อาณาขอมโบราณนั้นได้รับอิทธิพลความเชื่อจากอินเดียผ่านมาทางขวา ศาสนาฮินดูหรือศาสนาพราหมณ์นั้นยกย่องกษัตริย์ว่าเป็นเทพเจ้า เรียกว่า “ลัทธิเทวราชา” กษัตริย์คือตัวแทนของเทพเจ้าในโลกมนุษย์ ซึ่งมีการสร้างเทวสถานถวายให้ และเชื่อว่าเมื่อสวรรคตแล้ววิญญาณจะประทับอยู่ที่ปราสาท ซึ่งเป็นคติเทวราชาที่เชื่อว่ากษัตริย์คือเทวเจ้าอวตารลงมา

มหัศจรรย์นครวัด

 วันนี้จะพาท่านไปรู้จักที่มาของปราสาทนครวัด ว่าเหตุใดกษัตริย์ในอดีตของกัมพูชาจึงได้คิดที่จะสร้างปราสาทนครวัด

 

 

มหาปราสาทนครวัด ก่อสร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในพุทธศตวรรษที่ 17 (พ.ศ. 1650 – 1693) จุดประสงค์เพื่อสร้างอุทิศถวายแก่พระวิษณุเทพในศาสนาฮินดูหรือศาสนาพราหมณ์ และยังใช้เป็นราชสุสานเก็บพระศพของพระองค์ ด้วยเหตุนี้มหาปราสาทนครวัดจึงถูกสร้างให้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ต่างจากปราสาทอื่นๆ ที่จะหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเสียเป็นส่วนใหญ่

 


            อาณาขอมโบราณนั้นได้รับอิทธิพลความเชื่อจากอินเดียผ่านมาทางขวา ศาสนาฮินดูหรือศาสนาพราหมณ์นั้นยกย่องกษัตริย์ว่าเป็นเทพเจ้า เรียกว่า ลัทธิเทวราชากษัตริย์คือตัวแทนของเทพเจ้าในโลกมนุษย์ ซึ่งมีการสร้างเทวสถานถวายให้ และเชื่อว่าเมื่อสวรรคตแล้ววิญญาณจะประทับอยู่ที่ปราสาท ซึ่งเป็นคติเทวราชาที่เชื่อว่ากษัตริย์คือเทวเจ้าอวตารลงมา

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p> <table border="6" cellspacing="6" cellpadding="10" width="152" align="center" style="width: 152px; height: 58px; border-width: 6px; border-color: #cc0000"><tbody><tr>

 

</tr></tbody></table>
            ด้วยความเชื่อเช่นนี้เอง ที่ทำให้กษัตริย์ขอมเมื่อขึ้นครองราชย์ จึงตั้งหน้าตั้งตาสร้างปราสาทตลอดรัชกาลของแต่ละพระองค์ เป็นศาสนสถานสัญลักษณ์ของระบบสุริยะจักรวาลตามคติฮินดูหรือความหมายก็คือศูนย์กลางของโลกและจักรวาลนั่นเอง

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p> <table border="6" cellspacing="6" cellpadding="10" width="150" align="center" style="width: 150px; height: 58px; border-width: 6px; border-color: #0000ff"><tbody><tr>

 

</tr></tbody></table>
            พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ทรงครองอาณาจักรขอมระหว่างปี พ.ศ. 1656 – 1693 รวม 37 ปี หลังสิ้นรัชกาลของพระองค์ กษัตริย์ขอมองค์ต่างๆ ที่ขึ้นครองราชย์ยังคงมีการก่อสร้างปราสาท แต่ไม่มีปราสาทใดเลยจะยิ่งใหญ่ไปกว่ามหาปราสาทนครวัดแห่งนี้

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p> <table border="6" cellspacing="6" cellpadding="10" width="78" align="center" style="width: 78px; height: 58px; border-width: 6px; border-color: #99ff00"><tbody><tr>

 

</tr></tbody></table>
            นครวัดไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและสูงส่งเลิศเลอในบรรดาปราสาทขอมทั้งหมดเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองในตัวในตัวเองด้วย นั่นก็คือมีฐานะเป็นทั้งเมืองหลวง และศาสนสถานประจำรัชกาลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ที่สร้างอุทิศถวายแก่พระวิษณุเทพ

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p> <table border="6" cellspacing="6" cellpadding="10" width="250" align="center" style="width: 250px; height: 58px; border-width: 6px; border-color: #ffff00"><tbody><tr>

 

</tr></tbody></table>
            ส่วนนอกสุดของนครวัดกั้นด้วยคูเมืองขนาดใหญ่ ยาว 1.5 กิโลเมตร กว้าง 1.3 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมดเกือบ 2 ตารางกิโลเมตร การวางผังของปราสาทที่ไม่เหมือนปราสาทอื่น สังเกตได้จากโคปุระทางทิศตะวันตกของกำแพงนอกสุดจะมีขนาดใหญ่ที่สุดและใหญ่กว่าโคปุระอีก 3 ทิศ <table border="6" cellspacing="6" cellpadding="10" width="188" align="center" style="width: 188px; height: 58px; border-width: 6px; border-color: #ff66ff"><tbody><tr>

 

</tr></tbody></table>            ท่านผู้อ่านคิดเหมือนผมไหมครับว่า ช่างน่ามหัศจรรย์จริงๆ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ได้ทรงสร้างนครวัดไว้ตามความเชื่อ แต่ก็กลายเป็นมรดกตกทอดที่มีค่ามหาศาลถึงลูกหลานชาวกัมพูชา ทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาชมนครวัดไม่ขาดสาย ถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณปีละ 10 ล้านคนครับ ทำให้เกิดความสำเร็จในด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ผู้ทีมาเยี่ยมชมก็ได้รับความประทับใจกลับไป