ท่องเที่ยวโดยชุมชน กับ ความสมานฉันท์ - ประเด็นคิดจากโฮมสเตย์กลางเมืองหลวง

ผมคิดว่าท่ามกลาง สถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีของประเทศเราแถบทางใต้ ความระแวงด้วยเงื่อนไขอะไรก็ตาม กระบวนการท่องเที่ยวโดยชุมชน ก็น่าจะเป็น วิธีการทางเลือกที่น่าสนใจครับ

  

  

เสียงละหมาด เสียงอาซานดังจากมัสยิด...ปลุกผมตั้งแต่ตี ๕ ของเช้าวันสบายๆที่ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

 

 

ยามเช้าอากาศสดใส ที่ คอยรุ๊ตตั๊กวา พื้นที่สีเขียวสุดท้ายของเมืองหลวง ผมนั่งพูดคุยกับบังชัยณรงค์ แลกเปลี่ยนกัน บังเล่าเรื่องวิถีชีวิตคนมุสลิมเมืองกรุง ที่ผูกพันกับวิถีเกษตร เรียบง่าย พอเพียง ผมเล่าวิถีของคนบนดอยที่เมืองปายแม่ฮ่องสอน ท่ามกลางความสนอก สนใจ เรื่องราวที่เราแลกเปลี่ยนระหว่างกันเช้านี้

ผมได้กาแฟรสนุ่ม แกล้มกับ สายลม เสียงนกยามเช้า แค่นี้ชีวิตยามเช้าผมก็สดใส แม้ว่านี่ไม่ใช่เงื่อนไขของชีวิตยามเช้าของผม แต่ก็เป็นส่วนประกอบที่ลงตัวเลยทีเดียว

ผมนั่งอ่าน สมุดบันทึกผู้เข้ามาพักโฮมสเตย์ ต่างก็เขียนลงลายมือ บ่งบอกถึงความประทับใจ ที่ได้มาพัก ได้มาพบเจอ สังเกตจากนามสกุลและคำอวยพรจากพระเจ้าฮัลเลาะห์ ล้วนแล้วแต่เป็นพี่น้องมุสลิมทั้งนั้นที่มาพัก ผมคงเป็นคนไทนพุทธ คนบนดอย ต่างวิถีวัฒนธรรมคนแรกๆที่มาพัก

 

การท่องเที่ยวแบบนี้ ทำให้เราได้เข้ามาแลกเปลี่ยน เปิดเผยตัวตน ให้กันและกัน การท่องเที่ยวโดยชุมชนโดยเนื้อหาจริงๆ ผมคิดถึง เครื่องมือการพัฒนาชุมชน การอนุรักษ การฟื้นวิถีเดิม และมีหลายๆชุมชนที่ยังติดเรื่อง ตัวเงินที่ได้จากการบริการท่องเที่ยวแบบนี้ แต่นั่นแค่เปลือก

ผมคุยกับบัง เรื่องราว "สมานฉันท์" คุยวิถีมุสลิมใต้ ด้วยความเข้าใจ เสียงสนทนาของเราดังก้องไปทั่วสวนในเช้านี้ บวกกับเสียงหัวเราะอย่างชอบใจที่ดังแทรกบ่อยๆ

คุณูปการของการเชื่อมใจ ผ่านการท่องเที่ยวแบบ โฮมสเตย์ เป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก ผมคิดว่าจะนำประเด็นนี้ไปพูดคุยในวงกว้าง และไม่แน่ว่า กลยุทธแบบนี้ จัดการความขัดแย้ง และสร้างความรู้สึกในการเป็นพวกเดียวกัน

ผมคิดว่าท่ามกลาง สถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีของประเทศเราแถบทางใต้ ความระแวงด้วยเงื่อนไขอะไรก็ตาม กระบวนการท่องเที่ยวโดยชุมชน ก็น่าจะเป็น วิธีการทางเลือกที่น่าสนใจครับ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT.)

คำสำคัญ (Tags)#การท่องเที่ยวโดยชุมชน#โฮมสเตย์#home stay#community based tourisms

หมายเลขบันทึก: 123036, เขียน: 29 Aug 2007 @ 12:07 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 18:17 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 10, อ่าน: คลิก


ความเห็น (10)

ผมถือโอกาสรวบรวมบันทึกที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว ที่ผมเคยเขียนในช่วงที่ผ่านมา ให้ทุกท่านที่สนใจแลกเปลี่ยนกันเพื่อความสะดวกโดยการรวมประเด็นในบันทึกนี้ครับ

ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ!!!!

 

                                         จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

สวัสดีครับเอก

  • สบายดีนะครับ ได้ดูภาพจากเพื่อนแล้วอยากให้เอาภาพ การขายแบบใจถึงใจ มาแสดงด้วยนะครับ
  • ชอบมากๆ เลยครับ หากฟื้นตัวทัน เกลียวชุมชนจะเกิดขึ้นมาได้ไม่ยากครับ เพราะในอดีตเคยมีมาก่อนครับ การกลับไปมีอีกคงไม่ใช่เรื่องยากหากร่วมกันทำครับ
  • ขอบคุณมากครับ 

สวัสดีครับเม้ง

P
  • ผมสบายดีครับ แต่เดินทางบ่อย และมีงานใหญ่ๆที่รออยู่ครับ ส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยที่ ทำ Action และวิทยากรเชิงประเด็น
  • การขายแบบใจถึงใจ ที่ผมส่งภาพให้เม้งชมนั้น - ผมชอบมากครับ และก็รู้สึกดีมากที่ได้เห็นกิจกรรมการขายแบบนั้น ผมจะนำมาเขียนเป็นบันทึกหนึ่งครับ
  • ชุมชน คอยรุ๊ตตั๊กวา น่าสนใจมากครับ หากท่านไหนมีเวลา และได้ไปแถบนั้นเชิญสัมผัสสักคืนสองคืนน่าประทับใจมากครับ
  • ขอบคุณครับเพื่อนเม้ง

 

ไปเที่ยวซะไกลเลย

น่าอิจฉามาก ดูแล้วคงจะสงบ และสบายดี

ไปทำงานด้วยครับ คุณKawao    เลยได้ทั้งงานและเที่ยวเรียนรู้ไปด้วย

ขอบคุณมากค่ะที่ให้การต้อนรับ  กรุณาช่วยแนะนำด้วยนะคะ  ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆ ครั้งในการทำงาน   

ชะห์
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

อาจารย์เอกค่ะ

เสียงละหมาดที่อาจารย์บอกว่าดังจากมัสยิดนั้น..เรียกว่า "เสียงอาซาน" ซึ่งเป็นการบอกถึงเวลาละหมาดและเชิญชวนให้ทำการปฏิบัติศาสนกิจ (ละหมาด)

เสียงนี่แหละที่ทำให้ชะห์ต้องตื่นตอนเช้ามืดทุกวัน..ไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุกค่ะ

สวัสดีครับ ครูกัญ

P

ให้กำลังใจในการเขียนบันทึกนะครับ

คุณชะห์

ไม่มีรูป
7. ชะห์

ขอบคุณครับ ผมได้ความรู้ใหม่ และได้แก้ไขแล้วครับ ผมก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงนี้ ที่ อ.ปาย บ้านผมเช้าๆก็มีเสียงนี้ครับ

anita
เขียนเมื่อ 
แวะมาชวนไปงานชุมชนสัมพันธ์ ที่ร.ร.ต้าเป็นเจ้าภาพ ที่บล็อกครูบ้านๆ ค่ะ ขอบคุณค่ะ

สวัสดีครับ คุณต้า

P
9. anita

จะตามไปเยี่ยมนะครับ ขอบคุณครับ