ติดต่อ

  ติดต่อ

จังด๊อก-จังกึม กับ การเรียนการสอนแพทย์ (2): วิธีการเรียนรู้

  ปัญหาที่จังกึมใช้เรียนรู้ เป็นผู้ป่วยจริง เป็นโจทย์ที่มีชีวิต   

      วิธีการถ่ายทอดวิชาของจังด็อก น่าสนใจอย่างยิ่ง เริ่มจากให้จังกึมไปสังเกตใบหน้าคนจำนวนมากและบันทึกมาให้ละเอียด ทั้งสีใบหน้า แววตา ฯลฯ เพราะลักษณะที่แสดงออกทางใบหน้า ก็อาจจะบอกว่าเป็นโรคอะไรได้ (ทำให้นึกถึงตอนเรียนอยู่ อาจารย์แพทย์บางคน ผู้ป่วยเดินเข้ามา ยังไม่ทันซักประวัติ ก็จะบอกว่าผู้ป่วยน่าจะมีปัญหาอะไรอยู่) แล้วก็ให้อ่านหนังสือมาว่า ผู้ที่มีลักษณะดังกล่าว เป็นโรคอะไร  จังกึมแย้งว่า ไม่สอนแล้วจะรู้ได้อย่างไร แต่จังด็อกบอกว่า ต้องเรียนรู้เอาเอง 

       การเรียนโดยเน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง (self-directed learning) โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (problem-based) ก็เป็นแนวทางหลักในจัดการเรียนการสอนของคณะแพทย์ มอ. เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่จังกึมใช้เรียนรู้ เป็นผู้ป่วยจริง เป็นโจทย์ที่มีชีวิต ซึ่งข้อนี้ ยังเป็นจุดอ่อนของการเรียนแพทย์ในปัจจุบัน ซึ่งมีจำนวนนักเรียนแพทย์มากขึ้นเรื่อยๆ บวกกับข้อจำกัดอีกหลายอย่าง ทำให้ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ ในชั้นปี 2-3 ที่เรียกว่าเป็นชั้นก่อนขึ้นคลินิก โจทย์ปัญหา เป็นโจทย์แห้งในกระดาษ

      นอกจากวิธีการข้างต้น อีกวิธีที่จังด็อกใช้คือ เอาหนังสือกองโตมาให้จังกึมอ่านและบอกให้ท่องจำให้หมด จังกึมก็แย้งอีกว่า จะจำได้อย่างไร เมื่อยังไม่เข้าใจ แต่จังด็อกก็ยืนยันให้ท่อง บอกว่าเมื่อเจอคนไข้ จะได้มีความรู้นำไปใช้ได้  เมื่อจังกึมท่องผิด ก็จะถูกตี และสอนจังกึมว่าโดยเปรียบเทียบว่าหากแม่ครัวทำปรุงรสผิด ก็เพียงแต่ทำให้อาหารไม่อร่อย แต่หมอถ้าจำผิด ก็อาจทำให้คนตายได้

    ดังนั้น วิธีการเรียนทั้งสองแบบ คือ เรียนรู้โดยมีปัญหาเป็นฐานแล้วไปค้นคว้า และท่องจำความรู้ก่อนเจอปัญหา น่าจะต้องมีควบคู่กัน และเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อให้เป็นแพทย์ที่สามารถให้การวินิจฉัยและรักษาได้ถูกต้องที่สุด

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 12252, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก

ความเห็น (2)

IP: xxx.12.97.120
เขียนเมื่อ 
ขอบคุณค่ะสำหรับความคิดดี ๆ :)
วันเพ็ญ
IP: xxx.155.14.4
เขียนเมื่อ 
ดิฉันพึ่งไปพบแพทย์ในช่วงต่อของปีใหม่ที่ผ่านมา พบว่า แพทย์ใช้เวลามองหน้าคนไข้น้อยกว่ามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพราะว่าเดี๋ยวนี้อะไรๆ มันก็ออนไลน์หมดแล้วมั๊งคะ ในฐานะคนไข้อยากสบตากับหมอมากกว่าค่ะ มันอบอุ่นกว่ากันเยอะเลย