คิดว่าเราทุกคนมีคำตอบอยู่แล้วว่า เหตุใดเราจึงเลือกทางชีวิตแบบนั้น เหตุใดจึงเลือก "ซื้อ" สวัสดิการ มากกว่า "ทำเอง" หรือ "ทำเอง" มากกว่า "ซื้อ" หรือ "รอรับ"
ถ้าจะสาวความกันให้สุดๆ แม้แต่แปรงฟัน อาบน้ำเอง ก็ต้องซื้อแปรง ซื้อยาสีฟันจากตลาด แต่ในอดีตนั้น "ทำเอง" จริงๆ
การเข้าใจเหตุผลว่า เราจะเลือก "ทำเอง" หรือ "ซื้อ" หรือ "รอรับจากหลวง" หรือ "แลกเปลี่ยนกับเพื่อนบ้าน" นี่แหละค่ะ จึงจะทำให้เราอธิบายบทบาทของรัฐ ตลาด ชุมชน และครอบครัวได้ โดยไม่อคติมากนัก
"บุคคลเลือกทำอะไรบางอย่างโดยคุณค่าและมูลค่าที่ตนเองให้" ... ข้อความนี้ตรงใจมาก..
ถ้าจะบอกว่า เศรษฐศาสตร์ก็คิดคล้ายๆอาจารย์ภีม ไม่รู้ว่าจะ "รับได้" รึเปล่า
อมาตยา เซน อาจจะตั้งคำถามว่า แล้วคุณค่านั้นมาจากไหน (สำหรับ "มูลค่า" เศรษฐศาสตร์จะบอกว่า "มูลค่า" มาจาก "คุณค่า" และ "ความหายาก")
คุณค่านั้นมาจากกระบวนการทางสังคมค่ะ
ฉะนั้น ถ้าจะตีความจากที่มาของ "คุณค่า" และ "มูลค่า" ก็น่าจะพอสรุปได้ว่า สังคมจะสร้างสวัสดิการแบบไหน ใครทำ ขึ้นอยู่กับ "กระบวนการทางสังคม" และ "กลไกตลาด" ได้ไหมคะ ที่สำคัญคือ อย่าปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเดียว เพราะ "คุณค่า" บางอย่างจะถูกกลบลบไปด้วย "ความหายาก" (ที่ทำให้เพชรแพงกว่าน้ำ แล้วเราก็หลงยกย่องคนมีเพชรประดับกาย)
ที่น่าสนใจและอยากชวนวิวาทะมาก คือ "สวัสดิการด้านจิตใจ"
ครั้งหนึ่ง สังคมเคยเชื่อมั่นว่า "ความสงบ สะอาด สว่าง" คือความสุขที่แท้ นำไปสู่การอยู่โดยไม่เบียดเบียนกัน
แต่ปัจจุบัน "ความเพลิดเพลิน" คือ ความสุข แล้ว ความสุขก็เลยซื้อได้จากตลาด
จะสร้างกระบวนการทางสังคมอย่างไร เราจึงจะตีความ "สวัสดิการทางจิตใจ" เสียใหม่