กาษา นาคา ( หลุดพ้น )

  เป็นความสำนึกผิด และบังเกิดสติ ที่จะยับยั้งชั่งใจในการกระทำครั้งต่อๆไปได้ ที่สุด เมื่อมีสติที่จะคิดทบทวน  

    วินตา (ครุฑ) มีกรรมที่ได้ก่อเวรไว้กับวาดจันทร์ พบเจอกันเมื่อไหร่ ก็รู้สึกเกลียดกัน ต่อมาได้มีโอกาสฝึกจิต จนสามารถใช้อำนาจนั้น ไปทำร้ายวาดจันทร์เสมอๆ ด้วยใจคิดจะอยากแย่งพงศ์พญามาเป็นที่รักของตน แต่ในความจริงแล้ว พงศ์พญาก็รักวินตามาก รักในฐานะเพื่อน ซึ่งความรักชนิดนี้ หากมีในผู้ใด ก็นับเป็นการได้รับความรัก อันบริสุทธิ์ เป็นความรักที่ไม่เจือด้วยความหวดระแวง เห็นแก่ตัว หึงหวง บีบคั้น คับแคบ มีแต่ความเมตตาต่อกัน ซึ่งต่อมา ขณะวินตาได้มีโอกาสทำร้ายวาดจันทร์ โดยแปลงเป็นนก เข้าจิกตี แต่พงศ์พญา ทั้งที่รู้ว่าเป็นวินตา แต่ก็ได้นำตัวเอง ปกป้อง และให้วินตาทำร้ายแทน

     นับเป็นการบทเรียนที่มีคุณค่ามากต่อวินตา จนทำให้วินตาละความจองร้าย และไม่กระทำการแบบนั้นกับใครอีกเลย ได้ข้อคิดว่า โดยทั่วไป จิตที่คิดจะทำร้ายกันได้ น่าจะประกอบด้วยโทสะ สร้างเหตุให้เกลียดอย่างรุนแรง ขาดความเมตตาชั่วขณะ จนแสดงออกมาด้วยการกระทำ ที่จะสนองอารมณ์นั้น ให้สาสม แต่เมื่อใด เราได้พลาดพลั้งทำร้ายคนที่รัก ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้น มันต่างกันสุดขั้ว ทำให้บางคนถึงกับพลิกชีวิตทางเดินใหม่เลยก็ได้ แรกๆคือเสียใจ ทุกข์ทรมานกับความรู้สึกผิด ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นความสำนึกผิด และบังเกิดสติ ที่จะยับยั้งชั่งใจในการกระทำครั้งต่อๆไปได้ ที่สุด เมื่อมีสติที่จะคิดทบทวน วินตาก็มาขออโหสิกรรมต่อวาดจันทร์ และสัญญาจะไม่ปองร้ายอีกต่อไป

      กุศลจิตที่เกิดครั้งนี้ ทำให้วินตาเปลี่ยนแปลงไปมาก หันมาฝึกใจตน โดยหมั่นสร้างกุศล และแผ่ความปรารถนาดีต่อกัน นับว่าชาตินี้ ได้หลุดพัน จากบ่วงกรรม ไปอีก หนึ่งบ่วง ซึ่งยากที่หลายๆคนจะได้โอกาสกัน วินตาเป็นสุขแล้ว แต่วาดจันทร์ ยังมีความมุ่งมั่นไม่เลิก คราวหน้า จะเล่าถึงชีวิตของคนที่เป็นมิจฉาทิฎฐิ มีบาปกรรมครอบงำ มีอาการเช่นไร และ อะไรที่ทำให้เขาละวางได้ในที่สุด

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เล่าสู่กันฟัง

คำสำคัญ (Tags)#อโหสิกรรม#ทำร้ายคนที่เกลียด#ทำร้ายคนที่รัก#พบทางสว่าง#knoeledge divide

หมายเลขบันทึก: 121188, เขียน: 22 Aug 2007 @ 07:54, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 20:00, สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (8)

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 22 Aug 2007 @ 08:16

ธรรมะสวัสดีค่ะ...คุณตันติราพันธ์

เมื่อไรที่ "ใจ" สำนึก...ใน "ชั่วที่ตัวกระทำ"...

เมื่อนั้น "จิต".. จะเริ่มผ่องใสและเบิกบาน

มองเห็นทางสว่างมากขึ้น...

...

ขอบคุณสำหรบเรื่องเล่าเช้านี้นะคะ

(^____^)

กะปุ๋ม

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 22 Aug 2007 @ 08:21

รัก โลภ  โกรธ ..ชัง

ประหนึ่งคลื่นคลั่งในดวงจิต

ขับเคี่ยวทุกห้วงแห่งชีวิต

ก้าวพ้น, พลั้งผิด ... เป็นไป

ชนะใจตนเอง....เพลงบทนี้

ดูดี.. และยิ่งใหญ่

แต่จะทำได้หรือไม่..

อยู่ที่ใจ  หาญกล้า...ท้าเผชิญ...

....

ขอบพระคุณครับ

 

สวัสดีค่ะคุณ ka-poom

  การได้เขียน ได้คิด เป็นการสอนตัวเองด้วยค่ะ ให้มองเห็นตามความเป็นจริงได้วิธีหนึ่ง ไม่ทราบว่าอ่านกันแล้ว พอจะรู้เรื่องบ้างไหมคะ เนื่องจากประสบการณ์น้อย ถ้อยคำ ที่ใช้สื่อสาร อาจไม่สละสลวย ช่วยแนะนำกันด้วยค่ะ ยินดีน้อมรับ

 สวัสดียามเช้าค่ะ คุณแผ่นดิน ที่ได้มาต่อเติม ให้กระทู้นี้ ดูมีชีวิต ชีวา และสรุปผลได้กินใจจริงๆ ขอบคุณในความกรุณาค่ะ
Chabu
เขียนเมื่อ 22 Aug 2007 @ 08:59

สวัสดีค่ะ

ยามเช้าได้อ่านเรื่องดีๆแบบนี้ อ่านไปก็เหมือนสอนตัวเองไปด้วย จะรออ่านเรื่องต่อไปนะคะ

ขอบคุณมากๆ ค่ะ คุณ Chabu ในขณะที่อ่านโพสอยู่ ก็รู้ในจิตว่ามันร่าเริงผิดปกติ ยินดีเกินไป แต่วันนี้รู้สึกดีจริงๆค่ะ พรุ่งนี้ จะมีเรื่องน่าสนใจอีกเรื่องของวาดจันทร์ค่ะ อย่าลืมติดตามนะคะ
เกษตรยะลา
เขียนเมื่อ 22 Aug 2007 @ 23:31

    สวัสดีครับ

          ผมมาตอนดึก เพราะช่วงกลางวันมีงานเยอะมาก ประชุมหลายรายการ ขออนุมัติอีกต่างหาก

          ทั้งหมดทั้งสิ้นอยู่ที่ใจของเราเป็นผู้กำหนด รัก โลภ โกรธ หลง  / เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ที่สำคัญคือการควบคุมสติอารมรณ์

             ขอบคุณมากครับ

สวัสดีค่ะ

  นึกถึงเพลงของเบริ์ดเลย สัญญาว่ามาต้องมา เพิ่งกลับถึงบ้านเหมือนกันค่ะ มีงานทั้งวัน สุดท้ายงานเลี้ยง เพิ่งจะเลิกลา คุณเกษตรยะลา ฝากข้อคิดไว้รวบยอดดีค่ะ เมื่อดูละคร จะได้ย้อนดูตัวเอง ก็สอนตัวเองไปในตัวค่ะ พรุ่งนี้ ก็จะสนุกอีกวันค่ะ