พวกเราคงจะสงสัยกันไม่น้อยว่า อาหารที่เรากินเข้าไปแต่ละจานให้กำลังงานกี่แคลอรี วันนี้มีข้อมูลเกี่ยวกัแคลอรีในอาหารจานเดียวมาฝากครับ <p style="margin: 12pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลทำการศึกษาจำนวนแคลอรีในอาหารจานเดียว ผลการศึกษาปรากฏดังตาราง (ตารางที่ 1)</p>
<p style="margin: 12pt 0cm" class="MsoNormal">ตารางที่ 1: แสดงจำนวนแคลอรีในอาหารจานเดียว</p>
<div align="center"><table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoNormalTable" style="border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
</tbody></table></div>
<p style="margin: 12pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p>
<p style="margin: 12pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
คนที่ทำงานออฟฟิซ หรือนั่งโต๊ะทำงานทั่วๆ ไปที่กินอาหารวันละ 3 มื้อ ไม่ควรกินอาหารเกินมื้อละ 500-600 แคลอรี <p style="margin: 12pt 0cm 0pt" class="MsoNormal">ถ้าดื่มเครื่องดื่มเติมน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม 1 กระป๋อง ซึ่งให้กำลังงานประมาณ 150 แคลอรี ฯลฯ ควรกินอาหารให้น้อยลง หรือออกกำลังดังต่อไปนี้ จึงจะเผาผลาญกำลังงานจากน้ำอัดลม 1 กระป๋องได้ (ตารางที่ 2)</p>
<p style="margin: 12pt 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
ตารางที่ 2: แสดงการออกกำลังเพื่อเผาผลาญกำลังงาน 150 แคลอรี หรือน้ำอัดลม 1 กระป๋อง
| ออกกำลัง | ระยะเวลา (นาที) |
| เดินเร็ว 2.8 กิโลเมตร | 35 นาที |
| ว่ายน้ำ | 20 นาที |
| กระโดดเชือก | 15 นาที |
![]()
จากตารางข้างต้นจะเห็นได้ว่า กว่าจะเผาผลาญน้ำอัดลม 1 กระป๋อง (150 แคลอรี) หมดจะต้องเดินเร็วนานถึง 35 นาทีทีเดียว
ผู้เขียนขอเรียนเสนอวิธีลดแคลอรีในอาหารจานเดียว เพื่อลดแคลอรีจาก “น้ำมันล่องหน” ซึ่งมักจะมองไม่ค่อยเห็นดังต่อไปนี้...
- เปลี่ยนข้าวผัด หรือข้าวคลุกน้ำมัน เช่น ข้าวมันไก่ ฯลฯ เป็นข้าวขาว หรือดีกว่านั้นคือข้าวกล้อง
- เปลี่ยนก๋วยเตี๋ยว หรือบะหมี่แห้ง ซึ่งมักจะผ่านการผัดหรือคลุกน้ำมัน เป็นก๋วยเตี๋ยว หรือบะหมี่น้ำ
- เปลี่ยนแกงใส่กะทิ (กะทิ = น้ำมันมะพร้าว) เป็นแกงไม่ใส่กะทิ
- เปลี่ยนกับข้าวหรือของว่างที่ผ่านการทอด เช่น กล้วยทอด ฯลฯ เป็นกับข้าวหรือของว่างที่ไม่ผ่านการทอด เช่น กล้วยทั้งผล ฯลฯ
![]()
ถ้าต้องการให้สุขภาพดีขึ้นไปอีก... ควรกินผักกับน้ำพริกให้ได้อย่างน้อยวันเว้นวัน
ผัก-น้ำพริกเป็นอาหารสุขภาพที่มีแคลรีค่อนข้างต่ำ ทั้งนี้มีเงื่อนไขสำคัญได้แก่ อย่ากินกับผักทอด หรือผักชุบแป้งทอด เนื่องจากจะเสี่ยงกับน้ำมันล่องหนอีกเช่นกัน
การกินผักนั้นควรกินผักสดปนกับผักสุกจากการลวก หรือต้ม ผักดิบมักจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ และคุณค่าทางอาหารสูง ส่วนผักสุกนั้นย่อยง่าย ช่วยป้องกันท้องอืดจากการกินผักดิบมากเกินไป
การหัดดื่มน้ำเปล่า นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม นมไขมันต่ำ หรือนมไม่มีไขมันแทนน้ำหวาน หรือเครื่องดื่มเติมน้ำตาลมีส่วนช่วยให้อิ่มได้นานขึ้น และป้องกันโรคอ้วนได้ดีขึ้น
<p>
</p>
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดี ไม่มีโรคอ้วนไปนานๆ ครับ
<p>ข่าวประกาศ... </p>
ข่าวประกาศ...
- เรียนเชิญท่านแสดงความคิดเห็นผ่านบันทึกฉบับล่าสุดครับ...
- บล็อก "บ้านสุขภาพ" มีนโยบายที่จะไม่ตอบปัญหาสุขภาพ เนื่องจากผู้เขียนมีงานมาก อินเตอร์เน็ตลำปางช้า+หลุดบ่อย และใช้เวลาเตรียมเขียนเรื่องใหม่+แก้ไขคำหลัก (keywords) ย้อนหลัง
ขอแนะนำ...
- รวมเรื่องสุขภาพ > "ลดความอ้วน"
- [ Click - Click ]
- รวมเรื่องสุขภาพ > "แคลอรี"
- [ Click - Click ]
- รวมเรื่องสุขภาพ > "ออกกำลัง"
- [ Click - Click ]
- ขอแนะนำบล็อก > "บ้านสาระ"
- http://gotoknow.org/blog/talk2u
แหล่งที่มา:
</span><ul>
<li> ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก “บ้านสุขภาพ” มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค </li>
</span> </ul></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></font></span></span></span></span></span>