ทุกคน ต่างได้รับรู้เรื่องราวที่มาของหม้อปูรณฆฏะและรู้ซึ้งถึงบรรยากาศความจริงจังและงดงามของพิธีการ สร้างให้งานสัมมนาครั้งนี้ดูขลังมลังมเลือง งามด้วยปัญญาและศรัทธา ตั้งแต่เริ่มต้นเป็นศุภฤกษ์ชัยมงคล

ศิษย์น้องๆและแควนๆทั้งหลาย

          ผมจะเดินทางไปเมืองจีน เพื่อเพิ่มวรยุทธ เอ้ย
! ไม่ใช่ เพื่อไปเจรจาและลงนามทำสัญญาร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัย Honghe อ่านว่า หวงเหอ แปลว่าแม่น้ำเหลือง

        เผลอๆจะออกเสียงเป็นสำเนียงไทยว่า ห่วงเธอ ก็มิขัด กำหนดเดินทาง วันที่ 4-6 กันยายนนี้ สามวันคงเหนื่อยน่าดูเหมือนกัน แต่คงได้เรื่องดีดีมาฝากตามเคยครับ แต่ผมมีคิวที่อยากเล่าเยอะมาก แต่มีเวลาน้อย คิดว่าจะเขียนอยู่หลายเรื่องแต่เขียนอยู่ในหัวทั้งน้าน J

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">เรื่องไปญี่ปุ่นก็ยังไม่จบดีดังใจ ค้างอีกหลายตอน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">เบื้องหลังสัมมนาก็ยังค้างอยู่</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">เรื่องธรรมะ ปฏิบัติธรรม น้องอึ่งก็ขอให้เขียนวิธีเจริญสติ สมาธิ ฝึกจิตดูใจ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>            โอ้ย! มีหลายเรื่องที่เข้าคิวรอ เอาไว้ไปเขียนบนเครื่องบินดีกว่า  ผมอยากจะเล่าถึงเบื้องหลังการจัดงานพิธีการเปิด-ปิดและงาน “Welcome Party อลังการล้านนา เพื่อให้เป็นเกียรติแก่ทีมงานที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ก่อนที่จะลืมเลือนไป

         เริ่มตั้งแต่ได้ตั้งโจทย์ขึ้นมาว่า งานครั้งนี้จะเป็นงานสัมมนาที่มีชีวิต ไม่แข็งกระด้างด้วยบรรยากาศทางวิชาการที่มีแต่การฟังและการพูดของผู้ทรงคุณวุฒิเท่านั้น ขาดความจริงใจในการต้อนรับ ขาดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้จัดกับผู้เข้าร่วมสัมมนา

         พอจบงานสัมมนา ทุกอย่างก็จบลง ต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้าน ทิ้งสิ่งที่ได้จากการสัมมนาไว้ที่งาน ผมเคยไปร่วมงานสัมมนาใหญ่ระดับชาติมาหลายงาน เรียกว่าส่วนใหญ่เป็นแบบโจทย์ที่เราตั้งว่าไม่อยากให้ออกมาแบบนั้น ทีมงานจึงมานั่งคิดกันว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง โดยผมตั้งโจทย์ไว้ละเอียดพอควร ดังที่เคยกล่าวไว้ในบันทึกที่ผ่านมา

        สิ่งที่เราเห็นพ้องต้องกันคือการนำศิลปวัฒนธรรมล้านนาผสมผสานให้เข้ากับบรรยากาศทางวิชาการ นี่คือสิ่งที่เราต้องการขายเป็นจุดเด่นให้แก่ผู้ที่เข้ามาร่วมสัมมนาจากทั่วประเทศได้รับและเรียนรู้

</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">โจทย์ที่ตั้งมาได้รับการตอบสนอง โดยการตกแต่งบริเวณงานทั้งหมดให้มีบรรยากาศศิลปะล้านนา บุคคลที่สมควรได้รับการปรบมือมี สามกลุ่ม คือ</p>

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>           กลุ่มแรก อาจารย์รุทธ ประวัง อาจารย์เสน่ห์ วงศ์สุฤทธิ์ อาจารย์เอกพงศ์ สุริยงค์และทีมงานนักศึกษาจากสาขาวิชาศิลปกรรม ที่ออกแบบตกแต่งบรรยากาศภายในห้องสัมมนา

          กลุ่มที่สอง เจ้าหน้าที่ศิลปกรรมของโรงแรม ที่ตกแต่งบริเวณล็อบบี้

         และกลุ่มสุดท้าย ที่ผมต้องลุกขึ้นยืนปรบมือให้ คือน้องบอยศิษย์เก่าคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่รับหน้าที่ตกแต่งในขั้นสุดท้ายอย่างละเมียดละมัย ทั้งจัดวางเครื่องประดับตกแต่งและดอกไม้บริเวณพิธีเปิดและบริเวณนอกห้องสัมมนา

         ส่วนผมกับน้องเอกจตุพร คิดเรื่องการต้อนรับ กะให้ซึ้งใจสุดๆตั้งแต่สนามบินมาถึงบริเวณงาน มีการขับกล่อมด้วยค่าว จ๊อยซอล้านนา มีสาวงามแต่งกายล้านนาสวมพวงมาลัยดอกมะลิให้ทุกท่าน ก่อนเข้าลงทะเบียนในงาน</p><p>

 </p>
<p>            ผมคิดอะไรออกมา น้องเอกก็ทำหน้าที่เป็นนักประชาสัมพันธ์ชั้นยอดรายงานข่าวออกไปเป็นระยะๆ ทำให้เกิดบรรยากาศฮือฮาขึ้นใน gotoknow

            ก่อนหน้างานเพียงหนึ่งอาทิตย์ หลังจากไปดูสถานที่มา ผมก็นั่งคุยกับกับน้องบอย ถึงช่วงพิธีเปิดงานให้ประทับใจ น่าจะมีไฮไลท์สั้นๆระหว่างที่ท่านอธิการบดีทำพิธีเปิด ซึ่งได้เคยคุยมาก่อนแล้วรอบหนึ่งกับน้องเอก น้องนนท์และน้องโอ๋ แต่ยังไม่ลงตัวดีนัก
</p><p>
 </p><p>             จู่ๆน้องบอยก็พูดถึง หม้อปูรณฆฏะ ขึ้นมาว่า น่าจะให้ท่านอธิการบดีรินน้ำใส่หม้อ ผมก็ปิ๊งแว่บขึ้นมาเห็นภาพทุกอย่างชัดเจนลงตัว

             จึงยกหน้าที่ให้น้องบอย ออกแบบหม้อปูรณฆฏะ ส่วนผมคิดธีมทำเส้นเสียงหาดนตรีและeffect  มานั่งเขียนเป็น script ออกมาแล้วจึงไปหาดนตรีประกอบ

            ได้ตัวมือทำเส้นเสียงมือฉมัง อาจารย์นิรุตต์ แก้วหล้า ในสาขาวิชาดนตรีที่เคยร่วมงานกันมาหลายงานแล้ว พอบอกให้ฟังคร่าวๆว่าจะเอาเสียงอะไรบ้าง เช่น เสียงน้ำ เสียงกลอง เสียงอัญเชิญเทวดาแบบล้านนา อ.นิรุตต์ก็ประสาน อ.บุญยิ่ง ที่ถนัดงานดนตรีพื้นเมืองมาช่วยด้วย เตรียมกันเพียงหนึ่งวันก็เรียบร้อย

            พอนัดกันที่ห้องอัดเสียง ผมก็ให้อ.บุญยิ่ง เป็นคนพากย์ แต่ฟังดูแล้วเส้นเสียงแบนไปไม่ค่อยขลังสมใจ พอดีผศ.รณชิต แม้นมาลัย มายืนอมยิ้มให้กำลังใจอยู่ ผมจึงขอมาทดสอบเสียงดู ปรากฏว่าแจ๋ว จึงขอให้อัดเสียงเลย

            เริ่มต้นด้วยเสียงกลองปูจาที่อัดมาจากงานประกวดแข่งขันการตีกลองปูจาเมื่อปีที่แล้ว ตามด้วยเสียงน้ำไหลรินเอื่อยๆแล้ว ขึ้นเสียงอัญเชิญเทวดาแบบล้านนา ให้แต่ละเส้นเสียงซ้อนทับกัน

           ขนาดผมฟังในห้องส่ง ยังขนลุกเกรียวรู้สึกได้ว่ามีทิพย์เทพยดาท่านเสด็จลงมาชุมนุมกันจริงๆ

           พอถึงคิวที่มีบทบรรยาย เรื่องที่มาของหม้อปูรณฆฏะที่ผมเอามาผูกเรื่องให้รับกันกับการมาชุมนุมสัมมนาการจัดการความรู้ในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาปัญญาให้งอกงามดุจหม้อปูรณฆฏะ ซึ่งผศ.รณชิต แม้นมาลัย ก็อ่านได้ความรู้สึกดี

            ยกเว้นตอนขึ้นต้นว่า หม้อ ปูรณฆฏะ หม้อแห่งปัญญา อาจารย์เล่นเน้นเสียงคำว่า”หม้อ” ลอยมาออกชัดเจน เว้นช่วงวรรคแล้วจึงกล่าวคำว่า ปูรณฆฏะตามมา เล่นเอาผมฟังแล้วหัวเราะก๊ากความขลังหมดสิ้นไปพริบตา

           เลยต้องขอแก้ script เป็น ปูรณฆฏะ หม้อแห่งปัญญา ค่อยฟังดูดีขึ้นมาตามธีม เกือบไปแล้วมั้ยละ ดีว่างานนี้ผมไม่ปล่อยให้ทีมงานทำกันเอง ไม่งั้นได้หัวเราะกันก้องห้องแต่ที่จะน้ำตาซึมขนลุกเกรียวอย่างที่เป็น

           พอได้เส้นเสียงเสร็จแล้ว ผมจึงไปหาภาพมาทำสไลด์โชว์ประกอบ แล้วขออาจารย์เอกพงศ์ สุริยงค์ มือกราฟิกคู่ใจมาตกแต่งภาพ เสร็จแล้วเอามาตัดต่อเรียงภาพทำ effect ให้เข้ากับอารมณ์ของเส้นเสียงต่อไป

          ผมต้องนั่งทำในวันที่ ๑๒ ในขณะที่ไปคุมงานการตกแต่งห้องในช่วงบ่าย ทำๆหยุดๆเพราะต้องประสานงานหลายเรื่อง รวมทั้งไปรับวิทยากรที่มากันในวันนั้นด้วย จึงมาแอบทำในตอนห้าทุ่มเสร็จเอาในตอนตีสองของวันที่ ๑๓ สิงหาคม

          มาใจหายใจคว่ำหน่อย เมื่อน้องบอยมาบอกว่า หม้อปูรณฆกะเสร็จแล้ว แต่ไม่ได้น้ำแข็งแห้งมาในวันที่๑๒ เพราะหมด ต้องไปเอาตอนเจ็ดโมงเช้าของวันที่ ๑๓ โดยนั่งรถของโรงแรมไปแวะเอาตอนไปรับวิทยากรที่มาจากสนามบิน

          ซึ่งทำให้ผมต้องหลับตาภาวนา ว่าขอให้ทันๆ อย่ามีอุปสรรคขัดข้อง</p><p>

 </p>
<p>             ซึ่งงานในพิธีเปิด ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี คิวทุกอย่างรื่นไหล ทั้งประธานในพิธี ทั้งภาพทั้งแสงสีเสียง effect ต่างๆกลมกลืนลงตัว สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่รับชมทุกคน

            ทุกคน ต่างได้รับรู้เรื่องราวที่มาของหม้อปูรณฆฏะและรู้ซึ้งถึงบรรยากาศความจริงจังและงดงามของพิธีการ สร้างให้งานสัมมนาครั้งนี้ดูขลังมลังมเลือง งามด้วยปัญญาและศรัทธา ตั้งแต่เริ่มต้นเป็นศุภฤกษ์ชัยมงคล

           ดังคำกล่าวว่า เริ่มต้นด้วยดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ฉะนี้</p>