ภูมิปัญญากับการดำเนินชีวิตตอนที่ 7

สวัสดีครับทุกๆๆท่าน  วันนี้มีเวลาหน่อย หลังจากออกกำลังกายแล้ว ก็รอให้มันเย็นๆๆก็เลยมานั่งโพต์สเสียเลย  จะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่น เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อีกแบบหนึ่งครับ พวกเราเชื่อว่าพวกท่านทั้งหลายคงจะดูแลสุขภาพกันมากๆนะครับ ก็ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง จะได้อยู่สู้กับอนาคตอันศรีวิลัยต่อไป 55555 อะ.......วันนี้มาต่อกันเลยนะครับกับการทำสาโท ตอนที่สอง กะว่าจะให้มีสัก 3 ตอน  แต่ที่ไหนได้มานั่งดูแล้ว มันยาวไปครับ ก็เลยตัดเอาเสียเลย ขอขยายเป็น 4 บทนะครับ จะได้น่าดูอ่านดี เพราะถ้าใส่มากเกินไปก็ดูไม่น่าอ่าน ถ้าสั้นเกินไปก็ขี้เกียจติดตาม ฮึๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

     (ตอนที่ 2 ต่อจากตอนที่แล้วครับ)........

ขั้นตอนและวิธีทำสาโท

1. นำข้าวเหนียวเก่ามาแช่ในน้ำที่เตรียมไว้    1   คืน

2. นำข้าวที่แช่ไว้นำไปล้างให้สะอาดแล้วสะเด็ดน้ำออกให้หมด

3.  แล้วนำข้าวเหนี่ยวที่ล้างไว้แล้วนำไปนึ่งให้หมั่นดูว่าข้าวที่นึ่งสุกพอดีหรือไม่ ถ้าสุกพอดี  ให้ดูตรงกลางของ ข้าวนึ่งให้มีแก่นพอดีก็นำลงมาพึงไว้ในโก๊ะข้าวให้เย็นก่อน อย่าลืมอย่าให้ข้าวที่นึ่งไว้สุกเกินไป ถ้าข้างสุกเกินไปจะทำให้ข้าวเหนียวหนึบเวลาอาไปผสมกับแป้งสาโท จะทำให้ไม่พอดี

4. นำแป้งมาบดให้ละเอียดแล้วนำมาคลุกเคล้ากับข้าวที่นึ่งสุกแล้วให้ เข้ากันแล้วนำเอาไปใส่ในโอ่งที่เตรียมไว้และเติมน้ำเข้าไปประมาณ 6-  7  ลิตร และหมักไว้ในโอ่งแล้วนำเอาถุงพลาสติกปิดปากโอ่งไว้แล้วก็เอายางรัดปากโอ่งอีกชั้นหนึ่ง เพื่อที่จะไม่ให้มีแมลงหรือเศษผงละอองต่างๆเข้าไปได้ และเพื่อความสะอาดและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค แล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน

การคัดเลือกแป้งหรือหัวเชื้อ(ยีสต์)

     แป้งหัวเชื้อต้องมีลักษณะที่มีแมลงเข้าไปเจาะบ้าง จึงจะปลอดภัยเพราะหัวเชื้อที่มีแมลงเจาะจะไม่มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ผลิตหัวเชื้อไม่ได้ มาตฐานและถูกหลักอนามัยเพราะมีสารพิษดีดีทีผสมอยู่หรือเป็นฆ่าแมลงจำพวกอื่นๆ ซึ่งเป็นการกระตุ้นทำให้ผู้บริโภคมึนเมาเร็วขึ้นซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมาก

การหมักหรือการดองที่ถูกสุขอนามัย

1. ล้างข้าวด้วยน้ำที่สะอาด

2. เก็บไว้ในที่ร่ม อย่าให้ถูกแสงแดด เพราะอาจจะทำให้รสชาติเปลี่ยนไป  จะทำให้สาโทที่หมักออกมาไม่อร่อย

3. หมักไว้ประมาณ 1-3-7-1 ทดลองกันหลายครั้งตั้งแต่สมัยโบราณมักมีแต่การทำสาโทกินกันทั่วทุกบ้าน แต่สมัยก่อนนั้นถ้าหมักกันมากผิดกฎหมายแต่ปัจจุบันรัฐบาลสนับสนุนโดยให้มีการจดทะเบียนการหมักสาโทกันซึ่งก็กลายเป็นสินค้าโอท๊อบไปแล้ว เช่นการหมักลำไยเป็นไวท์ลำไย  ไวท์องุ่น ไวท์หมากเม่าและไวท์อื่นๆอีกมากมาย

สำหรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ  แล้วอย่าลืมติอต่อตอนต่อไปนะครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ง่ายๆกับภูมิปัญญาชาวบ้าน

คำสำคัญ (Tags)#ไวท์#โอท๊อป

หมายเลขบันทึก: 121346, เขียน: 22 Aug 2007 @ 18:48 (), แก้ไข: 18 May 2012 @ 13:45 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก


ความเห็น (7)

สิทธิชัย ภิวงศ์งาม
IP: xxx.147.88.80
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณกลุ่มทาเหนือมากที่เอาสูตรและวิธีการทำไวน์พื้นบ้านมาเสนอ แต่ฝากทางกลุ่มทาเหนือช่วยผลิตไวน์มาให้ชิมบ้างนะครับ เพราะมีวัตถุดิบที่จะมาทำไวน์เยอะมาก  ทำไว้เยอะ ๆ นะ เอาไว้เวลาเดินทางไปมหาลัย จะได้เอาติดมือไปด้วยไม่ต้องไปหาซื้อให้เปลืองเงินนะ.

งดเหล้าเข้าพรรษา ยังเป็นเรื่องที่พูดกันติดปาก แต่อยากฝากกลุ่มทาเหนือเป็นเกล็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่า ชมรม งด ลด เลิก เหล้าขาว เพื่อประโยชน์ชาติหรืองดเหล้าเข้าพรรษา เห็นว่านโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายที่ดีและมีประโยชน์อย่างยิ่งในการส่งเสริมให้เกิดความสุขและลดปัญหาต่างๆ ในสังคม แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อดูจากสถิติที่ผ่านมาในช่วงครึ่งแรกของปี 2549 นั้น ทางชมรมฯ พบว่า "คนไทยบริโภคเหล้าขาวกว่า 254 ล้านลิตร" (ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งเมื่อเทียบกับสุราสีอื่นๆ) แม้ว่าภาครัฐจะพยายามดำเนินมาตรการในการห้ามประชาสัมพันธ์ หรือโฆษณาสุราทางสื่อต่างๆ ก็ตาม แต่ปรากฏว่าเหล้าขาวยังมีปริมาณการบริโภคในอัตราที่สูงและมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี
  • คนเราโดยธรรมชาติแล้ว มีทั้ง "กลัว" และ "กล้า"
  • "กลัว" กลัวอด กลัวจน กลัวเจ็บ กลัวตาย / "กล้า" กล้าลอง กล้าได้ กล้าเสีย
  • แต่บางครั้งก็กลัวและไม่กล้า ต้องหาน้ำสุรามาดื่มจึงจะมีความกล้า (สุร = กล้า)
  • แต่กล้าโดยไม่ดื่มมักจะเป็นกล้าทางดี และกล้าโดยได้ดื่ม(สุรา)มักจะเป็นกล้าทางเสียมากกว่า
  • จง "กลัวให้ถูกท่า กล้าให้ถูกที่ ดีให้ถูกทาง" นะครับ
นายประชัน หย่องฮวย
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 
ช่วงนี้รัฐบาลขึ้นภาษีเหล้าทุกชนิดทำให้เหล้ามีราคาแพง เป็นจังหวะที่กลุ่มทาเหนือแนะนำวิธีทำเหล้าแบบภูมิปัญญาชาวบ้านซึ่งจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายดีครับแต่ควรจะลดเหล้าบ้างนะครับ
เสกสรร
IP: xxx.27.232.132
เขียนเมื่อ 

สาโทผมก็เคยทำครับอร่อยมาๆครับก็ทำไปตามสูตรนั้นแหละครับเอาข้าวเหียวมานึ้งแล้วผึ่งลมให้เย็นแล้าเอาข้าวเหนียวที่เย็นแล้วนำไปล้างแล้วเอามาคลุกกับลูกแป้งสาโทอัตราส่วนคือลูกแป้ง1ลูกต่อข้าวเหนียว1กิโลครับ

[email protected]
IP: xxx.27.232.132
เขียนเมื่อ 

เรืองสาโทใครอย่ากรู้แอ็ดมาหาผมได้ครับจะบอกให้หมดเปลือกเลยครับรับรองอร่อยมากๆๆๆครับ (ฟันธง)

นางสาวราตรี วะราศรี
IP: xxx.29.22.253
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณสำหรับเทคนิคการทำไวน์