GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

บันทึกจากแดนซากุระ 4: การแยกขยะ

     คุณจะรู้สึกอย่างไรถ้ารอบตัวของคุณมีถังขยะ 6 ถัง ใส่ของที่แตกต่างกัน 6 ชนิด ตอนอยู่เมืองไทย เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับความพยายามให้แยกขยะ เพื่อจะได้นำกลับมาใช้ใหม่ ก็รู้สึกเฉยๆ ให้ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ ตราบใดไม่มีถังมาวางไว้ แล้วบังคับให้ทำ ก็...... หรือถ้าเรื่องมากนัก ก็..... แต่ที่นี่ต้องเรียนรู้ที่จะต้องทำ ไม่ใช่ถูกบังคับ แต่เป็นวัฒนธรรมที่เขาปฏิบัติอยู่ จะไม่ทำก็ขายหน้าประชาชี

     ตอนมาใหม่ๆ มีคนแนะนำแล้วว่าต้องทิ้งอะไร ลงถังไหน แต่มันไม่มี label นี่หว่า ใครจะไปจำได้ ก็ทิ้งผิด ทิ้งถูกบ้าง เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่พูดอะไรด้วย เพียงแค่เก็บจากถังที่เราทิ้งผิด ไปทิ้งให้ใหม่ ที่สำคัญทำต่อหน้าเราเลย เจ็บเสียยิ่งกว่าถูกด่าอีก สุดท้ายก็ต้องใส่ใจเรียนรู้ที่จะทำให้ถูกต้อง

ขยะที่ต้องแยก 6 ถึง ตั้งอยู่รอบตัว

 

     ถ้าถามว่าทำแล้วได้ประโยชน์อะไร ที่นี่เขาแยกขยะแล้ว เขาไม่นำขยะมารวมกันใหม่ให้เราช้ำใจเล่น แต่เขาแยกทิ้งกันจริงๆ จะมีที่เก็บแยกขยะแต่ละอย่างคนละที่ และจะมีคนมารับไป recycle (ที่จริงก็ขายเหมือนบ้านเรานั่นแหละ) อะไรที่ขายไม่ได้แล้วก็เอาไปทำลาย แต่โดยวิธีการนี้ค่อนข้างสะดวกกับการนำกลับมาใช้ใหม่ ไม่ต้องมีคนกลาง (เด็กเก็บขยะ)มาปั่นให้ราคาสูงขึ้น ที่สำคัญคือนำเข้าสู่กระบวนการ recycle ได้โดยไม่เสียเวลามานั่งคัดแยกใหม่

     แล้วถ้าถามต่อว่าบ้านเราทำอย่างนี้ได้ไหม ผมตอบไม่ถูกเหมือนกัน แต่ดูเหมือนกับว่า หากเราแยกขยะ เราก็ต้องเป็นคนจัดการต่อว่าจะเอาขยะเหล่านั้นไปทำอะไรต่อ ถ้าเราไม่จัดการนั่นเหรอ ตอบได้เลยว่า คนเก็บก็จะเอามารวมกัน แล้วบ่นให้เราฟังต่อว่า "ไม่รู้จะแยกไปทำไม เสียเวลาเอามารวมกันเปล่าๆ" เห็นมั้ยว่าถ้าได้ยินแล้ว ช้ำใจขนาดไหน ว่าแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาแยกเฉพาะกล่องกระดาษใหญ่ๆ แข็งๆ ต่อไป เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ขายได้ .......555.....เอาตังมาซื้อกล้วยแขกโรงช้างกิน

   เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ อาจต้องเป็นนโยบายระดับประเทศที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมเกี่ยวข้องกับการ recycle เกิดขึ้นมาได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว และคงอยู่ได้โดยไม่ล้มหายตายจากไปก่อน หรือจะเริ่มต้นจากระดับมหาวิทยาลัย คณะ หรือภาควิชา แต่คงต้องตอบให้ได้ว่าขยะที่แยกไว้แต่ละพวกนี้ จะเอาไปทำอะไรต่อ แล้วต้องรณรงค์สร้างจิตสำนึก ให้ใส่ใจในเรื่องการแยกขยะ ไม่อย่างนั้น โอกาสจะสำเร็จดูเหมือนค่อนข้างริบหรี่ แล้วพวกตัวเล็กๆ อย่างพวกเราคงต้องแยกกระดาษขายกันต่อไป หรือพวกเราคิดว่าอย่างไร.........

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 12249
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 9
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (9)

เห็นด้วยทุกแง่มุมเลยค่ะ และรู้สึกเหมือนว่าได้ยินความคิดตัวเองซ้ำอีก เพราะเป็นสิ่งที่คิดตอนเห็นอะไรแบบนี้ทีแรกเหมือนกัน ขอบคุณอีกครั้งค่ะ สำหรับความอุตสาหะในการบันทึกเรื่องราวความคิด อย่างละเอียด

ขอตั้งข้อสังเกตหน่อยว่าลักษณะของแต่ละถังเค้าไม่ professional เลยนะคะ ต่างพ่อต่างแม่ยังไงชอบกล ตอนแรกอ่านแล้วนึกภาพว่าจะเป็นถังลักษณะเดียวๆกัน ของเราใน patho-OTOP มีงานหนึ่ง (ต้องขออภัยอย่างแรงที่นึกรายละเอียดไม่ออก แต่ประทับใจในความคิดริเริ่มค่ะ) แยกขยะแบบนี้ แต่ใช้ 5 ส.ด้วยละมังคะเลยถังสวยงามเป็นที่น่าทิ้งแยกๆกันกว่านี้เยอะ

ถ้าให้คะแนนเรื่องความสวยงาม ผมให้คะแนนที่บ้านเราเต็มสิบเลยครับ แม้แต่ที่โต๊ะผม ก่อนจะมาเป็นถังผงให้ใช้กัน ตงตง(น้องที่แลบ) ต้องหากระดาษนิตยสารที่มีหลายๆ สีมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเอามาติดกาว ปะให้ทั่วๆกล่องกระดาษแข็ง ทำให้เห็นเป็นลวดลายวิจิตร ก่อนจะเอาแผ่นพลาสติกใสมาคลุมทับ แล้วจึงกลายเป็นถังขยะให้ใช้งาน 
   ที่นี่คงต้องให้คะแนนความคิดสร้างสรรค์ เพราะคิดได้ว่าต้องเอากล่องกระดาษแข็ง มาคลุมด้วยถุงพลาสติก นี่ไม่ใช่ธรรมดานะ กล่องคนละยี่ห้อด้วย สวยงามไปอีกแบบ
   ผมคิดว่าลักษณะของคนทางนี้ เขาต้องแข่งขันกันสูง เวลาแทบทุกวินาที ต้องใช้ไปกับการพยายามพัฒนาตนเองให้เก่งกว่าคู่แข่ง หรือทำให้ตนเองมีโอกาสได้รับเลือกสูงกว่าผู้อื่น ทำให้เขามีเวลาใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ น้อยลง ผมอาจจะเห็นเพียงแค่เด็กในเมือง ไม่กี่คน คงยังสรุปไม่ได้ ถ้าออกไปนอกเมือง อาจจะคนละเรื่องก็ได้ ที่นั่นเราอาจจะเห็นถังขยะ เป็นรูปแมว kitty น่ารัก กำลังยิ้มทักทายให้เอาขยะไปทิ้งก็ได้
แสดงว่าคุณ mitochondria ไม่ใช่แฟน Patho Otop โดยแท้จริง ที่ AP (ทีม Patho 4Rs) เขาทำโครงการแยกขยะ จนเป็นที่น่าประทับใจไปทั้งภาค ทั้งกล่องใส่ขยะก็สวยงาม และมี label เรียบร้อย (แต่ไปเสนอผลงาน ส 6 ที่คณะฯ เขาบอกไม่มีอะไรใหม่? เลยไม่ได้รางวัลอะไร !!)
อาจจะเพราะวันๆ ผมงมโข่งอยู่แต่ในห้องแลบ ไม่ค่อยได้โผล่หน้าออกมาดูโลกภายนอก ตอนที่เขานำเสนอ patho otop ก็เข้าฟังบ้าง ไม่เข้าฟังบ้าง อย่างนี้แหละครับ ก็เลยเหมือนอยู่บ้านนอก ไม่ได้เข้ากรุง พอมาเห็นของเขาดี ก็เลยเล่าสู่กันฟัง ไม่ยักกะรู้ว่าบ้านเรานั้นเจริญแล้ว
ตามที่หัวหน้าภาคเขียนว่าคณะฯบอกว่า ไม่มีอะไรใหม่  ส่วนตัวคิดว่าความหมายโดยนัยน่าจะหมายถึง "น่าจะทำมาตั้งนานแล้ว" ไหมคะ?
และเห็นด้วยกับบันทึกของคุณ mitochondria ว่า การแยกขยะ ไม่ใช่เรื่องยาก  แต่การที่จะจัดการกับขยะที่แยกต่อ..นั้นยากยิ่งกว่า (ประโยคนี้เหมือนท่อนฮุค ของเพลงอะไรน้า..นึกไม่ออก) เช่น จะเก็บขยะไว้ที่ไหน  ใครจะเป็นคนจัดการ จัดการอย่างไรให้ถูกต้อง...

ถือว่าเป็นความคิดที่ดีมากเลยครับ  อากาน

ว่าเเต่อากานจะอยู่ญี่ปุ่นอีกนานสักเท่าไรครับ  ช่วยตอบกลับมาทางอีเมลนะครับ

จาก...เพชร

อากานต์อยู่ถึงวันที่ 29 มีนาคมนี้ครับ แล้วจะได้กลับบ้านสักที คิดถึงบ้านแล้วครับ

อยากให้ประเทศไทยมีการกำจักขยะและการที่แยกขยะให้ถูกวิธีมากกว่านี้

แม้ระบบแยกขยะของหน่วยราชการจะยังไม่ประสบความสำเร็จ  เราก้อเริ่มต้นที่บ้านของเราก่อนได้นะ  เช่น

-ของที่ยังพอซ่อมและใช้งานต่อได้ ก้อซ่อมไว้ใช้(ประหยัดตามนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง)

-แยกของที่ไม่ต้องการ แต่ยังใช้ได้ ไปบริจาค ที่นี่เค้าก้อรับบริจาค http://www.thaivolunteer.org/ (ทำบุญโดยไม่ต้องใช้เงิน) (กระดาษใช้แล้วหน้าเดียว สภาพดี จัดเป็นกลุ่มนี้นะ ถ้าเราใช้เองได้ไม่หมด มีที่รับบริจาคเหมือนกัน  http://jitasa.com/paperranger/ ส่วนกระดาษใช้แล้วสองหน้า สภาพดี ที่นี่เค้ารับ http://jitasa.com/paperranger/?q=node/7

-ของที่ใช้ไม่ได้ ก้อแยกตามที่รู้ ๆ กัน; ขยะอินทรีย์, ขยะ recycle, ขยะพิษ

 * ขยะ Recycle ก้อนำไปขาย

* หลอดไฟฟ้าแบบแท่ง ก้อรวบรวมไว้อย่าให้แตก เอาไปรวมกันที่ตามห้าง ในกรุงเทพฯ มีจุดรับหลายแห่ง เค้าจะเอาไปกำจัดอย่างถูกวิธี อ่านได้ที่นี่ http://www.pcd.go.th/info_serv/haz_lamp.htm

 * แบตฯ มือถือที่เสื่อม ส่งคืนได้ที่บริษัทมือถือ เค้ารับเอาไปกำจัดอย่างถูกวิธี อ่านจากที่นี่http://www.volunteerspirit.org/readthis.asp?pid=265

* ขยะพิษอื่น ๆ สามารถนำส่งได้ที่สำนักงานเขต ดินแดง (เท่าที่รู้ยังไม่มีจุดรับที่อื่น ถ้าใครรู้ช่วยบอกที)

ถ้าทำได้ แค่นี้ขยะที่เกิดจากตัวคุณเอง หรือภายในสิ่งแวดล้อมใกล้ ๆ ก้อลดลงไปเยอะแล้วหล่ะ  อ้อ!! ฝากไว้นิดนึง  การช่วยสิ่งแวดล้อม อาจย้อนกลับมาเป็นรายได้บ้างเล็กน้อย แต่อย่าให้ความโลภครอบงำนะ  จำเป้าหมายไว้แม่น ๆ ว่าเราตั้งใจทำเพื่อลดปริมาณขยะเท่านั้น จะได้ไม่หลงทาง

(ทั้งหมดเป็นเพียงขอเสนอแนะ ที่ตนเองพยายามปฎิบัติอยู่ มีเจตนาเพียงเพื่อต้องการกระจายข้อมูลที่ตนเองพอจะทราบให้เพื่อนที่รักสิ่งแวดล้อมเหมือน ๆ กัน มิได้มีเจตนาอื่นใดแอบแฝงทั้งสิ้น)