สมาธิที่ดี คือ เอาไป สร้างสติให้ต่อเนื่อง ทำจิตให้ว่าง

says: <p>หวัดดีค่ะอาจารย์</p><p>[email protected] says: </p>

 ได้

</font><p> says:</p>

ขออนุญาตปรึกษาอาจารย์ค่ะ

</font><p>[email protected] says: ok </p><p> says:</p>

หนูฝึกดูจิตอยู่อ่ะค่ะ

</font><p> says:</p>

แล้วช่วงนี้เหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรเลยค่ะ จิตไม่ค่อยเกิด

</font><p>[email protected] says:    เออ </p><p> says:</p>

สติอ่อนหรือปล่าวคะ

</font><p>[email protected] says:</p>

คราวนี้ ความคิด ....มันจะแว่บ เข้ามาตอน เผลอๆ

</font><p>[email protected] says:</p>

คิดจรหน่ะ

</font><p> says:</p>

ใช่ค่ะ เหมือนไม่รู้ตัว แต่รู้อยู่นะ

</font><p> says:</p>

เพราะถ้ามี สติจะระวังเร็วมากค่ะ

</font><p> says:</p>

หนูกลัวว่ามันจะเร็วแต่อ่อนอ่ะ

</font><p>[email protected] says:</p>

ทำไปเรื่อยๆ ใหม่ๆ จะแพ้ ความคิดบางตัว

</font><p>[email protected] says:</p>

กิเลส ๑๕๐๐ ตัว มีความยาก ง่าย ต่างๆ กัน เราก็ กำจัดไป เรื่อยๆ เหมือน ถอนหญ้า

</font><p>says:</p>

มีตั้ง 1500 ตัวเลยเหรอคะ ไม่เคยรู้เลย

</font><p> says:</p>

อาจารย์คะ แล้วความคิดจรนี่ดีหรือเปล่า แยกกุศลกับอกุศลได้เหมือนกันมั๊ยคะ

</font><p>says:</p>

มันมาจะมาจากจิตว่างหรือเปล่า

</font><p>[email protected] says:</p>

คิด จร มีทั้ง ดี และ ร้าย

</font><p>[email protected] says:</p>

กิเลส มันมากับ ความคิด นั่นแหละ

</font><p>[email protected] says:</p>

อย่าดูจิตอย่าเดียว มีโอกาส ก็สร้าง กุศลไปเรื่อยๆ

</font><p> says:</p>

พยายามอยู่ค่ะ

</font><p>[email protected] says:</p>

อภัยทาน

</font><p>[email protected] says:</p>

อ่าน หนังสือธรรมะ แนว ครูบาอาจารย์ ปฎิบัติดีๆ   เจอคนดีๆ 

</font><p>[email protected] says:</p>

อ่าน ตอนที่พระพุทธเจ้า ทรงผ่าน เรื่องราวต่างๆ

อ่านจนเรา   ปิติเกิด นั่นแหละ เจ๋ง

</font><p>[email protected] says:</p>

ปิติเกิด ก็ให้รู้ อย่าอิน อย่าอยากเอาอีก เอาอีก

</font><p> says:</p>

อาจารย์คะ แล้วถ้าจิตมันไม่ค่อยเกิดอย่างนี้

</font><p> says:</p>

แล้วเรื่องที่จะพิจารณา ในตอนนั้นมีน้อยลง

</font><p> says:</p>

แล้วคนที่ดูจิตมานานแล้ว

</font><p> says:</p>

เขาจะดูอะไรอ่ะ

</font><p>[email protected] says:</p>

ไม่ใช่ว่า จิตไม่เกิดหรอกนะ    เนื่องจาก พวกเรา ระดับมือใหม่  จะไม่เห็นจิตที่ละเอียด และ ปานกลาง ต่างหากล่ะ  .... มันเกิด แต่ เครื่องมือวัด เราไม่ดีเอง

</font><p>[email protected] says:</p>

ตอนนี้ เครื่องมือ ดูจิต range ยังกว้าง จับ พวก จิตละเอียดๆ ไม่ออก เช่น มานะ ถือตน อาฆาต กาม ฯลฯ สังโยชน์ ตัวท้ายๆ น่ะ

</font><p>[email protected] says:</p>

คนฝึกจิตดี ก็ ยังต้องฝึก ให้ดีขึ้น และ ไม่ประมาท มันไม่ stable

</font><p>[email protected] says:</p>

ที่ว่า ไม่เสถียร คือ วันนี้ ดูจิตเก่ง   ไม่แน่ ว่าพรุ่งนี้ จะดูจิตเก่งเท่าวันก่อน

</font><p>[email protected] says:</p>

ฝีมือในการดูจิต มันยัง ขึ้นๆลงๆ จนกว่า จะ Auto สติ

</font><p>[email protected] says:</p>

เหมือนนักกีฬา มี ฟอร์มฮอต สด กับ ฟอร์มตก คนดูจิต ก็เช่นกัน

</font><p> says:</p>

เมื่อไรถึงจะ stable ล่ะค่ะ

</font><p> </p>[email protected] says: <p>ถ้า มันขึ้นๆ ลงๆ แต่ ภาพรวมมันขึ้น สักวัน มันจะ เป็น Auto เอง </p><p> says:</p>

แยกจิตออกอย่างสมบูรณ์ใช่มั๊ยคะ

</font><p>[email protected] says:</p>

พระโสดาบัน ก็จะเจอ "ผล" แต่ ก็เจอ ไม่นาน ต้อง ฝึกต่อไปอีก

</font><p>[email protected] says:</p>

พระโสดาบัน อุปมา คือ คนที่เดินทางในห้องมืดมิด และ เห็น ประตูเปิด มีแสงส่องมา แต่ ไม่นาน ประตูก็ปิด แต่ ท่าน ก็ ร้องอ๋อ กะแนวทางเดิน ทิศทางเดิน ได้แล้ว  จำทางได้แล้ว   เดินต่อไปเรื่อยๆ อย่างมั่นใจ  ไม่สงสัย (ไม่มี วิจิกิจฉา)

</font><p>[email protected] says:</p>

พอ สกทาคามี คือ เห็น ประตูเปิดแสงส่อง อีก ท่านก็ไม่ตื่นเต้นมากนัก เพราะ เคยเจอ และ ก็ยังอยู่ในทางเดิม

</font><p>[email protected] says:</p>

พอ อนาคามี ก็เจอ ประตู สว่างอีก ท่านก็รู้ ฝึกต่อไป

</font><p>[email protected] says:</p>

จน เป็น อรหันต์ นั่นแหละ ถึง ประตูนั้น เปิดออกให้เลย หลุดออกมาจากห้องมืด (วัฎสงสาร)

</font><p> says:</p>

เดินเข้าไปใกล้ประตูต่างๆกัน

</font><p> says:</p>

งั้นหนูก็เห็นประตูแง้มๆแล้วค่ะ อิอิ

</font><p>[email protected] says:</p>

ต้องแน่ใจว่า ได้ "ออโต้ สติ"  ......  มีครูบาอาจารย์ ที่มี วาสนา ในการดูศิษย์ออกว่าใครบรรลุ ชี้แนะด้วย ..... แต่หายากนะ

</font><p> says:</p>

หนูขอให้อาจารย์ชี้แนะด้วยค่ะ สาธุ

</font><p>[email protected] says:</p>

และ เมื่อ โสดาบัน ขยับตัว ขยับกาย มันรู้ไปหมด จากที่เมื่อก่อน ต้องฝึก ตอนนี้ รู้เองแบบ ออโต้ เลย

</font><p>[email protected] says:</p>

เมื่อโสดาฯ แล้ว   ถ้า ประมาท ไม่ฝึก ก็ "ซึม" รั่วออกแบบช้าๆ ไม่รู้ตัว     จึงต้องระวังมากๆ   ไม่ประมาท

</font><p>[email protected] says:</p>

โสดาบัน เป็นแค่ ขึ้นบันได มาถึง ขอบเรือน ยังไม่ได้เข้าตัวเรือน   ยังไม่ได้เข้าไป  ปัดกวาดกิเลสในตัวเรือนเลย 

</font><p> says:</p>

โสดาบันถอยหลังได้?

</font><p>[email protected] says:</p>

ถ้าไม่ระวัง จะ หล่น ลงไป รูดลงไป ตามบันได

</font><p>[email protected] says:</p>

บางตำราว่าไม่หล่น   บางตำราว่าหล่น

</font><p> says:</p>

เหมือนอาจารย์จะรู้ว่าหนูตั้งเป้าไว้ที่ โสดาบัน นะคะ

</font><p>[email protected] says:</p>

แต่ ครูบาอาจารย์หลายองค์ ยืนยันว่า   "ถอยได้"  ....จึงต้อง ฝึกต่อ ถึง ทุกขณะจิต ไม่ประมาท

</font><p> says:</p>

ไม่รู้เป็นเพราะอะไร มันคอยเช็คข้อธรรมของตัวเองตลอดเลยค่ะ

</font><p> says:</p>

อันไหนไม่ถึง ไม่เข้าใจ ก็จะลองทำดู

</font><p>[email protected] says:</p>

ดี

</font><p>[email protected] says:</p>

เออ

</font><p>[email protected] says:</p>

ต้อง ไปกราบ หลวงพ่อกล้วย ตอนคนน้อยๆ

</font><p> says:</p>

หนูเคยไปกราบค่ะ แต่หลวงพ่อท่านไม่พูดอะไรมากค่ะ

</font><p>[email protected] says:</p>

ลอง self check  เช่น  การให้ การเสียสละ มีมากขึ้นไหม

</font><p> says:</p>

(หลวงพ่อกล้วย) ท่านบอกให้แยกรูปนามให้ได้ก่อน

</font><p> says:</p>

ตอนนี้กำลังหัดให้แบบโง่ๆอยู่ค่ะ

</font><p>[email protected] says:</p>

จิตว่าง แต่ ถ้า ยังแยกรูป นาม ก็เป็น สภาวะหนึ่ง  เราต้องฝึก แยกให้เด็ดขาด 

</font><p>[email protected] says:</p>

จิตว่าง แต่ ต้องมี สติมากำกับ .....   มีสติอย่างต่อเนือง

</font><p> says:</p>

ให้แบบกุศลเกิดมาก ไม่คิดว่าเขาจะคิดร้ายกับเราหรือไม่

</font><p>[email protected] says:</p>

ให้แบบชิวๆ  

   ไม่คิดมากเลย

</font><p>[email protected] says:</p>

พรหมวิหาร ๔ แบบ ธรรมชาติ ไม่ฝืน ไม่ต้องคิดมากด้วย พรหมวิหาร ๔   จะ ไหลออกไปเอง

</font><p>[email protected] says:</p>

พรหมวิหาร๔    แบบ ต้อง สะอึกคิด   ต้องหยุดคิด มันไม่ใช่ แบบ ธรรมชาติ

</font><p> says:</p>

มันมีอยู่เหมือนไม่มีค่ะ

</font><p>[email protected] says:</p>

ฝึกไปเรื่อยๆ อย่าไปสนใจ โสดา หรือ โซดา

</font><p> says:</p>

เพราะให้ หวังดี แบบไม่คิดอะไร

</font><p>[email protected] says:</p>

ไปสนใจห่วงว่า บรรลุขั้นไหนแล้ว  ....  มันจะซึม หรือ หลุดเลยก็มี นะ

</font><p>[email protected] says:</p>

ฝึก มีความสุขมากขึ้น

</font><p> says:</p>

หนูพยายามให้มันสบายๆค่ะ ใช้ชีวิตสบายๆ แต่ไม่ให้หลุด

</font><p>[email protected] says:</p>

ตรวจสอบตนเองอีกว่า  มองโลก แบบสดใสมากขึ้นไหม  และ เมื่อ

</font><p>มีทุกข์ ก็ดีดออกได้ด้วยตนเอง   </p><p> says:</p>

ช่ายๆ ที่หนูถูก  ดุ  ตำหนิ  ตอน present งานน่ะ

</font><p></p><p> says:</p>

คำว่า ดีดออก หนูขอใช้ตอนควบคุมจะไม่ได้แล้วค่ะ

</font><p> says:</p>

บางทีมันเหมือนไม่ต้องดีดค่ะอาจารย์

</font><p> says:</p>

มันไม่ได้จับความทุกข์นั้น มันก็ไม่คิดไปเอง

</font><p>[email protected] says:</p>

resiliency = มีขีดความสามารถในการฟื้นตัวเร็ว กลับมาสดชื่นเร็ว   

พระอริยเจ้า  ท่านมี resiliency สูงครับ

</font><p>[email protected] says:</p>

ดี ทำไปเรื่อยๆ

</font><p>[email protected] says:</p>

เจอ กิเลส หลายๆแบบ หลายๆความรุนแรง

</font><p>[email protected] says:</p>

จะสนุก กับ การ เจอกิเลส เพราะ เห็นพวกมัน เป็น ครูอาจารย์ สนามฝึก สะสม สติ

</font><p> says:</p>

สนุกจริงๆค่ะ แบบว่าเข้าทางเลย เหมือนเล่นเกม

</font><p>[email protected] says:</p>

ญาน ๔ น่ากลัวนะ (วิปัสสนูกิเลส)

เป็น ญาน ที่ หลายคนหลงว่าตนเอง เป็น พระโสดาบัน แต่ ก็ใช่เรื่องใหญ่อะไร วิ่งต่อไป ไปญานที่สูงขึ้น ละเอียดขึ้น สบายๆ

</font><p> says:</p>

หนูไม่เคยเช็คเลยว่าได้ญาณอะไร

</font><p>says:</p>

แต่เมื่อก่อนตอนนั่งสมาธิ เคยรู้สึกเหมือนโล่งๆแล้วก็มีคนมาปิดทีวี

</font><p> says:</p>

พรึ่บเลย ตกใจ เลยพยายามหาว่ามันคืออะไร

</font><p> says:</p>

พอมาแนวอาจารย์ก็ไม่ค่อยได้นั่งสมาธิเลยค่ะ

</font><p>[email protected] says:</p>

ตอนหา ตอนตกใจ นั่นแหละ จิตเกิด ตอนสงสัย ก็จิตเกิด

</font><p>[email protected] says:</p>

สมาธิ คือ รักษาอารมณ์เดียว เราต้องการให้มีสติต่อเนื่อง จนจิตว่าง เอา สติไปแทนความคิด เป็นการใช้ สมาธิที่ถูกต้อง เป็น สัมมาสมาธิ

</font><p>[email protected] says:</p>

ถ้านั่งสมาธิ แยก จิต กับ ความคิด ก็ OK นะ เป็น สัมมาสมาธิด้วย

</font><p>[email protected] says:</p>

แต่ ถ้านั่งสมาธิ ไป มันส์ กับ นิมิต ไปตื่นเต้น ไปดิ่งลึกกับความสงบ อันนี้ไม่ใช่สัมมาสมาธิ มันเป็น สมถะ

</font><p> says:</p>

ไม่เคยเห็นนิมิตกับเขาหรอกค่ะ

</font><p> says:</p>

ที่เป็นภาพนั่นภาพนี่อ่ะ มีแต่ว่างๆ

</font><p>says:</p>

ตอนนี้นั่งเพื่อให้ว่าง สบาย หัดหายใจ

</font><p>[email protected] says:</p>

หัด ดูความคิดด้วย ถ้านั่งสมาธิน่ะ แต่ อย่าลืม ดูจิต สำเหนียกดูจิต ชำเลืองดูจิต ด้วย

</font><p> says:</p>

ค่ะ อาจารย์

</font><p> says:</p>

ขอถามอีกเรื่องค่ะ

</font><p> says:</p>

บทเมตตาของหลวงปู่อ่ำอ่ะค่ะ

</font><p> says:</p>

เมตตาไม่มีประมาณที่อาจารย์เคยโพสที่ลานธรรมน่ะค่ะ

</font><p>[email protected] says:</p>

อือ

</font><p> says:</p>

บทแปลขึ้นด้วย "ภิกษุ มีใจประกอบด้วยเมตตา..."

</font><p>says:</p>

แล้วหนูจะสวดได้หรือเปล่าคะ

</font><p> says:</p>

ต้องเปลี่ยนคำใดหรือเปล่า

</font><p> says:</p>

"อิธะ ภิกขุ เมตตาสะหะคะเตนะ..."

</font><p>[email protected] says:</p>

ไม่ต้องเปลี่ยน

</font><p>[email protected] says:</p>

เอา เนื้อหา

</font><p> says:</p>

ขอบคุณค่ะอาจารย์

</font><p> says:</p>

ต้องขอตัวก่อนค่ะ

</font>