กำนันและทีมงานมัสยิดโสร่งได้นัดหมายกับผม (เมื่อวาน) เพื่อไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เกี่ยวการวิจัยชุมชน ซึ่งผมไปจุดประการว่า การวิจัยจะเป็นการสร้างองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาที่ดีที่สุด และทุกท่านก็เลยต้องการให้มีการเดินทาง โดยมีผมเป็นพี่เลี้ยง เราได้เริ่มไปครั้งหนึ่งแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน หลังจากนั้นมาผมไม่ว่างเอาเสียเลย จนกำนันต้องเป็นคนเอยปากของวันว่างเอง เลยจัดให้ไปเมื่อวาน ตอนสี่โมงเย็น
การนัดหมายครั้งนี้ จะมีคนเข้าร่วมจากสองหมู่บ้านครับ แต่สุดท้ายทีมของเจ้าบ้าน (โสร่ง)ไม่มีใครมาเลย เนื่องจากเขารอนาน ส่วนผมและอีกหมู่บ้านหนึ่งคือ บ้านนิปิสกูเละ มากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา (เหตุที่รอนานคือ ฝนตกหนักมาก จนสี่โมงกว่า เกือบห้าโมง ผมเลยตัดสินใจลุยฝนไปขึ้นรถ อ.มะยูตี แล้วไปด้วยกัน ส่วนชาวบ้านนิปิสกูเละ ก็มาถึงห้าโมงกว่า สำหรับเจ้าบ้านลุยฝนกลับหมดแล้ว ฮิฮิ)
ปัญหาที่เกิดขึ้นของการทำวิจัยชุมชนตอนนี้ คือ สองหมู่บ้านนี้ทำวิจัยโครงการเดียวกัน (โครงการได้รับอนุมัติแล้ว เงินมีแล้ว คนให้คือ สกว.สำนักงานภาค) แต่ทำไปทำมา ปรากฏว่า สองหมู่บ้านมีสาเหตุปัญหาไม่เหมือนกัน ทำให้การใช้วิธีเดียวเพื่อการแก้ไขปัญหาของทั้งสองจึงทำไม่ได้ โครงการเลยหยุดชงักมาหลายเดือน (เกือบปี)
เมื่อทั้งสองหมู่บ้านได้มาคุยกับผมเมื่อครั้งก่อน เราได้ร่วมกันศึกษาปัญหาใหม่ แล้วจึงเป็นคำตอบว่า เราต้องหาวิธีการแก้ไขที่สอดคล้องกับแต่ละหมู่บ้าน
สุดท้ายเมื่อวานจึงคุยกันกับนิปิสกูเละ ได้ข้อสรุปว่า ของบ้านนิปิสกูเละ จะเป็นโจทย์ปัญหาใหม่
โจทย์ใหญ่ อยู่ที่ประสิทธิภาพของโรงเรียนตาดีกาของหมู่บ้าน ว่าจะแก้อย่างไร แต่ที่นิปิสฯ ไม่แก้อย่างไรก็ไม่ได้ผล เนื่องจาการขาดความร่วมไม้ร่วมมือจากกลไลสำคัญของโรงเรียน คือ กลุ่มผู้บริหารโรงเรียน และกลุ่มครูก็เปลี่ยนบ่อยมาก สุดท้าย ผมและทีมชาวบ้านได้ข้อสรุปว่า
ฉันจะไม่ไปแก้คนอื่นให้ทำอย่างที่ฉันต้องการ
แต่ฉันจะแก้ที่ฉันเอง ในส่วนที่ฉันเกี่ยวข้อง
แล้วฉันคิดว่าส่วนอื่นๆ จะตื่นตัวมาร่วมแก้ปัญหาด้วยกัน
ดังนั้นคำถามวิจัย คือ "ผู้ปกครองจะมีส่วนพัฒนาความรู้เกี่ยกับการปฏิบัติศาสนกิจประจำวัน ของนักเรียนโรงเรียนตาดีกาได้อย่างไร" เป็นแนวคิดที่กลุ่มนักวิจัยเห็นชอบมากที่สุดเป็นเอกฉันท์ครับ
ทีนี้งานต่อไปของนักวิจัยชาวบ้าน(ร่วมกับผม) คือ ร่วมกันพัฒนาโครงการกันใหม่เพื่อของบ สกว.ภาคอีกครั้งหนึ่ง
ต้องยอมรับครับว่า ชาวบ้านกลุ่มนี้รักวิธีการแก้ปัญหาด้วยองค์ความรู้จากการวิจัย (บางทีอาจจะมากกว่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์บางคนด้วยซ้ำไป)