ดับไฟ ไฟดับเพื่อประหยัดการใช้ไฟ

อยู่ที่นิวเดลี มีเรื่องที่ต้องทำความคุ้นเคยให้ได้อย่างอย่างหนึ่ง(ในหลายๆ อย่าง)คือการดับไฟของทางการซึ่งเป็นนโยบายที่จะดับไฟทุกวัน

ไปอยุ่ใหม่ๆ ตกใจเหมือนกันเพราะทำงานอยู่ดีๆ ไฟก็ดับไปต่อหน้าต่อตา ไม่มีการบอกล่วงหน้า.....เหมือนในบางประเทศที่เจริญแล้ว เช่นในยุโรป ที่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียวละ จะดับไฟหรือตัดน้ำแต่ละทีต้องออกใบประกาศมาหยอดตู้ไปรษณีย์เลยว่าจะดับไฟวันนั้นๆ วันโน้น...แต่ที่นิวเดลี เมืองใหญ่เป็นอันดับสองของอินเดีย ด้วยประชากร 14 ล้านคน การใช้ไฟฟ้าสูงมาก รัฐบาลจึงมีนโยบายดับไฟฟ้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้ากับเย็น ขึ้นอยู่กับเขตด้วย บางเขตดับนานหน่อย..... อยู่ต่อมา ผมก็เริ่มคุ้นกับการดับไฟ จากที่เริ่มหงุดหงิด ก็เริ่มปลงและก็เริ่มชิน

แล้วเขาอยู่กันได้อย่างไร ธุรกิจไม่พังหรือ ไหนบอกว่าอินเดียกำลังพัฒนาไงล่ะ

ก็มีทางแก้ไขแบบแขกครับคือการซื้อเครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่มาใช้สำหรับธุรกิจหรือหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งบ้านของคนมีอันจะกิน จะเห็นเครื่องปั่นไฟขนาดตู้คอนเทนเนอร์ตั้งอยุ่หน้าบ้านทุกทบ้าน ทีนี้ ใครจะดับไฟ ก็ไม่เป็นไร จะมีก็ดับสัก 2 วินาทีก็มีไฟทำงานต่อไป สำหรับพวกที่ไม่รวยก็จะใช้แบ๊ตเตอร์รี่ในการสำรองไฟใช้ในยามไฟดับซึ่งก็เป็นที่นิยมสำหรับบ้านหรืออะพาร์ทเม้นต์ขนาดเล็ก

มาคิดดูอีกที อินเดียเป็นประเทศที่ใหญ๋ ต้องใช้พลังงานอีกมากมาย รัฐบาลเองก็มีนโยบายที่จะหาพลังงานมาใช้ให้เพียงพอกับความต้องการของประเทศจึงมีโครงการในเรื่องพลังงานทดแทนหลายอย่าง เช่นพลังงานลม แสงแดด พลังงานน้ำซึ่งผมเห็นความเอาจริงเอาจังที่ชัดเจนโดยเฉพาะวิสัยทัศน์ของนายราจีฟ คานทีอดีต นรม.อินเดียที่มองการณ์ไกลส่งเสริมการหาพลังงานทดแทนจนในวันนี้ อินเดียเป้นประเทศที่มีการใช้พลังงานทดแทนที่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ทุกวันนี้ ผมเริ่มคิดอีกด้านหนึ่งว่า การดับไฟมีข้อดีเหมือนกัน ทุกครั้งที่ไฟดับ แม้ไม่นานแต่ทำให้เกิดการฉุกคิดหรือเตือนใจถึงการประหยัดไฟเหมือนกัน นี่ถ้าเมืองไทยมีการดับไฟบ้าง (เช่นที่เคยจะดับไฟหลังเที่ยงตืน) ก็น่าจะดีเหมือนกัน จะได้เตือนใจคนว่าไฟฟ้าไม่ได้เป็นของฟรี ต้องใช้ต้นทุนในการผลิตสูง(ถ้าเป็นพลังงานสะอาดทั้งหลายน่าสนใจกว่า) รวมความระหว่างที่พิมพ์นี้ ก็ไฟดับเหมือนกัน

อีกแล้วหรือ

ด้วยความปรารถนาดีครับ