ใครมีจิตนาการอะไรที่ดีๆ มาแบ่งปันกันด้วยนะค่ะ

                พอพูดถึงคำนี้ฟังแล้วก็ชวนให้คิดถึง........แต่เรื่องดีๆ ........เราเรียกภาพที่ได้ถูกสร้างขึ้นในใจเรากันว่าจินตนาการ มีการแบ่งประเภทของจินตนาการด้วยกันเป็น 3 อย่างคือ แบบเพ้อฝัน แบบอนาคต และแบบความเป็นจริง พอเจอประเด็นแบบนี้ก็กลับมาคิดว่าแล้วจินตนาการในทางเศรษฐศาสตร์มันเป็นประเภทไหนกันแน่........ถ้าจะขอมองในแง่ความคิดของตัวเองโดยเฉพาะไม่เกี่ยวกับใคร บอกได้เลยว่าส่วนใหญ่จะเป็นประเภทเพ้อฝัน ที่อยากจะให้เกิดจริงๆ แต่ถึงแม้จะเพ้อฝันไปหน่อยแต่ก็เอามาใช้กับเหตุการณ์จริงๆ ได้ค่ะ               

                  ในทฤษฏีทางการตลาด เราตั้งชื่อประเภทตลาดออกตามปริมาณผู้ขายอาทิ ตลาดผูกขาด, ตลาดผู้ขายน้อยราย, ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดและ ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ และที่แน่ๆ ตลาดประเภทหลังสุดเนี่ยแหละค่ะที่เป็นจินตนาการของนักเศรษฐศาสตร์...........ทำไมตลลาดประเภทนี้ถึงเป็นจินตนาการได้ล่ะ.......สาเหตุก็เนื่องจากว่า คุณสมบัติของตลาดที่จะได้ขึ้นชื่อว่าตลาดแข่งขันสมบูรณ์นี่ต้องมาจากคุณสมบัติต่างๆเหล่านี้ด้วยกัน               

ประการแรก- ผู้ซื้อและผู้ขายมีจำนวนมาก จนกระทั่งปริมาณการซื้อขายของแต่ละบุคคล ไม่มีผลกระทบกระเทือนให้ราคาสินค้าชนิดนั้นในตลาดเปลี่ยนแปลงได้แม้แต่น้อย               

ประการที่สอง- สินค้าที่ขายในตลาดนั้นไม่ว่าจะมาจากผู้ขายรายใด จะต้องเหมือนกันทุกประการ               

ประการที่สาม ทุกคนในตลาดจะต้องมี Perfect Information หรือรู้ข้อมูลทั้งหมดในตลาดอย่างสมบูรณ์                  

             ดูแค่คุณสมบัติสามข้อข้างต้นก็คิดได้ว่ามันมีแบบนี้ในโลกด้วยเหรอ......แล้วถ้าไม่มีจะตั้งขึ้นมาทำไม .......ที่ต้องทำให้มีตลาดแบบนี้เกิดขึ้นมาก็เพราะว่าอยากให้มันเกิดในโลกความเป็นจริงนั่นแหละค่ะ เพราะตลาดแบบนี้สมบูรณ์เสียจน ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบกัน ราคาสินค้าก็เป็นไปตามต้นทุนที่แท้จริง โดยไม่เกิดกำไรส่วนเกินกับผู้ขายเลย นอกจากนี้ยังได้สวัสดิการสูงสุดด้วยค่ะ               

               จินตนาการทำให้เกิดสิ่งต่างๆมากมายในโลกนี้.....ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และจิตใจ แต่ที่แน่นอน จินตนาการที่จะช่วยยกระดับจิตใจของเรา ก็คือจินตนการที่ก่อให้เกิดแรงผลักดันในการทำสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับตนเอง สังคม และประเทศชาติ........ใครมีจิตนาการอะไรที่ดีๆ มาแบ่งปันกันด้วยนะค่ะ