เราไม่ได้เกิดมาบนโลกเพื่อยื้อแย่ง แข่งขันกันเป็นใหญ่ การจัดสวัสดิการโดยตัวเราเอง ครอบครัว ชุมชน ประชาสังคม รัฐและตลาดก็เพื่อสร้างสรรค์โลกที่น่าอยู่ ขอเราจงมีชีวิตอยู่ ด้วยการระลึกรู้ในโลกที่บังเกิดขึ้นในแต่ละครั้งผ่านแดนรับรู้ที่เรามีอยู่ จนกว่าแดนรับรู้ของเราจะแตกดับ สลายไป

ผมเห็นว่าบุคคลเลือกทำอะไรบางอย่างโดยคุณค่าและมูลค่าที่ตนเองให้
การซื้อกับข้าวถุงเป็นการเลือกที่จะไปทำงานหาเงินมาซื้อดีกว่าทำกับข้าวเองโดยเปรียบเทียบกับคุณค่าและมูลค่าที่ให้
ผมได้ยินเรื่องเล่าการแลกเปลี่ยนแรงงานเก็บข้าวของเกลอเขาเกลอเล ฝากวัวไว้กับเกลอเขาช่วงน้ำหลากแบ่งลูกวัวกัน ขนผลไม้/ของป่ามาแลกข้าว
เมื่อก่อนคนลุ่มน้ำไม่มีเครื่องจักร เวลาเก็บข้าวด้วยแกระ จะขนคนทางเขามาอยู่บ้านเป็นเดือน

แถวบ้านตำบลเสาธงที่ผมมาอยู่ถึงปัจจุบันประมาณ20ปี เมื่อก่อนมีงานก็ช่วยกัน เดี๋ยวนี้ก็ยังช่วยกันทำกับข้าว แต่ล้างจานใช้วิธีจ้างเหมา และมีเต๊นท์ให้เช่าพร้อมเครื่องครัวครบชุด

ผมเข้าใจว่า ในท้องถิ่นที่ห่างไกลมีความจำเป็นต้องช่วยเหลือกัน ระบบความสัมพันธ์ก็เป็นแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน แต่ภายหลังระบบนี้ถูกผสมโรงด้วยระบบทุน แทนที่จะเป็นสวัสดิการชุมชน กลายเป็นทุกคนต้องจ่ายแพงกว่าให้กับเหล้ายาปลาปิ้ง เป็นปัญหาสำคัญอันหนึ่งของชุมชนในปัจจุบัน

ที่ผมเห็นว่าแต่ละคนเป็นผู้จัดสวัสดิการให้กับตนเอง รองลงมาคือครอบครัว เพราะผมนับทุกเรื่องของชีวิตที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการ ตั้งแต่ อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ดูแลตัวเองให้อยู่รอดปลอดภัย
เรื่องทำกับข้าวเป็นการแลกเปลี่ยนแรงงาน ถ้าหากเราขายแรงงานหรือปัญญาแลกเป็นเงินมาซื้อข้าวถุง ก็ถือว่าเราดูแลตัวเองโดยสมยอมกับตลาด
ทุกคนต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มก็เป็นเงินที่ยกให้รัฐเป็นผู้จัดสวัสดิการใครมีรถยนต์ต้องจ่ายเพิ่มก็เป็นภาษีเฉพาะเพื่อให้รัฐทำถนนหนทางเป็นสวัสดิการโดยรัฐ เป็นต้น

ผมไปเข้าคอร์ทอานาปนสติที่สวนโมกข์9วัน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย โดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จัดเป็นสวัสดิการหรือการพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัย
การดำเนินงานของสวนโมกข์นานาชาติผมถือเป็นสวัสดิการสังคม     ที่สำคัญในระดับจิตวิญญาณที่สังคมช่วยกันสร้างขึ้น มิใช่รัฐหรือตลาด(เอกชน) และสังคมในแต่ละชุมชนก็มีวัดเป็นสถาบันสวัสดิการทางจิตวิญญาณที่ยังคงมีความสำคัญอยู่ ทั้งระดับความเชื่อศรัทธา หรือในระดับปฏิบัติเพื่อการพ้นทุกข์อย่างจริงจัง

สังคมมีพลวัต และในพลวัตก็มีหน่วยจัดการที่มีความจำเป็นเพื่อให้ชีวิตเป็นปกติสุข

ความสำคัญของการจัดสวัสดิการโดยชุมชนในแง่เป้าหมายคือ
ชุมชนมีศักยภาพที่จะทำ ด้วยทุนทางสังคม ทรัพยากร ปัญญาและ    เงินตราที่มีอยู่ เราจะให้ชุมชนทำในศักยภาพที่มีอยู่อย่างไร?
ซึ่งไม่ลงตัว เป็นแบบเดียวกัน

ความสำคัญของการจัดสวัสดิการโดยชุมชนในแง่กระบวนการคือ
การจัดสวัสดิการโดยชุมชนเป็นกลไกสร้างระบบความสัมพันธ์ในแนวระนาบซึ่งเป็นกระบวนการฟื้นฟูพลังทางวัฒนธรรมเครือญาติและชุมชนที่ยังหลงเหลืออยู่ให้กลับมามีพลังสอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นการสร้างความเป็นชุมชนซึ่งมีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของชีวิตมนุษย์
ยิ่งเป็นชุมชนที่ขยายพรมแดนกว้างขวางและมีขอบเขตของจิตสำนึกเอื้ออาทรลึกซึ้งเพียงใดก็จะเป็นสังคมที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้นเท่านั้น

เราไม่ได้เกิดมาบนโลกเพื่อยื้อแย่ง แข่งขันกันเป็นใหญ่
การจัดสวัสดิการโดยตัวเราเอง ครอบครัว ชุมชน ประชาสังคม รัฐและตลาดก็เพื่อสร้างสรรค์โลกที่น่าอยู่

โลกที่เราได้มีโอกาสเกิดมาชื่นชมความลี้ลับร่วมกัน

อีกไม่นานเราต้องจากโลกนี้ไป

ขอเราจงมีชีวิตอยู่ ด้วยการระลึกรู้ในโลกที่บังเกิดขึ้นในแต่ละครั้งผ่านแดนรับรู้ที่เรามีอยู่ จนกว่าแดนรับรู้ของเราจะแตกดับ สลายไป

จนกว่าจะถึงวันนั้น