ที่จริงก็ไม่ง่ายนักหรอกที่จะเป็นลูกสาวตาแก่คนนี้ มาตรฐานต่ำสุดก็ต้องเป็นBlogger

 

ที่จริงพวกเราเป็นพวกเอาการเอางานกันทั้งนั้น  แอบไปดูตอนทำงานทุกคนศีรษะฟูหน้ามันปั่นงานเหมือนหนอน บางคนหอบงานมานอนกอดแทนหมอนข้าง หายเหนื่อยหายตาค้างยังลุกมาทำงานกลางดึก ไม่ได้เป็นพวกเหลวไหลเอาแต่จ๊ะจ๋าจำนรรจาหากันหรอกนะ เมื่อก่อนท่านเหล่านี้ดูดีมีชาติตระกูลกันทั้งนั้น (สำนวนชาวปูนซิเมนต์) มาเสียคนอีตอนที่ผมพาจ๊ะจ๋าฮาเฮนี่แหละ เพราะเห็นว่าโลกทุกวันนี้มันเครียดนัก ขืนทำตัวเขม็งเกลียวเดี๋ยวได้เข้าโรงพยาบาลสวนปรุง ไปนั่งยิ้มกับยุงใต้ต้นลำไย 

เรื่องBlog บีบคอให้เขียนไม่ได้ ผมรู้สึกอย่างนี้จริงๆนะ  ถึงเราจะอบรมให้ ชวนคิดชวนเขียน พวกที่ไม่ชอบเรื่องนี้ก็จะเจาะแจ๊ะในตอนแรกนิดๆหน่อยๆ แล้วก็จะค่อยๆเลือนหายไป เว้นแต่คนที่สนใจเป็นการส่วนตัวจริงๆ  จะค่อยๆเรียนรู้ด้วยตนเอง ถามคนโน้นคนนี้ ด้วยความกระหายใคร่รู้พัฒนาการขึ้นมา พวกนี้จะอยู่คงทนถาวร สงสัยว่าจะมีDNA.Blog    

พวกที่ชวนแล้วไม่ประทับจิตจะไปโทษกันก็ใช่ที่ ก็คนมันไม่ชอบจะมาข่มคอให้กินหญ้าได้อย่างไร ในการประชุมเกี่ยวกับการจัดการความรู้ เรามักมองผ่านจุดตรงนี้  ส่วนใหญ่ก็จะตั้งหน้าตั้งตาอบรมการเขียน บางทีจุดคลิ๊กอาจจะอยู่ที่การใช้Blogการอ่านBlogปูพื้นฐานให้ก่อนก็เป็นได้ บางคนจำเป็นต้องให้เวลาค่อยๆซึมซับ บางทีอ่านไปเจอเรื่องโดนใจอาจจะไปจ๊ะจ๋ากับคนที่เขียน คุยไปคุยมาเกิดความคันอยากจะเขียนบ้างยังงี้ก็มี  การตั้งประเด็นคุยเรื่องคนในวงการBlog คนที่เกี่ยวข้องBlog และคนที่ควรจะเป็นผู้สนับสนุนในองค์กร ตรงจุดนี้ก็น่าสนใจไหมละ 

ผมคิดว่าBloggerแต่ละคน ย่อมมีใจที่จะขยายความรู้เกี่ยวกับการเขียนBlogอยู่แล้ว ประสบการณ์ตรงเหล่านี้น่าจะมีเสน่ห์นำมาเล่าในที่ประชุมได้อย่างสนุก ว่าใครใช้กลอุบายอะไรบ้าง ยกตัวอย่างระหว่างอาจารย์ลูกหว้ากับอาจารย์ราณี สหายคู่นี้เป็นเหมือนปาท่องโก๋ ไปไหนก็เดินโชว์เอกลักษณ์ม้าลายแสนสวยด้วยกันเสมอ  

ต่อมาอาจารย์ลูกหว้าสนุกกับการเขียนBlog แต่อาจารย์ราณีมองแล้วเฉยๆ  จุดพลิกผันเรื่องนี้อยู่ที่ว่าอาจารย์ลูกหว้าใช้กลเม็ดเด็ดพรายอะไร จึงทำให้อาจารย์ราณีเป็นนักเขียนBlog ที่งัดเอาความลึกซึ้งที่สะสมมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก มาร่ายอักษรสะท้อนคิดในมุมสาวมั่นอย่างเอาจริงเอาจัง ผมแอบอ่านทุกตอนทั้งทึ่งทั้งนะจังงัง นี่ละหรือคนที่ไม่สนใจเขียนBlog พอติดลมบนเที่ยวท่องไปหาพันธมิตรBlogจนลือกระฉ่อน หายหน้าไปใครๆก็โอดครวญถึง มาคราวนี้คนฝากมากอด ฝากห่อเสน่หามาให้ ผมละชื่นใจแทนเธอจริงๆ ที่เห็นเธอเข้ามายืนอยู่ในอ้อมกอดBlogeerได้  

บางคนอาจจะคิดว่าผมมีลูกสาวลูกชายเยอะ ที่จริงก็ไม่ง่ายนักหรอกที่จะเป็นลูกสาวตาแก่คนนี้ มาตรฐานต่ำสุดก็ต้องเป็นBlogger นอกจากนั้นยังเป็นคนที่มีมิติทางสังคม มีน้ำใจมาตรีต่อเพื่อนมนุษย์ เป็นวิศวกรทางสังคม ผมเห็นว่าถ้าพวกเราไม่ช่วยกันดูแลสังคม เอาแต่ลอยเพสังคม เราจะให้สังคมนี้อยู่ได้ภายใต้เงื้อมมือของใคร ข้อคิดข้อเขียนของพวกเราแต่ละคนนี้แหละ คือบทสะท้อนประวัติศาสตร์สังคมแห่งยุคสมัย รวมตัวกันใหญ่ขึ้นเมื่อไหร่ก็จะได้กลุ่มก้อนของคนรักดี คิดดี มีอิสระ ไม่อยู่ใต้อาณัติหรือผลประโยชน์ใคร  ดำเนินกิจกรรมภายใต้ใจสั่งมาล้วนๆไม่ใส่ถั่วงอกและถั่วลิสงป่น 

บางคนแซวว่า อย่างนี้ก็เป็นพวกที่เอาแต่ใจละสิ 

ใช่เลย .. 

เป็นอย่างนั้นเสียด้วย

พวกนี้เอาใจเป็นใหญ่ 

ใช่เลย.. 

เพราะเขามีหัวใจที่ไม่ธรรมดา

ไม่ธรรมดายังไงละ 

อ๋อ ..หัวใจเขาเหล่านี้นะรึ

หัวใจเสริมใยเหล็ก 

จริงรึ 

จริงสิ 

แน่นะ 

เอ๋อแน่ละสิ 

อย่าหลอกนะ 

ไม่หลอกสิ 

ตามไปดูได้ที่ มหากรรม KM ภูมิภาค เมืองพิษณุโลก

อิอิ