วันที่ 19 ส.ค. 50 เป็นวันลงประชามติ ว่าคนไทยจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.ศ. 2550     และวันนี้ก็รู้ผลแล้ว ว่าคนไทยร้อยละ 57 รับร่างนี้     ผมขอบันทึกประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้
     1. ผมไปลงมติโดยพิจารณาสาระในร่างรัฐธรรมนูญเป็นหลัก      ไม่ได้นำเอาประเด็นว่าเป็นการร่างโดยคณะบุคคลที่แต่งตั้งจากคณะปฏิรูปฯ มาพิจารณา      ผมพิจารณาว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้แม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เป็นก้าวที่ดีไปสู่ประชาธิปไตย      และการรับร่างนี้จะช่วยลดความตะกุกตะกักในสังคมในขณะนี้ลงไปได้ส่วนหนึ่ง
     2. ผมไม่อยากให้คนไทยทั่วไปที่ลงมติไม่รับ คิดว่าตนเป็นฝ่ายแพ้     ผมอยากให้เราคิดว่าเมื่อมติจากเสียงส่วนใหญ่ยอมรับร่างนี้     ก็ให้ถือว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นของคนไทยทุกคน     ที่จะร่วมกันหวงแหน และตรวจสอบการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญนี้      ไม่ให้ถูกใครก็ตามทำลาย (แบบแอบแฝง) กลไกบางกลไก อย่างที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลพรรคไทยรักไทย
     3. ผมอยากให้คนไทย โดยเฉพาะผู้มีส่วนดำเนินการใช้อำนาจรัฐในรูปแบบต่างๆ ไม่มองคนไทยแบบแบ่งแยกภาค ว่าภาคใดเป็นพวกใคร นิยมใคร     แล้วปฏิบัติต่อเขาแบบเลือกปฏิบัติ     ผู้ที่ทำอย่างนี้อย่างน้อยก็คนหนึ่งได้ถึงแก่หายนะไปแล้ว    
     4. รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550 ยังไม่ใช่ฉบับที่สมบูรณ์แบบ      ประชาธิปไตย และการเมืองไทยยังจะต้องวิวัฒนาการไปอีกระยะหนึ่ง      โดยจุดสำคัญคือการเมืองภาคประชาชน     ที่ประชาชนนอกจากเลือกผู้แทนแล้ว ยังคอยตรวจสอบควบคุมการปฏิบัติงานของผู้แทนและรัฐบาลด้วย      เราต้องการการตรวจสอบเพื่อให้เกิดการปฏิบัติงานที่ซื่อสัตย์ เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชน์ระยะยาวอย่างแท้จริง
     5. คนไทยควรได้พิจารณาว่า พรรคใด คนใด เล่นการเมืองแบบไม่สร้างสรรค์  ไม่ใช้ความรู้  เน้นการเล่นพวก    และทุจริตเป็นนิสัย     อย่าเลือกพรรคและนักการเมืองนั้น
     6. ผมอยากเห็นกลไกทางวิชาการ เข้าไปสร้างความรู้เชิงนโยบายระดับชาติ และระดับท้องถิ่น      เสนอเป็นประเด็นเชิง

         นโยบายให้พรรคการเมืองใช้สื่อสารและให้คำมั่นกับสาธารณะ    อยากให้มีเวทีนโยบายสาธารณะที่มีการซัก ถาม ขอคำมั่นจากนักการเมือง โดยมีฐานความรู้ทางวิชาการประกอบ     ว่าทางเลือกนโยบายสาธารณะนั้นจะนำพาประเทศชาติไปสู่ทิศทางใดในระยะยาว

วิจารณ์ พานิช
20 ส.ค. 50  
สนามบินหาดใหญ่     ระหว่างรอเครื่องบินที่ออกเดินทางกลับกรุงเทพช้ากว่า 3 ชม.