แต่ก่อนนี้ผู้เขียนไม่ได้เป็นคนอำเภอศรีราชา(แถบทะเล) แต่อยู่ฝั่งภูเขา อำเภอบ้านบึง ที่มีวิ่งควายนั่นแหละ ต่อมาได้ย้ายมารับราชการที่ศรีราชา และมีบ้านพักที่ ตำบลบางพระ ลีมไปไม่มีใครเขาสัมภาษณ์ประวัติสักหน่อย แต่กำลังจะเข้าเรื่องแล้ว มาอยู่บางพระใหม่ๆ ก็รู้สึกแปลกใจกับประเพณีหนึ่ง ที่เขาสืบสานกันมานับร้อยปี( บางพระเป็นเมืองเก่าแก่ ก่อนจะมาเป็นส่วนหนึ่งของชลบุรี) ประเพณีที่ว่า ชื่อ แห่พญายม จะจัดในงานวันไหลในช่วงสงกรานต์ ราวๆ วันที่ 14-15 เมษายน ของทุกปี ก่อนวันแห่ จะมีการปั้นรูปพญายม(มัจจุราช) กันด้วย กระดาษผสมกาว มีไม้ไผ่เป็นโครง ปั้นออกมาแล้ว รูปร่างท่านก็ใหญ่กว่าคนธรรมดาสัก 2 เท่า แต่กายเหมือนที่เราเคยเห็นกัน ก็เคยเห็นกันมาก่อนทั้งนั้นแหละ อย่าเพิ่งปฏิเสธ พวกเราล้วนเคยตายกันมานับภพ นับชาติไม่ถ้วน ตกกลางคืน ก็จะมีงานเฉลิมฉลองพญายมกัน ในการทำรูปท่านนี้ จะเวียนกันไป ปีละชุมชน แต่เวลามาร่วมงาน จะรวมกันจุดเดียว มีงานการแสดงพื้นบ้านทั่วไป ให้ท่านพญายมได้รับชม พอรุ่งเช้า จะมีการทำบุญร่วมกัน อุทิศส่วนบุญกุศลให้ท่านพญายมอีก บ่ายจัด ชาวบ้านจะมารวมตัวกันเดินแห่พญายมผ่านหมู่บ้าน ตรงไปยังทะเล แล้วจึงถึงพิธีสำคัญ นำท่านไปล่องทะเล เป็นการฝากความชั่วร้ายที่จะมีในหมุ่บ้านไปกับการล่องสังขารท่าน
พญายมหรือที่เรารู้จักกันดี คือท่านพระยามัจจุราช ผู้เขียนเคยอ่านหนังสือนวนิยายเล่มหนึ่ง ได้จินตนาการเกี่ยวกับท่านให้ได้รู้ว่า ท่านเป็นเทพที่มีหน้าที่ตัดสินความชั่วดีของมนุษย์ หลังความตาย เป็นผู้มีความยุติธรรมสุดๆ ใครที่เมื่อไปอยู่ต่อหน้าท่านพญายมแล้ว มิอาจโกหก ซ่อนเล้นความดี ความชั่วของตนได้ จะต้องสารภาพมาทั้งหมด เป็นภาพฉายให้ดู แล้วจิตของผู้นั้นก็ยอมรับ แบบไม่มีการบิดพริ้ว มนุษย์ส่วนมากก็ทำมาทั้งดี ทั้งชั่ว แต่ตามกฎแห่งกรรม กรรมใดแรงกว่า ก็จะส่งผลให้ไปรับผลก่อน กล่าวกันว่าพญามัจจุราช เป็นผู้ที่ทำความดีเท่ากับความชั่ว เท่ากันพอดี ดังนั้น ท่านจึงได้รับผลกรรมที่แตกต่างกันมาก เช่น ทุกวันธรรมสวนะ ท่านจะได้ขึ้นไปฟังธรรมที่สวรรค์ ส่วนเวลาอื่นท่านจะต้องคอยตัดสินกรรมมนุษย์ และดูแลสัตว์นรก ทุกหนึ่งชั่วโมง ท่านจะต้องดื่มน้ำทองแดง เป็นความทุกข์ทรมานที่ท่านได้รับ(จากการอ่านมาไม่อาจใช้เป็นหลักฐานยืนยัน-ผู้เขียน )
ในเมื่อมนุษย์ไม่อาจหลีกเลี่ยงความตายได้ ก็เป็นที่แน่นอนว่าจะต้องมีโอกาสพบท่าน นอกเสียจากพวกบาปหนัก ที่จะถูกแรงกรรมดูดลงนรกไปโดยไม่ต้องรอพิพากษา หรือท่านที่บำเพ็ยบุญมามากๆ ก็จะมีผลบุญส่งให้ขึ้นสวรรค์ โดยไม่ต้องมารอการตัดสินจากท่านเช่นกัน
ชาวบางพระทำให้ผู้เขียนรู้สึกอึ้ง ในแนวคิดที่สืบทอดกันมาให้มีการบูชาเคารพพญายม โดยไม่ได้มีความรู้สึก กลัว เหมือนบางคนค่ได้ยินใครเอ่ยถึงท่าน ก็เหมือนกับได้ยินสิ่งที่น่าหวาดกลัว ชวนขนลุก และบางคนถึงกับห้ามลูกหลานเอ่ยชื่อท่านในบ้านเป็นอันขาด ชาวบางพระเป็นกลุ่มคนพิเศษ มีมรณานุสติ เป็นการฝึกให้คนรุ่นหลัง ได้สืบทอดแนวติด การเตรียมตัว เตรียมใจ ไม่ประมาทในความตาย และอย่างน้อยที่สุด ก็สร้างความคุ้นเคยก่อน จะได้พบตัวจริง เสียงจริง
แต่ที่น่าแปลกใจมากขึ้นไปอีกก็คือ สำหรับตัวผู้เขียนเอง เป็นผู้ที่ระลึกถึงท่านทุกวัน มานาน หลังจากการสวดมนต์ทุกเช้า เย็น จะถวายบุญกุศลให้ท่านพญามัจจุราชเป็นประจำ และสม่ำเสมอ และวันนี้ ก็ได้มาอาศัยอยู่ในดินแดนที่ผู้คน ต่างมีใจระลึกถึงท่านเช่นกัน อาจจะนานมาก มากเป็นร้อยๆปีแล้ว การระลึกถึงความตายเป็นความไม่ประมาท วันนี้ท่านนึกถึงพญายมแล้วหรือยัง.......
ดิฉันเป็นพยาบาล
เคยได้ยินคนไข้บอกว่า นอนหลับเคลิ้มไป แล้วเห็นพญายมมาหา
จะมารับไปอยู่ด้วย แต่ยังไม่ยอมไป
แต่อีกไม่นานคนไข้ คนนั้นก็เสียชีวิต
ดิฉันไม่อยากเชื่อ แต่ได้ยินคนไข้หลายคนบอก
แล้วก็เสียชีวิตแทบทุกคน
สวัสดีค่ะ
เขายังบอกไว้ด้วยนะคะ ถ้าคนที่ค่อนไปทางบาปมากๆ ท่านจะมายืนค้ำหัว ตอนมาเอาวิญญาณ ส่วนคนที่ค่อนมาทางบุญ ท่านจะยืนเยื้องไปทางด้านข้างหรือปลายเท้า ท่านจะเคารพผู้มีบุญค่ะ
ขอบคุณที่เข้ามาให้ความสนใจนะคะ และจะแวะไปเยี่ยมที่บล็อกนะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ขจิต
ได้พบท่านพญายมหรือยังคะ ถ้ายังไง สงกรานต์ปีหน้ามาเที่ยวชมท่านได้ทีบางพระค่ะ
ขอบคุณค่ะเรื่องภาพ จะพยายามศึกษานะคะ แลดูจะเริ่มโง่อีกแล้ว
สวัสดีค่ะ
เมื่อเด็กๆ เคยดูละครเรื่อง ภิภพมัจจุราช ค่ะ ชอบมาก ถามว่ากลัวมั้ย ตอนเด็กๆ กลัวค่ะ เพราะท่านดูน่ากลัว แล้วถามว่าตอนนี้ละกลัวรึปล่าว ก็ยังตอบยากเหมือนกันค่ะ เพราะหากพบท่าน แสดงว่าต้องตายแล้ว ตอนนี้ก็กำลังฝึกใจให้พร้อมกับการตายค่ะ บางทีก็ทำได้ บางทีก็ทำไม่ได้ค่ะ
สวัสดีค่ะ ดีจังเลยนะคะที่คนบางพระยังสืบสานประเพณีดีๆไว้ การมีความเชื่อ ความศรัทธาในการกระทำที่ผลจะต้องติดตัวเป็นของตนไปจนตาย ทำให้คนตั้งมั่นในศีล เป็นสิ่งที่ทำให้สังคม ชุมชนอยู่ได้อย่างสุขสงบ
ภาพริมทะเล น่าชมทั้งคนและทะเล บรรยากาศแสนสุข วันหลังจะขอตามมาอาบบรรยากาศด้วยคนนะคะ
สวัสดีค่ะ
อาจารย์ขจิต ขอบคุณมากค่ะ แต่ทำเกินกว่าเหตุนะ แล้ววิธีตัดรูปคนออก เอาแต่วิวละทำอย่างไร เขินจัง!
สวัสดีค่ะ คุณ
paew
เคยไปเป็นวิทยากร เขาให้หัวข้อที่ค่อนข้างยาก คือ การดูแลสภาวะสุดท้ายของชีวิต จดจำพระท่านสอนว่า ให้สติคนใกล้ตาย ให้ระลึกถึงความดีที่ได้ทำมา และถ้ามีคนถามว่าทำบุญอะไรมา ( ท่านพญายมจะให้โอกาส ถามถึงกรรมดีก่อน) ให้นึกเสียเดี๋ยวนี้ว่า คือบุญอะไร นึกให้เห็นภาพชัดเจน จนเกิดปิติในใจ จะไม่ลืม แล้วดิฉันก็ซ้อมถามผู้เข้าอบรม ถามว่าให้เวลาคิดถึงความดีคนละหนึ่งอย่าง แล้วก็ไล่เวลาติ๊กต่อกๆๆๆ หมดเวลา ปรากฎว่า คิดกันไม่ต่อยออก บางคนก็พูดแบบเลื่อนลอย เช่น ทอดผ้าป่า ทอดกฐิน ช่วยคน ฯลฯ พอถามลงลึกว่าที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ ตอบไม่ได้ พอเริ่มถามใหม่ ว่าใครคิดถึงความไม่ดีที่ทำมาบ้าง แย่งกันตอบเลยค่ะ ชัดเจนมาก ทุบหัวปลา ฆ่าไก่ เล่นไพ่ เถียงพ่อแม่ ดื่มเหล้า ฯลฯ ถามยำว่าครั้งสุดท้ายที่ไหน ยังตอบได้อีก เลยบอกว่าอันตรายมาก เพราะจำได้แต่สิ่งไม่ดี ให้ฝึกใหม่ลืมสิ่งไม่ดี ให้หมด คิด จดจำแต่สิ่งที่ดี ยังมีเวลา
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณนายด็อกเตอร์
มาเที่ยวชลบุรีนะคะ ดิฉันชอบไปเที่ยวกรุงเก่า ไปไหว้พระที่ไม่มีโบถส์ ทะเลนี้คือที่บางพระค่ะ
ขอบคุณที่เข้ามาชมค่ะ
สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ
คนที่นี่ เขาตั้งอก ตั้งใจมาก งานวันแห่ญายมค่ะ
สวัสดีครับ น้องหมอ
สวัสดีค่ะพี่เกษตรยะลา
พระย่อมคุ้มครองผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบเช่นพี่เสมอ อย่างเพิ่งเดินทางบ่อยนักนะคะ อันตรายมากจัง จะรู้สึกเป็นห่วงและไม่สบายใจ กับชีวิตชาวใต้ทุกคนค่ะ วันนี้คิดถึงพญายมหรือยังคะ
สวัสดี ครับ
ทั้งสองหนุ่มนั่นแหละ
ระวังให้ดี ชอบแกล้งชาวบ้านเขา พรุ่งนี้เลย มาเอารูปคนออก ให้เหลือแต่วิวเท่านั้น อายชาวบ้านเขา แขกยิ่งเข้ามาเยอะอยู่ เดี๋ยวเขาก็คิดว่าเป็นภาพประกอบ บทความหรอก เอาพญายมไปล่องสังขารในทะเล จัดการให้เรียบร้อยนะคะ