<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้รู้จักกับคำว่า “การจัดการความรู้” ทั้งๆที่ผมและทุกท่านก็จัดการความรู้อยู่แล้วโดยไม่รู้จักคำนี้ และการจัดการความรู้ก็มีหลายระดับ อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้ว เช่น </p><ul>
</ul> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จนกระทั่งมาถึงการจัดการความรู้แบบผิดธรรมชาติ ที่บางคนก็ยังคิดทำกันอยู่ เช่น </p><ul>
</ul><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ซึ่งไม่มีอิสระในความคิดแต่อย่างใด </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ทำให้การจัดการความรู้แบบหลังๆ นี้ เป็นหลุมดำของ KM ไม่ค่อยมีประโยชน์ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นอกเหนือการทำไปเพื่อถือว่าทำแล้ว คนอื่นจะได้ไม่ดูถูก หรือเพื่อผ่านการประเมิน เท่านั้น</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ทำไมการจัดการความรู้ประเภทตามใบสั่ง หรือตามแฟชั่น จึงไม่ค่อยเกิดผลในทางปฏิบัติ ผมพยายามมานั่งคิดดูว่า สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมคิดว่า การจัดการความรู้ดังกล่าว</p><ul>
</ul><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แล้วมันจะเกิดเป็นความรู้ได้อย่างไรครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ก็ทำงานเหมือนหุ่นยนต์ไขลานอย่างนั้น ไม่ไขลาน หรือหมดลานก็ไม่เดิน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ในความเข้าใจของผม การจัดการความรู้ต้องมีอิสระทางความคิด ต้องมีความพึงพอใจที่จะทำด้วยตนเอง เพราะความรู้อยู่ในตัวคนเท่านั้น ดังที่หลายๆ ท่านชอบสื่อความหมายว่า </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">ระเบิดจากข้างใน ไม่ใช่บีบจากภายนอก</p> ข้อแตกต่าง 2 ประเด็นนี้ชัดเจนมาก การระเบิดจากภายใน แสดงว่ามีช่องว่างอยู่ข้างนอก ให้ระเบิดได้ เพราะถ้าไม่มีช่องว่าง ก็คงระเบิดไม่ได้ และการบีบจากภายนอกก็แสดงว่า บีบจนไม่มีช่องว่างให้เหลือที่จะคิด เพราะถูกบีบจนชนแกนในหมดแล้ว ที่ไม่ทราบว่าจะมีช่องว่างให้จัดการความรู้ได้อย่างไร ประสบการณ์ตรงของผมก็คือ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">ทุกครั้งที่ผมสบายใจ สะดวกใจ ผมจะสามารถสร้างความรู้จากประสบการณ์ สังคม และธรรมชาติรอบตัวได้มากมาย ในเวลาเพียง 1 วัน </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">แต่วันไหนมีเรื่องที่ต้องทำวุ่นไปหมด ผมแทบจะไม่ได้ความรู้ใหม่เลย มีแต่ว่าต้องทำสิ่งที่อยู่ข้างหน้าให้เสร็จเสียก่อน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> นี่คือ ประเด็นที่ผมคิดว่า การจัดการความรู้ต้องมีช่องว่างทางความคิด เหมือนกับการเพาะต้นไม้ จากเมล็ด ต้องมีช่องว่างให้กล้าเจริญ ต้นไม้จึงจะงอกได้ ถ้ามีช่องเหลือเฉพาะเมล็ดอย่างเดียว ไม่ทราบว่าเมล็ดจะงอกได้อย่างไร </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> จริงไหมครับ…</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ฉะนั้น คุณอำนวย คุณเอื้อ ทั้งหลายครับ </p><ul>
</ul> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ผมจึงไม่ค่อยเข้าใจว่า คนที่ไม่เคยเป็นคุณกิจ แต่ถูกใบสั่ง หรือตามตำแหน่งให้เป็นคุณอำนวย จะเดินไปยังไงครับ คุณกิจ ก็ยังไม่เคยทำ ยังต้องมาเป็นพี่เลี้ยงเขาอีก แล้วใครจะเลี้ยงใครครับ หรือว่า ผมเข้าใจอะไรผิดไปครับ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าน่าจะพยายามทำแบบสายกลาง มีช่องว่างพอสมควร (น้อยไปก็อึดอัด มากไปก็ขี้เกียจ) เพื่อให้คุณกิจ มีโอกาสระเบิดจากข้างในครับ แล้วเราจะได้มีระบบการจัดการความรู้ที่มีประโยชน์ และใกล้เคียงกับ KM ธรรมชาติมากที่สุด </p> ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับท่านอาจารย์ ดร. แสวง รวยสูงเนิน
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ อาจารย์
ผมเป็นสมาชิกค่อนข้างใหม่ครับ ได้อ่านบทความสั้น ๆของอาจารย์แล้วเห็นภาพชัดเจนในด้านการจัดการความร้มากครับ
จนกระทั้งปัจจุบันนี้ อาตมาก็ยังไม่รู้ว่า KM เป็นอย่างไร...
เห็นด้วยกับอาจารย์ว่า ถ้าถูกบีบจากภายนอก....
อาตมาไม่ค่อยอยากจะตอบ เมื่อมีใครต้องการให้อธิบายหรือให้เสนอความเห็นในหลายๆ ครั้ง.. อาจเป็นเพราะรู้สึกว่า ถูกบีบจากภายนอก... ก็ได้...
อีกประการหนึ่ง อาตมาไม่ค่อยชอบทำงานทำการเป็นเรื่องเป็นราวในหลายๆ ประการ เพราะอาจจะต้องการ ช่องว่างภายใน ก็ได้...
และเห็นด้วยกับอาจารย์อีกนั้นแหละ ในกรณีว่า ถ้าข้างในมีช่องว่างเกินไปแล้วจะ ขี้เกียจ ... เพราะอาตมารู้สึกว่า ยิ่งว่างก็ยิ่งขี้เกียจ ... ประมาณนั้น
เจริญพร
จริงครับ ระหว่างความขี้เกียจ กับความตึงเกินไป ผมมีทั้ง 2 อย่างเลย. น่าเสียดายที่มันเอามาชดเชยกันไม่ได้.
สวัสดีครับอาจารย์
เรียน พันธมิตรบล็อก ทุกท่าน
ขอขอบคุณที่เข้ามาเติมเต็ม ให้กับแนวคิดในการจัดการความรู้แบบทางสายกลาง ที่เป็นแนวทางในการพัฒนาที่น่าจะทำให้ทุกฝ่ายบรรลุเป้าหมายรวมได้ดีที่สุด มีความทุกข์น้อยที่สุด และเดินทางไปได้เร็วที่สุด
ผมเชื่อว่าถ้าเรามาทำงานกันในแนวนี้ เป้าหมายการจัดการความรู้ทุกหย่อมหญ้า คงอยู่ไม่ไกล
เพราะ แท้ที่จริงเราก็จัดการความรู้กันอยู่แล้ว แต่อาจไม่ชัดเจนพอ เป้าหมายเลยไม่ชัด และการชี้นำในบางครั้งทำให้เกิดการปิดกั้น
เพราะ
และ ทำให้
เลย ทำงานแบบภาษาโคราชบ้านผมว่า "ไม่ไปไม่มา"
ผมผ่านเส้นทางแห่งการหลงนี้มาระยะหนึ่ง จนผมงง หยุดคิด แล้วกลับมาทบทวนใหม่
ดังปรากฏผลที่เขียนมานี่แหละครับ
ท่านสมาชิกบางคนอาจจะเหมือนผมก็ได้ แต่บางท่านอาจแซงหน้าผมไปแล้ว ก็ขอให้นำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกันก็ดีนะครับ
ถือว่าช่วยๆกันนะครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ