ผู้ที่ยังต้องเป็นคนธรรมดา ประกอบสัมมาชีพ มีครอบครัว มีปฏิสัมพันธ์กับสังคมนี่แหละเป็นผู้สมควรปฏิบัติธรรมเพื่อความสุขสงบแห่งตนเองและเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เพราะการปฏิบัติธรรมนั้นคือการเจริญปัญญา ทำให้เราทำงานและอยู่ร่วมกับผู้คนอย่างใช้ปัญญา ไม่ใช่ใช้กิเลสและอารมณ์ขับเคลื่อนชีวิต

ทุกวันนี้ใครๆก็พากันกล่าวถึงการปฏิบัติธรรม ไม่เฉพาะผู้อาวุโสที่อาจถึงเวลาที่ภารกิจเบาลงจึงมีเวลาเข้าวัด แต่ยังแพร่หลายไปในกลุ่มคนวัยทำงาน เยาวชน แม้แต่อาชีพบันเทิงเช่นดาราก็ยังแสดงตนว่าได้เป็นผู้ปฏิบัติธรรม

แต่ละคนก็มีเหตุผลต่างๆกันในการใฝ่ธรรม เหตุปัจจัยอาจประกอบส่งให้จนถึงมีศรัทธาที่นำไปสู่การไปลงมือศึกษาและปฏิบัติธรรมเพื่ออบรมจิตของตนอย่างจริงจัง

การที่เราสามารถ ควบคุมจิตให้อยู่ภายใต้อำนาจของตนได้ และอบรมฝึกฝนจิตให้มีพลัง ก็จะสามารถละกิเลส โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามหลักของศาสนาพุทธ การเจริญวิปัสสนาภาวนาเป็นแนวทางที่ทำให้ละกิเลสต่างๆได้ เพราะกุศลจะมีกำลังมากกว่าอกุศล ถ้าอกุศลมีกำลังมากกว่า เราคงต้องตกเป็นทาสของความ รัก โลภ โกรธ หลง ถูกอวิชชาหรือความไม่รู้ครอบงำอยู่เสมอ

หลายคนคิดว่าการไปปฏิบัติธรรมคือการปลีกวิเวก ขจัดกิเลสของตนเอง เพื่อความสุข เพื่อสร้างกุศลของตนเอง ละทิ้งสังคมที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา หรือพูดง่ายๆว่าตัดช่องน้อยแต่พอตัว เอาตัวรอดคนเดียว ใครจะเป็นทุกข์ ยากเข็ญ เดือดร้อนเพียงใดไม่ได้อยู่ในการรับรู้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง

ผู้ที่ประสงค์ปฏิบัติธรรมอย่างหลุดพ้นทางโลกทั้งทางกายและใจ คือการเป็นนักบวช ผู้เขียนยังไม่เคยเห็นคำสอนทางพุทธศาสนาที่นำผู้นับถือทุกคนให้มุ่งไปในทิศทางนั้น และแม้เป็นนักบวชก็ยังสามารถทำประโยชน์แก่สังคมได้มหาศาล หาใช่การมุ่งตัดตนจากสังคม

ผู้ที่ยังต้องเป็นคนธรรมดา ประกอบสัมมาชีพ มีครอบครัว มีปฏิสัมพันธ์กับสังคมนี่แหละเป็นผู้สมควรปฏิบัติธรรมเพื่อความสุขสงบแห่งตนเองและเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เพราะการปฏิบัติธรรมนั้นคือการเจริญปัญญา ทำให้เราทำงานและอยู่ร่วมกับผู้คนอย่างใช้ปัญญา ไม่ใช่ใช้กิเลสและอารมณ์ขับเคลื่อนชีวิต

ผู้เขียนพบว่าการปฏิบัติธรรมทำให้มองเห็น เข้าใจกิเลสทั้งของตนเองและผู้อื่น และต้องการพัฒนาจิตใจของตนเองให้เข้มแข็งต่อสิ่งที่มากระทบ ไม่ว่าจะเป็นความรัก โลภ โกรธ หลง การค่อยๆฝึกฝนขัดเกลา ทำให้จากการเป็นคนโกรธง่ายและมักแสดงอารมณ์ ทั้งยังทนไม่ได้กับความไม่เอาไหนของคน(อัตตาสูงมาก) กลายเป็นคนที่เมื่อโกรธปุ๊บ จะรู้ตัวและรีบทิ้งอารมณ์โกรธ กลับเข้าสู่ความเป็นปกติ เมื่อหลุด คือความโกรธครอบงำ ทำให้ใช้วาจาแสดงอารมณ์ในบางครั้ง ก็จะมองเห็นทุกข์ที่โกรธ เกิดความละอายมาก และยิ่งมีความพยายามที่จะปรับปรุงตนเอง  นอกจากนั้นยังสามารถคิดอย่างมีเมตตาต่อผู้ที่ทำผิดพลาดและผู้ที่ยังมีความหนาอยู่ด้วยกิเลส โดยเห็นว่า มันเป็นเช่นนั้นเอง ทำได้แค่นี้ก็ภูมิใจในตัวเองพอสมควร ไม่นึกว่าตัวเองจะเป็นคนอย่างปัจจุบันนี้ได้

เคยได้ยินได้ฟังเหมือนกันที่ผู้ปฏิบัติธรรมได้เห็นสวรรค์วิมานบ้าง รู้สึกตนว่ามีอิทธิฤทธิ์บ้าง หรือเห็นนิมิตต่างๆนานา แล้วภูมิใจว่าวาสนาดี ทำวิปัสสนาได้สำเร็จ ครูบาอาจารย์ที่เป็นผู้รู้จริงๆท่านจะเตือนว่า แนวทางปฏิบัติที่ไปหมกมุ่นทางนั้นไม่ใช่ทางแห่งการพ้นทุกข์

พระราชวุฒาจารย์ หรือหลวงปู่ ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์ เคยกล่าวไว้ว่า สิ่งที่ปรากฏเห็นทั้งหมดนั้น ยังเป็นของภายนอกทั้งสิ้น จะนำเอามาเป็นสาระที่พึ่งอะไรยังไม่ได้หรอก และท่านยังได้ชี้ว่า ที่เห็นนั้นเขาเห็นจริง  แต่สิ่งที่ถูกเห็นไม่จริง

ผู้จะปฏิบัติธรรม อบรมจิตจึงต้องหาครูบาอาจารย์ดีๆที่จะสอนและชี้แนะแนวทางที่นำไปสู่ปัญญาแห่งการพ้นทุกข์อย่างแท้จริง ไม่ไปเสียเวลากับนิมิตพิสดาร หรือแม้แต่ไม่ไปติดอยู่กับภาวะปีติสุขที่เกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติธรรม