ในนามเป็นครูผู้สอน   ที่ถูกกรอบครอบงำไว้   ที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่ง  และนโยบายที่ผู้บริหารรับมา  หรือสั่งมา   เดินเข้ามาถึงเรื่องของการสอนด้วย 

เรื่องมันมีว่า...การสอนโดยครูจ้างชาวต่างประเทศ  ต้องดำเนินการตามมติของคณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียน   ที่มีนโยบายให้ฝรั่ง 4 ชาติเท่านั้นที่จะมาสอนที่โรงเรียน  คือ..ผมสีแดง  ไม่ใช่ดำ  

 เมื่อสองปีก่อน  ครูอ้อยได้ปฏิบัติตามหลักการที่ถูกต้องก็คือ...เปิดซองประมูล  เราได้สถาบันสอนภาษาต่างประเทศที่ราคาถูก   และการสอนดี   มีเทคนิคการสอนที่ดี  มีความเป็นครูสูง  ควบคุมนักเรียนได้   เราจึงเลือก  และดำเนินการมาเป็นเวลา 2 ปี  

พอย่างเข้าปีที่ 3 ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป  เพราะเปลี่ยนผู้บริหารที่นิยม...ฝรั่งผมสีแดง  

ครูอ้อยได้ติดต่อประสานงานกับสถาบันสอนภาษาให้ปรับเปลี่ยน   เราได้ฝรั่งผมสีแดง  แต่อายุเยอะมาสอน  ซึ่งสอนดีมาก  เท่าที่ครูอ้อยไปแอบนิเทศติดตาม   แต่ระยะนี้  ครูคนนั้นสอนแบบตัวต่อตัว  เพราะเป็นการสอบปลายภาคเรียนที่เน้น  การสนทนา 

ครูประจำชั้นท่านหนึ่ง..กำลังจะซีสูงมาก...ไม่รู้ว่าครูฝรั่งทำอะไร  ได้ไปฟ้อง...ต้องใช้คำว่า..ฟ้อง..เพราะเธอไม่ได้พูดกับครูอ้อยซึ่งเป็นผู้ดูแลโดยตรง  

ครูอ้อยเลยผ่านท่านรองฝ่ายวิชาการ...ให้เธอเขียนบันทึกมา   เธอครูคนนั้นได้เขียนบันทึกถึงท่านผู้อำนวยการ     เมื่อถึง..การประชุมนัดเรื่อง...การเตรียมการประเมินของโครงการ...จิปาถะ  ท่าน ผอ.ทักทายครูอ้อยว่า..

.เอออ้อย...ฝรั่งที่มาสอนนี่ทำสัญญาต่อภาคเรียนใช่ไหม...

ครูอ้อยตอบว่า..ใช่ค่ะ 

ท่านผอ.จะเปลี่ยนบริษัทใหม่  หากจะให้ครูอ้อยดำเนินการติดตาม  ประสานงาน  ครูอ้อยจะขอให้ดำเนินการตามระเบียบ  ซึ่งจะมีการ...ประมูล  เปิดซอง  การว่าจ้าง...

หากท่านผู้อำนวยการ  รับบริษัทที่ผอ.ชอบ หรือสิเนหา...ก็เรียนเชิญท่าน...ติดตามการดำเนินการด้วยตัวท่านเอง...

ครูอ้อย...ไม่ทำอีกต่อไปแล้ว...อะไรที่ไม่ถูกต้องและเหมาะสม...ไม่ทำ...มีอะไรไหม 

เลือกอะไรดี...ถูกต้อง  หรือถูกใจ