เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นเครือข่ายที่ทรงพลัง เป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งมีเอกภาพ ดุลยภาพ ที่สำคัญขับเคลื่อนด้วยความรู้ พื้นฐานการรู้ตนเองของชุมชน และการศึกษาวิจัย

ไม่นานหลังจากงานสัมมนา KM เชียงใหม่ ผมก็มีงานใหญ่เป็นการเปิดเวที เครือข่ายชุมชนที่จัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคเหนืองานนี้เป็นงานใหญ่ระดับภาค และกลุ่มเป้าหมายเป็นแกนนำชุมชนที่จัดการท่องเที่ยว ไม่ว่าเป็นพี่เก่า หรือน้องใหม่ที่เป็นชุมชนจัดการท่องเที่ยว เปิดเวทีพูดคุยกันสร้างบรรยากาศให้เกิดเป็น KM ธรรมชาติ "ม่วนงันประสาคนคอเดียวกัน"

ค่อนข้างหนักใจเหมือนกันเพราะสถานที่จัดงานอยู่บนดอย และการคมนาคมค่อนข้างไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ เกรงว่าจะมีคนหลงทางบ้าง ไม่รู้เส้นทางบ้าง เราจัดกันที่บ้านแม่กำปอง กิ่ง อ.แม่ออน เลยจากนอร์ทเทิร์นเฮอริเธคขึ้นไปอีก หมู่บ้านแห่งนี้มีการจัดการท่องเที่ยวมานานกว่า 10 ปี และแน่นอนว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงในการบริหารจัดการและนำการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชน ผมคิดในใจว่า หากนำแกนนำและกลุ่มเป้าหมายมาเปิดเวทีที่นี่เราก็จะได้เรียนรู้จากสถานที่เอง และเปิดเวทีอย่างเรียบง่ายภายใต้บรรยากาศชาวบ้าน

 

 

กลุ่มเป้าหมายเป็นแกนนำชุมชนที่จัดการท่องเที่ยวในชุมชน หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน และสถาบันการศึกษาที่จัดการเรียนการสอน ด้านการท่องเที่ยว ทั้งสามกลุ่มใหญ่เป็นพื้นที่อยู่ในภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัด ซึ่งก็น่าดีใจว่ามีผู้ตอบรับเข้าร่วมมากมายเกินที่คาดไว้ ส่วนสถาบันการศึกษาที่สนใจประเด็นดังกล่าวและจัดการเรียนการสอนในโปรแกรมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ได้แก่ มหาวิทยาลัยศิลปากร,มหาวิทยาลัยพายัพ,มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม,มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร,มหาวิทยาลัยฟาร์อิสเทิร์น  นับได้ว่าเป็นสถาบันที่ท่านมองเห็นแนวโน้มการท่องเที่ยวทางเลือก ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานพัฒนาที่สอดคล้องกับวิถีชุมชนและมีแนวโน้มที่ดีในอนาคต องค์กรที่เกี่ยวข้องที่มาร่วม เริ่มตั้งแต่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา,โครงการหลวง ,ธกส.,และ อปท. เรียกได้ว่ามาครบครัน ผมในฐานะพ่องานยิ้มแต้เลยทีเดียว

จะว่าไป ควันหลงงาน Km เชียงใหม่ยังไม่จาง หลังจาก AARที่ KM เชียงใหม่ ตรงนั้นเองผมก็รู้ทาง กระบวนการการเรียนรู้ที่ต้องออกแบบให้รัดกุม ทำให้ผมและทีมงานเดินเกมรุกในครั้งนี้อย่างชัดเจนมากขึ้น 

เราจัดให้ผู้เข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พักแบบโฮมสเตย์ก่อน ก่อนที่จะลงทะเบียนในเช้าอีกวัน ครึ่งเช้าเพื่อเป็นการรอคอยผู้เข้าร่วมเวทีส่วนหนึ่ง ก็เป็นการพาเดินชมหมู่บ้านโดยมัคคุเทศก์ท้องถิ่น และดูกลไกบริหารของหมู่บ้าน นี่เป็นการเรียนรู้ Best practice อย่างหนึ่งที่จัดไว้ ก่อนที่จะลงทะเบียนให้เสร็จสิ้นก่อนเที่ยง พร้อมกันนั้นมีการกล่าวต้อนรับจากประธานการท่องเที่ยวของหมู่บ้าน รับประทานอาหารร่วมกัน เวลานี้ผู้เข้าร่วมเวทีฯก็มากันพร้อมหน้า

ประชุมกับทีมงานเจ้าภาพว่าเราต้องการการแลกเลี่ยนเรียนรู้แบบธรรมชาติ และมีประเด็นการพูดคุยที่ชัดเจน ได้แบ่งกลุ่มย่อยออกเป็น ๒ กลุ่ม

กลุ่มที่ ๑ เป็นกลุ่มชุมชนใหม่ + ชุมชนเก่า  แลกเปลี่ยนพูดคุยในประเด็น ประสบการณ์การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ประเด็นนี้เราได้ทำ Mapping พื้นที่ท่องเที่ยวไปด้วย และการพูดคุยแบบล้อมวงทำให้ ชุมชนแต่ละแห่งพูดคุยกันสนุกสนาน

กลุ่มที่ ๒ เป็นกลุ่มองค์กรที่เข้ามาร่วม แลกเปลี่ยนพูดคุยประเด็น รูปแบบการหนุนเสริมชุมชนท่องเที่ยว อย่างไร?

ผมเดินไปเดินมาระหว่างสองกลุ่ม เห็นบรรยากาศการเรียนรู้แล้วก็สบายใจมาก เห็นรอยยิ้ม เห็นการนำเสนอที่เร้าใจ มีเอกลักษณ์ และวิทยากรกลุ่มก็ใช้ประสบการณ์ ความสามารถเต็มที่

ภาคกลางคืน มีการแสดง พิธีการต้อนรับแขกผู้มาเยือนหมู่บ้าน ผมอยากบอกว่า ที่นี่อลังการไม่แพ้ งาน KM เชียงใหม่ มีทั้งพิธีบายศรีสู่ขวัญ การรับประทานอาหารแบบขันโตก,การฟ้อนแบบล้านนาดั้งเดิมหลากชุด และชุดเครื่องบรรเลง สะล้อ ซอ ซึง ที่แสดงกันได้อย่างเป็นธรรมชาติเพราะเราทำกันด้วยใจ งานนี้เป็นของชุมชนด้วย บรรยากาศจึง กิ๋นหอม ต๋อมม่วน มีความสุขในวิมานกลางดอยห้วยแก้ว

วันรุ่งขึ้น-วันสุดท้ายของการสัมมนาฯครึ่งวัน เป็นเวทีการแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกันแต่เป็นการรวมกลุ่มทั้งหมด คุยกันเรื่อง เครือข่ายว่าทุกคนมีความคิดเห็นอย่างไรกับการขับเคลื่อนการพัฒนาแบบเครือข่าย รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราไม่ค่อยโตประเด็นนี้พูดคุยกันอย่างเมามันในวิหารข้างลำน้ำแม่กำปอง เสียงหัวเราะครื้นเครง ...เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงบรรยากาศเรียนรู้ที่เป็นมิตร

ผมเดินเลี่ยงออกจากกลุ่มเพื่อมาจิบกาแฟ ริมวิหารใกล้น้ำ อากาศที่แม่กำปองแม้ช่วงกลางวันยังเย็นสบาย และเสียงนกเสียงน้ำยังขับกล่อม ธรรมชาติที่นี่สมบูรณ์มาก ...คิดอะไรต่อมิอะไรมากมาย ความกังวลในช่วงเริ่มต้น-เตรียมการ เวทีหมดไป หากนับตามวัตถุประสงค์เราก็บรรลุเป้าหมาย แต่ก็เป็นการเริ่มต้นเดินทางเท่านั้นเอง

หากกระบวนการพัฒนาชุมชน โดยใช้ประเด็นการท่องเที่ยวเป็นฐาน มีการรวมกลุ่ม นับว่าเป็นนิมิตรหมายอันดี ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นการจัดการความรู้เพื่อสร้างเครือข่ายเข้มแข็ง และหลายๆท่านที่รู้จักผม บอกกับผมว่า เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นเครือข่ายที่ทรงพลัง เป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งมีเอกภาพ ดุลยภาพ ที่สำคัญขับเคลื่อนด้วยความรู้ พื้นฐานการรู้ตนเองของชุมชน และการศึกษาวิจัย

ผมเพียงแต่เป็นคุณอำนวยช่วยประสาน จากจุดเริ่มต้นที่งดงาม ผมคิดว่าจุดหมายของเราในการพัฒนาชุมชนด้วยคนของชุมชนเอง เป็นเป้าหมายที่เรากำลังเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆอย่างมีหวังและมีใจที่เกินร้อย