุปรวมไว้ ไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่ในใจเรา ไม่เว้นแม้แต่ภาพศาลาเฉลิมไทยที่หายไป
  • อ่านบันทึกนี้ มองเห็นภาพตัวเองวัยเด็ก หน้านิ่ว คิ้วขมวด เดินในอาณาบริเวณรอบสนามหลวง   นั่งรอหอพิพิธภัณฑ์ หอสมุดเปิดก็มี ตลาดนัดสนามหลวงก่อนโน้น ก็ถูกพาเดินเป็นวันๆ ค่ะ เล่นว่าวก็ยังได้โอกาส...คิดแล้วก็แปลกใจตัวเองว่าอยู่ภูธร ยังได้ท่องกรุงทุกปีๆ ได้อย่างไร แล้วก็คิดถึงพ่อ พ่อเป็นคนกทม. โดยกำเนิด แล้วพ่อก็กลับบ้านที่ กทม. ในที่สุดค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์ที่เคารพ

  • ตามมาอ่านวันละเล็กละน้อย เป็นการละเลียดอาหารสมองและได้อรรถรสทางปัญญาค่ะ
  • ได้แง่มุมของกรุงเทพ ฯ ที่น่าทึ่งค่ะ
  • รู้สึกรักกรุงเทพ ฯ ขึ้นอีกมากเลยค่ะ
  • ขออนุญาตเข้ามาเยี่ยมบ่อย ๆ นะคะ
  • รักษาสุขภาพด้วยค่ะ...^_^
Sasinand
เขียนเมื่อ 10 Jul 2008 @ 17:27

สวัสดีค่ะคุณ ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี
ขอบคุณค่ะ ที่เข้ามาอ่าน เรียกว่า เป็นคนกรุงเทพฯเหมือนกันค่ะ ตามคุณพ่อนะคะ ดีจังได้ทราบประวัติคุณไปในตัว
มีเยอะค่ะ ที่เราเกิดจังหวัดใด แต่ ต้องไปอยู่ ที่จังหวัดอื่น ตามความเหมาะสมนะคะ

เป็นคนเชียงใหม่ แต่ เหมือนไม่ห่างไกลจากกรุงเทพ คงเพราะสมัยเด็ก ทุกปี พ่อแม่จะพาเด็กบ้านนอกสี่คนพี่น้องเข้าเมืองหลวง เพื่อตัวท่านได้พักผ่อน พบปะญาติพี่น้อง... พ่อเป็นคนกทม. โดยกำเนิด แล้วพ่อก็กลับบ้านที่ กทม. ในที่สุดค่ะ

มีข่าวดีค่ะ ลออ่านดูนะคะ...

16:00 น.-10-07-2008

ทราเวล แอนด์ เลเชอร์ นิตยสารการท่องเที่ยวชื่อดังจากอเมริกา เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นทางออนไลน์ ระบุว่า...
กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้รับเลือกเป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปีนี้
ขณะที่หมู่เกาะกาลาปากอส ในเอกวาดอร์ รับเลือกให้เป็นหมู่เกาะที่ดีที่สุด
ทั้งนี้ ผู้อ่านนิตยสารฉบับนี้ยังเลือกโรงแรมซินกิตา ซาบิน แซนด์ ในอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ แอฟริกาใต้ให้เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดของโลก
ด้านสิงคโปร์ แอร์ไลน์ คว้าตำแหน่งสายการบินยอดเยี่ยมที่ดีที่สุดไปครองอีกครั้ง

นางแนนซี โนโวกรอด หัวหน้ากองบรรณาธิการทราเวล แอนด์ เลเชอร์ กล่าวว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ และหมู่เกาะกาลาปากอสคว้ารางวัลสูงสุด โดยขอแสดงความยินดีที่มีเมืองใหม่ติดอันดับจำนวนมากในปีนี้ ทั้งธรรมชาติและการผจญภัยนับเป็นปัจจัยดึงดูดสำคัญในการเลือกสถานที่ท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม เมื่อปีที่แล้ว กรุงเทพฯ ติดอยู่ในอันดับที่ 3 ส่วนหมู่เกาะกาลาปากอสอยู่ในลำดับที่ 8 สำหรับเมืองและเกาะที่ดีที่สุดในปี 2550 คือ เมืองฟลอเรนซ์และเกาะบาหลีร่วงลงสู่อันดับ 5 และอันดับ 2 ตามลำดับ 

Rank2007NameScore
1 3 Bangkok 87.61
2 2 Buenos Aires 87.24
3 10 Cape Town 86.59
4 5 Sydney 86.49
5 1 Florence 86.24
6 - Cuzco, Peru 86.15
7 4 Rome 85.12
8 6 New York 85.03
9 8 Istanbul 84.61
10 9 San Francisco 84.42

 

Sasinand
เขียนเมื่อ 14 Jul 2008 @ 23:50

สวัสดีค่ะคุณ คนไม่มีราก
สำหรับเรื่องสายการบินนานาชาติ สายการบินไทย ก็ยังได้รับการโหวตให้เป็นที่ 3 ค่ะ สำหรับปี 2007ค่ะ

Rank2007NameScore
1 1 Singapore Airlines 90.22
2 3 Emirates Airline 82.44
3 5 Thai Airways International 81.44
4 4 Cathay Pacific Airway 80.06
5 9 SilkAir 79.86
6 8 Japan Airlines (JAL) 79.70
7 - All Nippon Airways (ANA) 79.24
8 6 Virgin Atlantic Airways 79.18
9 - Air Tahiti Nui 76.89
10 - Korean Air
  รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น