.....จำได้ว่าสมัยยังเป็นเด็ก ได้อ่านบทกลอนบทหนึ่งและได้ท่องจำไว้ เนื้อความของกลอนบทนั้นมีอยู่ว่า
"สองคน ยลตามช่อง
คนหนึ่ง มองเห็นโคลนตม
คนหนึ่ง ตาแหลมคม
มองเห็นดาวอยู่พราวแพรว"
.....ต่อมาเมื่อได้ค้นคว้าเพิ่มเติมก็ได้ทราบว่าต้นแบบเป็นบทกวีของท่านเช็คสเปียร์ ที่ว่า "Two folks look through same hole, one sees mud, one sees star." ถอดเป็นภาษาไทยโดยท่านภราดา ฟ. ฮีแรห์ แห่งอัสสัมชัญ เมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว (ข้อมูลจาก ไทยโพสต์ 25 พ.ย. 2547 โดยคุณสุวรรณ) ความหมายก็คือมุมมองของคนหลายคนในเรื่องเดียว อาจมีความแตกต่างกันได้ ไม่จำเป็นว่าคนหนึ่งต้องมองว่าบวกอีกคนต้องมองว่าลบเสมอไป อาจจะมองทางบวกทั้งคู่ หรือลบทั้งคู่ก็ได้ ถ้าแตกต่างกันในความคิดเห็นก็จัดว่าเป็นสองคนยลตามช่องได้ทั้งสิ้น

.....จนถึงปัจจุบัน พี่เม่ยก็ยังคงยึดมั่นในแนวคิดนี้และนำออกมาใช้เสมอๆ โดยเฉพาะเมื่อพบกับเหตุการณ์ที่มีความขัดแย้งเพราะความคิดเห็นที่แตกต่าง (ยิ่งถ้าความคิดเห็นของฝ่ายหนึ่งคือเราด้วยละก้อ..จิตใจไม่ค่อยจะยอมสงบทุกที) ต้องรีบท่องกลอนบทนี้ในใจหลายๆรอบ ทำให้รู้สึกใจเย็นขึ้น ช่วยให้ใจเราเปิดกว้าง และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นผู้อื่นได้มากขึ้นค่ะ